ข่าว

"สดศรี"พลิกปัดไม่มีล็อบบี้ทบทวนมติฟัน16 ส.ว.

"สดศรี"พลิกปัดไม่มีล็อบบี้ทบทวนมติฟัน16 ส.ว.

22 ก.ค. 2552

ปธ.วุฒิเหน็บไม่รู้จัก “สดศรี” โต้ไม่คิดส่งคำวินิจฉัย กรณี 16 ส.ว.ให้กกต.ทบทวน ไม่เชื่อข่าวส.ว.พล่านล็อบบี้ เผยเร็วๆ นี้ส่งศาลรธน. ด้าน“ส.ว.สมชาย”ท้า“เจ๊สด”เปิดเผยรายชื่อ ส.ว.วิ่งเต้นหุ้นพิษ วอนยุติเรื่องนี้ เพราะตอนนี้ 16 ส.ว.กลายเป็นจำเลยสังคมไปแล้ว

 (22ก.ค.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวยืนยันว่า ไม่มี 1 ใน 16 ส.ว.ที่กกต.มีมติให้สิ้นสมาชิกภาพความเป็นส.ว. เนื่องจากถือครองหุ้นมาล็อบบี้กกต.ขอให้ทบทวนคำวินิจฉัยใหม่ แต่ยอมรับว่า มีส.ว.1 - 2 รายที่กกต.มีมติไปแล้ว ได้ทำหนังสือถึงกกต.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อขอให้กกต.ทบทวนคำวินิจฉัย โดยอ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งก็ได้ส่งเรื่องให้อนุกรรมการสอบสวนกรณีหุ้นส.ว.ชุดเดิมไปพิจารณาดูว่า เป็นอย่างไรและให้เสนอกกต. ซึ่งคาดว่าคงใช้เวลาไม่นาน

 “ จริงๆ ถ้ามีอะไรที่คิดว่าเป็นเรื่องที่กกต.ยังไม่ได้วินิจฉัย ก็ควรจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เพราะในส่วนของกกต.ถือว่าจบ แต่บางท่านก็บอกว่ามาให้ปากคำเพียงครั้งเดียว มีหลักฐานต่างๆ อยากให้กกต.พิจารณา เหมือนกรณีคุณสุรเดช รัฐิติเจริญ ส.ว.ปราจีนบุรี เราก็จะดูให้ แต่ไม่ใช่การล็อบบี้ และล็อบบี้เราไม่ได้ด้วย เพราะกกต.ได้ส่งคำวินิจฉัยไปแล้ว ” นางสดศรีกล่าว

"ปธ.วุฒิ"ยันไม่คิดส่งคำวินิจฉัยกรณี 16 ส.ว.ให้กกต.ทบทวน

 ที่รัฐสภา นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวกรณีนางสดศรี สัตยธรรม กกต. ระบุว่าประธานวุฒิสภาจะส่งคำวินิจฉัยกรณี 16 ส.ว.ถือหุ้นที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ ทำให้พ้นสมาชิกภาพ กลับไปยังกกต.ว่า “ไม่ทราบว่า นางสดศรีทำอะไร แต่ผมรู้จักแต่ประธานกกต.คือนาย อภิชาติ สุขัคคานนท์ ” ทั้งนี้ตนไม่มีความคิดจะส่งอะไรไปให้กกต.ทบทวน เพราะคำวินิจฉัยของกกต.ที่ส่งมาให้ตนนั้นมีผลแล้ว และเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ไม่เหมือนกับกรณีของนายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ส.ว.ปราจีนบุรี ที่มีหลักฐานใหม่เข้ามาซึ่งเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง จึงต้องส่งไปให้กกต. แต่กรณีของ 16 ส.ว. นั้นข้อเท็จจริงได้ยุติแล้วว่าแต่ละคนถือหุ้นบริษัทอะไร เป็นจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งเป็นเรื่องของข้อกฎหมายที่ทบทวนไม่ได้ เมื่อกกต.ส่งมายังตนก็มีผลแล้ว เหมือนกับอัยการมีคำสั่งให้ส่งฟ้องแล้ว ไม่สามารถทบทวนได้อีก สำหรับคำวินิจฉัยของกกต.กรณี 16 ส.ว.ที่ส่งมายังตนนั้นมีทั้งหมด 3 - 4 พันกว่าหน้า และขณะนี้ได้ถ่ายสำเนาเอกสารเพื่อส่งไปให้ส.ว.ทั้ง 16 คน เพื่อเตรียมนำไปต่อสู้คดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามกรณีนางสดศรีระบุว่ามี 1 ใน 16 ส.ว.ล็อบบี้กกต.ให้เขียนคำวินิจฉัยใหม่ให้พ้นผิด ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เพราะขณะนี้คำวินิจฉัยทั้งหมดอยู่ที่ตนแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากกกต.ไปเปลี่ยนเองมีเรื่องแน่ และคงใช้เวลาไม่นานตนจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตามต้องเห็นใจ 16 ส.ว. เพราะต้องนำเอกสารคำนิจฉัยไปดูก่อนไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนที่มองว่าเป็นการดิสเครดิตส.ว. ตนไม่อยากวิจารณ์ เมื่อถามกรณี 16 ส.ว.จะส่งเรื่องไปยังศาลปกครองเพื่อขอความเป็นธรรม นายประสพสุข กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิของแต่ละคน แต่ใจตนอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุด

 เมื่อถามว่าตอนนี้ส.ว.ตกเป็นจำเลยของสังคมแล้วหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ผิดกกต.ต้องแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไร ตนเชื่อว่ากกต.วินิจฉัยด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะกกต.มีอำนาจวินิจฉัย และความเห็นในข้อกฎหมายสามารถต่างกันได้

 ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา 1 ในส.ว. 16 คนที่โดน กกต.ตัดสินสิ้นสมาชิกภาพ จากกรณีถือหุ้นบริษัทที่ได้จากสัมปทานของรัฐ กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินข่าวที่มีส.ว.หนึ่งใน 16 ส.ว.บางคน วิ่งเต้น กกต.ให้ทบทวนคำวินิจฉัยเลย ดังนั้นจึงอยากให้นางสดศรี เปิดเผยชื่อส.ว.คนดังกล่าวออกมาเลยว่าเป็น ส.ว.คนใด เพราะส.ว.เสียหาย แต่ถ้าไม่มีอย่างที่นางสดศรีระบุเรื่องจะได้จบ แค่นี้ ส.ว.ทั้ง 16 คนก็ตกเป็นจำเลยของสังคมแล้ว และกลายเป็นคนพ้นสมาชิกภาพในสายตาชาวบ้านไปแล้ว การที่มีข่าวแบบนี้ออกมา ไม่ดีกับส.ว.เลย ทั้งนี้ตนอยากให้ กกต.ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และเราก็จะทำหน้าที่ ของเรา ต่างคนต่างทำงานจะดีกว่า

 “ อยากจะบอกว่า ถ้าหากไปวิ่งเต้นจริงๆ มันไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะ กกต.ลงมติและเขียนคำวินิจฉัยไปแล้ว ไม่รู้จะไปวิ่งเต้นทำไม ตนอยากให้เรื่องจบไป ไม่อยากทะเลาะกับ กกต.” นายสมชาย กล่าว