ข่าว

 อภิสิทธิ์ ร่วมประชุมคกก.นโยบายบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดบูรณาการ

อภิสิทธิ์ ร่วมประชุมคกก.นโยบายบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดบูรณาการ

22 ก.ค. 2552

(22ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อเวลา 10.00 น.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ห้อง 501 ตึกบัญชาการ 1 ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์ และแนวทางทบทวนแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด การจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด และคำของบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554

 การประชุมฯ ดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2552 ได้มีมติเกี่ยวกับแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด และคำของบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ตามที่ ก.น.จ.เสนอ และเห็นชอบให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดก่อนที่จะเริ่มต้นจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 เพื่อปรับปรุงแผนให้มีความสมบูรณ์ โดยให้รับความเห็นและข้อสังเกตของคณะอนุกรรมการนโยบายการบริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ( อ.ก.น.จ.) ด้านแผนและด้านงบประมาณทั้ง 5 คณะ ไปเป็นแนวทางในการทบทวนปรับปรุงแผน

 ทั้งนี้อ.ก.น.จ. เกี่ยวกับการพัฒนาระบบการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการได้เสนอความเห็นว่า เพื่อให้การทบทวนแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด (พ.ศ. 2553- พ.ศ. 2556) และการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 เป็นไปอย่างมีคุณภาพและมีความชัดเจน ควรกำหนดเป็นแนวทางหลักเกณฑ์การพิจารณาในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งจัดทำปฏิทินการจัดทำแผน ดังนี้  1. แนวทางและหลักเกณฑ์การพิจารณาทบทวนแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด การจัดทำโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำของกลุ่มจังหวัด ยังคงยึดหลักการและสาระสำคัญตามกรอบแนวทางที่ ก.น.จ.ได้เคยมีมติไว้แล้ว แต่ปรับปรุงเพิ่มเติมในแนวทางของลักษณะโครงการที่จะนำมาจัดทำเป็นคำของบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีให้มีคุณภาพและความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยโครงการที่ดำเนินการโดยจังหวัด กลุ่มจังหวัดตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด

 ซึ่งจะจัดทำเป็นคำของบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด จะต้องอยู่ในแนวทางดังนี้ เป็นโครงการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของแผน และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างงาน สร้างรายได้ การพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ( Creative Economy) การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่เฉพาะ หรือพื้นที่พิเศษ อาทิ การค้าชายแดน และการพัฒนาการเกษตร อุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  ความจำเป็นของโครงการ ต้องเป็นโครงการที่ช่วยพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และหากไม่ดำเนินการจะเกิดความเสียหาย หรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและนำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนและสร้างรายได้ให้จังหวัด กลุ่มจังหวัด ความเหมาะสมและเป็นไปได้ของโครงการ ด้านเทคนิค ( วิธีการหรือรูปแบบที่ใช้ในการดำเนินการ) ด้านกายภาพ (ความพร้อมของพื้นที่ดำเนินงาน บุคลากร การบริหารความเสี่ยง และการบริหารจัดการ) ด้านงบประมาณ ( ความสมเหตุสมผลของวงเงินกับประโยชน์ที่ได้จากการดำเนินโครงการ) ด้านระยะเวลาที่ดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ รวมทั้งการวิเคราะห์ผลกระทบทางลบในการดำเนินโครงการ ความคุ้มค่า ผลลัพธ์หรือประโยชน์ของโครงการที่คาดว่าจะได้รับทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง โดยเฉพาะในส่วนของผลประโยชน์ที่กระทบในส่วนของประชาชนในพื้นที่ โดยการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว ต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มจังหวัดมากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาและกระจายความเจริญเติบโตระหว่างจังหวัด

 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการกำหนดปฏิทินการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดประจำปีงบประมาณ 2554 โดยกำหนดวันที่ในการดำเนินการในแต่ละกิจกรรมให้ชัดเจนเพื่อเป็นกรอบเวลาในการดำเนินการของจังหวัด กลุ่มจังหวัด และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในฐานะเลขานุการ ก.น.จ. ร่วมกับหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้อง จะจัดประชุมผ่านการสื่อสารทางไกล เพื่อชี้แจงแนวทางและหลักเกณฑ์พร้อมทั้งปฏิทินการจัดทำแผนฯ ที่ ก.น.จ. ได้มีมติเห็นชอบให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้นำไปถือปฏิบัติ พร้อมจัดทีมบูรณาการการทำงานของหน่วยงานกลาง ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และสำนักงาน ก.พ.ร. ออกไปให้คำปรึกษาแนะนำ ตลอดจนให้ความรู้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ในลำดับต่อไป

 จากนั้นนายกอร์ปศักดิ์ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังและนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์เข้าพบนายอภิสิทธิ์ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยเป็นการหารือเรื่องเศรษฐกิจและการใช้เงินกู้ 8 แสนล้านบาท ต่อมาเวลา 12.40 น.นายอภิสิทธิ์ ไปร่วมงาน Exclusive Lunch Talk หัวข้อ " มองไปข้างกับนายกฯอภิสิทธิ์" ณ ห้องมณฑาทิพย์ โรงแรม Four Seasons