
อีกไม่เกิน7วัน
อีกไม่เกิน7วัน : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
ถึงนาทีนี้แล้วชัดเจนว่า คสช. ต้องการให้คนในอย่าง “มีชัย ฤชุพันธุ์” ทำหน้าที่ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ยังติดที่เจ้าตัวยังไม่ตอบรับ ซึ่งต้องรอ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี กลับมาจากสหรัฐอเมริกา จึงจะชัดเจนว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร และมีเงื่อนไขอะไรหรือไม่
ซึ่ง “วิษณุ เครืองาม” มือกฎหมายของรัฐบาลก็เปิดเผยว่า หาก “มีชัย” รับอาจเสนอชื่อบางคนให้เข้ามาร่วมเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญด้วย
และนอกจากชื่อของ “มีชัย” ที่ดูเหมือนจะเป็นเบอร์หนึ่งแล้ว รัฐบาลก็ยอมรับว่ากำลังทาบทามอีก 2-3 คน แต่ไม่ได้เรียกว่าเป็นตัวสำรอง หากแต่ทุกคนอยู่ในกระบวนการทาบทามทั้งสิ้น
ทั้งนี้ มีข่าวว่า อีกคนหนึ่งที่ได้รับการทาบทามจาก คสช. ก็คือคนในอย่าง “พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์” อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญศาล ซึ่งถือว่าเป็นคนในได้เช่นกัน เพราะนอกจากจะเคยเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่แล้ว ยังเคยเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติอีกด้วย
ปรากฏการณ์ “คนใน” นี้อาจทำให้มองได้ว่าการตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะหาคนนอกเข้ามาร่วมยาก เนื่องจากแต่ละคนมีมุมมองที่ต่างกัน ส่วนหนึ่งไม่อยากเข้าร่วม เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับกระบวนการรัฐประหารและการร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่อีกบางส่วนก็เกรงว่าหากเข้ามาทำงานแล้วร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็จะเป็นการเปลืองตัว ทำให้นาทีนี้จึงต้องมองหาคนในที่มีความสามารถ
อย่างไรก็ตาม มีคำตอบหนึ่งจาก “วิษณุ” ที่น่าสนใจและบ่งชี้ถึงวิธีคิดกับตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็นกรรมการร่างฯ เป็นอย่างดี โดยเขาตอบเมื่อถูกถามว่า ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญต้องเป็นนักกฎหมายหรือไม่ ว่า
“จะซักไซ้ทำไม สัตวแพทย์ยังสามารถเป็นได้ อย่าทำเป็นเล่นไป รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ซึ่งแมคอาเธอร์เป็นคนร่าง กรรมการร่างยังมีสัตวแพทย์ซึ่งหามาจากในสนามรบอยู่เลย ก็ยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน”
ทำให้เห็นได้ว่าเขาไม่ได้มองว่านักกฎหมายคือส่วนสำคัญที่สุดของกระบวนการร่างในครั้งนี้ และเปิดกว้างให้คนจากหลากหลายเข้ามาร่วม แต่ก็ยังติดที่ว่าคนที่เห็นต่างหรือเป็นที่ยอมรับจากสังคมจะเข้ามาหรือไม่
อย่างไรก็ตามใช่ว่าหน้าตาของกรรมการร่างฯ จะไม่สำคัญ เพราะเขาเหล่านี้จะคอยเป็นผู้อธิบายถึงเหตุผลในการร่าง และการทำตามโจทย์ของ คสช. ที่บางส่วนอาจจะขัดหูขัดตาบางคน โดยเฉพาะฝ่ายการเมือง
เช่นเรื่อง “สูตรพิสดาร” ที่นาทีนี้ดูเหมือนจะถูกนักการเมืองจากพรรคการเมืองใหญ่ประสานเสียงวิพากษ์วิจารณ์แสดงความไม่เห็นด้วย และน่าจะตรงกับใจคนส่วนใหญ่ แต่ขณะเดียวกันก็มีคนอย่างสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่หลังๆ จะมาในแนวองครักษ์พิทักษ์ คสช. ออกมาช่วยชี้แจงเรื่องนี้และการันตีว่าเป็นเรื่องที่ดี พร้อมทั้งโยนระเบิดกลับไปที่สองพรรคการเมืองใหญ่ว่าอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้
อีกไม่เกิน 7 วัน ซึ่งเป็นวันครบกำหนดตามบัญญัติของรัฐธรรมนูญชั่วคราว เราจะได้รู้กันว่าใครที่จะมาเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้นเราจะได้เห็นเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่จะนำไปสู่การทำประชามติ และที่เราจะได้เห็นตามมาคือ มีทั้งกระแสต้าน และกลุ่มคนที่หนุน ที่มาถึงวันนี้พอจะรู้รางๆ แล้วว่ามีใครบ้างที่จะทำอะไร เหลือแค่รอเวลาเป่านกหวีดเริ่มต้นเท่านั้น



