
วิษณุยันไม่เกินสิ้นปีสั่งปูชำระหนี้จำนำข้าว
วิษณุยันไม่เกินสิ้นปีสั่งปูชำระหนี้จำนำข้าว เผยรวบรวมรายชื่อขรก.ทุจริตรอบ3แล้ว
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 ก.ย.2558 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความส่วนตัวในโครงการรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการกำหนดอายุความในการเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง 2 ปีโดยให้รัฐบาลนับอายุความตั้งแต่รู้ถึงการละเมิดต่อเจ้าหน้าที่คนใดว่า ก็ไม่ได้ว่าอะไรต้องเข้าใจที่บอกว่าเรื่องนี้จะต้องจบภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ ไม่ใช่เรื่องอายุความ แต่เป็นกำหนดเวลาทำงานของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดในส่วนของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง ซึ่งตนไม่ได้เป็นประธานเพียงแต่กำกับดูแลกระบวนการเท่านั้น ซึ่งในวันที่ 30 ก.ย.นี้เป็นวันที่สิ้นสุดระยะดำเนินการของสองคณะนี้ ซึ่งได้มีการแจ้งตนมาเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่าการรวบรวมข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วและเมื่อตนได้รับรายงานเรื่องนี้ก็จะรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ จากนั้นนายกฯก็จะส่งเรื่องต่อไปงานคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ที่มีนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน
“วันนี้ไม่มีใครพูดถึงอายุความก็ยังไม่มีอะไรที่จะต้องไปเดือดเนื้อร้อนใจในเรื่องอายุความ ไม่มีใครพูดว่าจะต้องรีบฟ้องเพื่อไม่ให้ขาดอายุความ ไม่มีใครสนใจเพราะอายุความมันไม่ขาด” นายวิษณุ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าในกรณีนี้จะเริ่มนับอายุความตั้งแต่เมื่อใด นายวิษณุ กล่าวว่า นับแต่ตั้งเริ่มรู้ตัวคนกระทำความผิดและรู้ถึงการกระทำความผิดซึ่งอายุความมีการนับกันเช่นนี้ ส่วนคำนี้หมายความว่าอย่างไรก็แล้วแต่คนที่มีหน้าที่ เขาก็ต้องทำให้เสร็จภายในอายุความ ซึ่งรับรองว่าเสร็จครบแน่นอน ก่อนจะครบตั้งนานด้วย วันนี้มาพูดกันทำไมเรื่องอายุความในเมื่อยังไม่มีใครบอกว่ามันจะครบ รัฐบาลไม่เคยพูดเลย คือถ้านับแบบที่คนหนึ่งนับอาจจะเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่เมื่อ 4-5 เดือนก่อน แต่ถ้าให้อีกคนหนึ่งนับก็จะนับในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า จะเป็นแบบใดก็ตามมันก็คือไม่ขาดอายุความทั้งนั้นเพราะฉะนั้นจะเดือดร้อนอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ว่านับระยะเวลาจากเมื่อใดก็ยังมีเวลาเหลืออยู่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังเหลือระยะเวลาอีก 1 ปีครึ่ง เพราะฉะนั้นขอแสดงความเสียใจด้วยหากจะพูดเรื่องอายุความ ส่วนขั้นตอนหลังจากนั้นคณะกรรมการฯ ของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง เมื่อสรุปเรื่องเสร็จแล้วก็จะส่งให้นายกฯ พิจารณาโดยผ่านมาที่ตน จากนั้นนายกฯ จะส่งเรื่องต่อให้คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง พิจารณาสำนวนทั้งหมดถ้าเห็นด้วยก็จะเสนอกลับมาที่นายกฯ เพื่อให้ออกคำสั่งทางปกครองว่าบุคคลนั้น ๆ มีความผิดและให้ชำระหนี้ภายในกี่วัน สมมติให้ชำระภายใน 30 วันถ้าบุคคลนั้นยอมมาชำระก็จบ แต่ถ้าไม่ชำระเขาก็มีสิทธิอุทธรณ์และร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวของนายกฯ จากนั้นคดีก็จะเข้าไปอยู่ในชั้นศาล โดยเขาเป็นโจทก์รัฐบาลเป็นจำเลย
ต่อข้อถามที่ว่า กรณีนี้นายนรวิชญ์ต้องการให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ชี้แจงเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบต้องไปหารือกับคณะกรรมการที่มีหัวหน้าผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้และตนได้ทราบมาว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้เชิญใครต่อใครเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมและชี้แจงแล้วหลายราย ส่วนที่ไม่เข้ามาก็มีโดยให้เหตุผลว่าขอเลื่อนแต่เมื่อยอมเลื่อนให้แล้วพอถึงกำหนดนัดให้มาอีกก็ไม่มาตามนัด แล้วก็มีหนังสือตอบกลับว่าปฏิเสธเข้าให้ข้อมูล ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวก็ได้ทำในกระบวนการทั้งหมดแล้ว ซึ่งการที่เชิญบุคคลต่าง ๆ เข้าให้ข้อมูลนั้นได้เชิญมาเป็นจำนวนมากและล้วนแต่เป็นบุคคลสำคัญและมีบางคนมาในฐานะพยาน
นายวิษณุ กล่าวว่า วันนี้คณะกรรมการสอบเรื่องดังกล่าวของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังได้ตรวจสอบข้อมูลเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะดำเนินการพิมพ์และส่งมาให้ตนในวันพรุ่งนี้ (30 ก.ย.) ซึ่งจะได้ความชัดเจนในเรื่องตัวเลขความเสียหาย แต่สามารถเปิดเผยได้หรือไม่ตนไม่ทราบ คาดว่าอาจจะยังไม่ได้เพราะยังมีขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้อีก ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งจะเป็นผู้ชี้ว่าสำนวนดังกล่าวฟังขึ้นหรือไม่ ควรจะให้ใครรับผิดบ้างและมูลค่าเท่าไหร่
ผู้สื่อข่าวถามว่ามูลค่าความเสียหายต้องแยกเป็นรายบุคคลหรือแยกตามฐานความผิด นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าจะตอบให้ชัดต้องเห็นสำนวนในวันที่ 30 ก.ย.นี้ก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อส่งมาให้ตนแล้ว ตนจะแถลงแฉต่อในช่วงบ่ายวันนั้นเลย ยังต้องดูอะไรกันอีก อะไรชี้แจงได้ก็จะบอกให้สังคมทราบ เอาเป็นว่าในที่สุดรัฐก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของรัฐก็แล้วกัน
ส่วนคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งมีกรอบระยะเวลาในการสั่งให้ชำระเมื่อใด นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องภายในอายุความ มันคือตรงนี้ มันไม่ใช่อายุความสำหรับฟ้องเพราะฟังดูก็รู้ว่าไม่ได้มีการไปฟ้องร้องเขา เขาต่างหากมีอายุความที่จะต้องฟ้องถึงได้บอก จะมาเถียงกันทำไมเรื่องอายุความ แต่ว่าอธิบดีกรมบัญชีกลางในฐานะประธานจะต้องสั่งให้ชำระเสียภายในอายุความเพราะถ้าเกินอายุความก็สั่งให้ชำระไม่ได้
“เท่าที่เคยพูดกับอธิบดีกรมบัญชีกลาง ท่านบอกว่าถ้าเรื่องไปถึงท่านภายในต้นเดือนตุลาคม ท่านก็น่าจะสั่งให้ชำระได้ก่อนสิ้นปี หากเป็นอย่างนั้นอายุความยังเหลือเฟือ แล้วพอสั่งให้ชำระก็ยังไม่หมดอายุความต้องรอให้นายกฯออกคำสั่งทางปกครองอีกนั่นแหละถึงจะจบกระบวนการของอายุความ เมื่อนายกฯ สั่งตรงนั้นแหละอายุความก็จะจบหมดแล้ว จะกลายเป็นอายุความอุทธรณ์ของอีกฝ่าย อายุความฟ้องศาลปกครองอย่างนั้นอีกเรื่องหนึ่ง” นายวิษณุ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เวลาในส่วนนี้เยอะหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ทนายเขาเก่งคุณไม่ต้องห่วง คุณนรวิชญ์แกเก่งไม่เป็นไร คุณอย่าไปเดือดร้อนแทนแก”
เผยรวบรวมรายชื่อขรก.ทุจริตรอบ3
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีการส่งบัญชีข้าราชการทุจริตรอบ 3 ถึงนายกรัฐมนตรีว่า มีแน่นอน แต่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมรายชื่อจากหน่วยงานกลางโดยอัยการสูงสุดได้เตือนให้ระวังในเรื่องการให้ความเป็นธรรมและชัดเจนอย่าเพียงคลุมเครือ โดยเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการประชุมสำคัญโดยมีการเชิญผู้แทนจะทุกกระทรวงที่มีข้าราชการที่ถูกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 16 และ 19 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากส่อว่ามีการทุจริต รวมถึงได้เชิญหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว อาทิ ผู้ว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เลขาธิการป.ป.ช. เลขาธิการป.ป.ท. มาประชุมร่วมกัน โดยเปิดโอกาสให้ซักถามในข้อสงสัยเพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการออกคำสั่งคสช.ให้พักงานบุคคลที่มีรายชื่อในบัญชีต่างเกิดความสับสนและไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร กระทั่งได้ข้อสรุปจากที่ประชุมว่า
1.รายชื่อที่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ส่งมาถึงหัวหน้าคสช.ให้พักงานไม่ได้ให้เฉพาะเพียงพักงานเฉยๆ เท่านั้น แต่ต้องการให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยควบคู่ไปด้วย ถ้าไม่ทำเช่นนั้นผู้บังคับบัญชาก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนเมื่อตั้งแล้วจะชี้ว่าผิดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผลการสอบ แต่ขอให้สอบตามปกติไม่ใช่เข้าช่วยเหลือกัน หากผลสอบวินัยออกมาไม่ผิดก็พร้อมจะคืนตำแหน่งให้เพราะไม่เช่นนั้นคนเหล่านั้นจะถูกพักงานโดยไม่มีกำหนด ถือว่าไม่ยุติธรรมกับเขา แต่การสอบของทางกระทรวงไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบของหน่วยงานเช่นป.ป.ช.ถึงกระทรวงสอบแล้วไม่ผิดก็คืนตำแหน่งให้ แต่ป.ป.ช.ก็ยังสอบต่อไปได้ และในอนาคตหากป.ป.ช.สอบว่าผิดก็ต้องส่งเรื่องกลับมาให้ลงโทษอยู่ดี ไม่เว้นแม้แต่ข้าราชการที่เกษียณอายุ ป.ป.ช.ก็สอบต่อได้ แต่กระทรวงอาจสอบยากหากไม่มีการกล่าวหาไว้ก่อนเกษียณ แต่หากมีการกล่าวหาไว้ก่อน หลังเกษียณก็มีเวลาตรวจสอบบุคคลนั้นได้อีก 180 วัน
2.กรณีคนที่ถูกพักงานจะขอลาออกจากราชการได้หรือไม่นั้น ได้คำตอบว่าได้แต่ให้รีบกล่าวหาและตั้งคณะกรรมการสอบวินัยคาเอาไว้ก่อนบุคคลนั้นลาออก เพื่อให้การตรวจสอบสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และ 3.ที่ประชุมต่างถามตรงกันว่ารายชื่อบุคคลที่ถูกพักงานนั้นมีที่มาอย่างไร ซึ่งหน่วยงานกลางเช่นป.ป.ช. ป.ป.ท.ก็ได้แจ้งไปแล้วว่าผิดอย่างไร แต่หากเจ้าตัวยังไม่ทราบก็ให้ทำหนังสือสอบถามอย่างเป็นทางการไปยังศอตช. ซึ่งจะตอบได้ทั้งหมดว่าผิดอย่างไร ส่วนคนที่อยู่ระหว่างโดนพักงานมีสิทธิประโยชน์ในตำแหน่งอย่างเดิมหรือไม่ในที่ประชุมก็ได้รับทราบคำตอบในส่วนนี้ไปหมดแล้ว



