ข่าว

แถลงบึ้มโยง‘อ๊อด’วางระเบิดบางบัวทอง53

แถลงบึ้มโยง‘อ๊อด’วางระเบิดบางบัวทอง53

28 ก.ย. 2558

แถลงจับมือบึ้มราชประสงค์ โยง‘อ๊อด’วางระเบิดบางบัวทอง53-มีนบุรีปี57 ‘สมยศ’มอบ3ล้านทีมชุดสืบสวนสอบสวน

            ความคืบหน้าคดีระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แถลงสรุปคดี โดยมี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 ร่วมกันแถลงผลการสืบสวนคดีระเบิดราชประสงค์และท่าเรือสาทร เมื่อวันที่ 17 และ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยออกหมายจับผู้ต้องหา 17 ราย เป็นขบวนการก่อเหตุที่เชื่อมโยงกันทั้ง 2 คดี มีคนไทยร่วมขบวนการ 2 คน และจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายอาเดม คาราดัก หรือบิลาล มูฮัมหมัด และนายไมไรลี ยูซูฟู

           พล.ต.ต.ชยพล กล่าวว่า เหตุระเบิดแยกราชประสงค์ได้เก็บหลักฐานพบว่ามีชิ้นส่วนของเป้ ลูกเหล็กกลมและท่อเหล็กในที่เกิดเหตุจำนวนมาก และเหตุระเบิดที่บริเวณท่าเรือสาทร มีวัตถุพยานคือ ลูกเหล็กกลม ท่อแป๊บ และพบฝักแคระเบิด หรือที่จุดชนวนระเบิด โดยคดีทั้ง 2 มี พล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน และพล.ต.ท.ศรีวราห์รับผิดชอบด้านการสอบสวนและสืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ได้สอบสวนพยานบุคคล 200 คน และภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพคนร้ายได้ขณะก่อเหตุที่แยกราชประสงค์เป็นภาพชายคนร้ายใส่เสื้อสีเหลือง รวมทั้งภาพวงจรปิดระเบิดท่าเรือสาทรพบว่าคนร้ายสวมเสื้อสีฟ้า จากนั้นได้ใช้อุปกรณ์พิเศษสืบสวนจนจับกุมคนร้ายที่หลบหนีไปอยู่ที่พูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ ย่านหนองจอก ยึดอุปกรณ์วัตถุระเบิดได้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาพบว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องไปพักที่ไมมูณา การ์เด้นโฮม ย่านมีนบุรี ที่ห้อง 9106 จากการปิดล้อมตรวจค้นพบหลักฐานเพิ่มเติมคือ สายไฟ วัสดุประกอบระเบิด และดินเทา

           ทั้งนี้ จากการสอบสวนพยานพบว่ามีคนที่เกี่ยวข้องดังนี้ ชุดแรกเป็นกลุ่มบุคคลที่เริ่มเข้ามาพัก ประกอบด้วย นายอาห์เม็ท โบซองแลน, นายอาลิ โจลัน, ชาวตุรกีไม่ทราบชื่อ, นายอับดุลเลาะห์ อับดุลเลาะห์มาน เป็นชุดแรกที่เข้ามาพักอาศัยที่ห้อง 412 และ 414 ของพูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ และจากการลงพื้นที่เก็บหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ คือลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอของนายอาเดม หรือบิลาล และนายยูซูฟู ปรากฏอยู่ที่วัสดุของกลาง คือสารเคมีที่ประกอบระเบิด พบว่าตรงกันและได้ตรวจสอบสิ่งของทุกชิ้นในห้อง พบถุงกระเทียมตัดจุกในตู้เย็น จากการตรวจสอบบาร์โค้ดของถุงดังกล่าวพบว่า มีคนร้ายอีกคนไปซื้อและพักอาศัยอยู่ที่แห่งนี้ และตรวจสอบภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ทำให้พบว่ามีคนร้ายเพิ่มอีกหนึ่งคนคือ นายอับดุล ตาวาป


ซัดทอดอิซาน-คนไทยจัดหาบึ้ม

           พล.ต.ต.ชยพล กล่าวอีกว่า จากการรับสารภาพของนายยูซูฟู ซัดทอดว่านายอับดุล ตาวาป เป็นคนที่ทำวีซ่าและจัดหาที่พัก และเป็นผู้ว่าจ้างคนขับรถไปรับชายเสื้อสีฟ้าจากหน้ารามคำแหงให้ไปส่งที่ปลายทางคือแม็คโคร หลังจากนั้นได้หลบหนีไปทางภาคใต้ ในที่เกิดเหตุของพูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ยังพบใบเสร็จซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่นำไปประกอบระเบิด คือท่อ หรือแป๊บน้ำ จากการตรวจสอบพบร้านค้าดังกล่าวและได้ภาพวงจรปิดของคนร้ายเพิ่มจากร้านค้า

           ขณะที่ในส่วนไมมูณา การ์เด้นโฮม จากการสอบสวนพบผู้ต้องหาเพิ่มเติม คือ น.ส.วรรณา สวนสัน หรือไมซาเลาะ เป็นคนไทย และนายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู สามีของน.ส.วรรณา โดยทั้งคู่เป็นผู้เช่าห้องพัก 9106 ให้คนร้ายเข้าไปพักอาศัย ประกอบด้วย นายยูซูฟู และมีพยานยืนยันว่า นายยูซูฟูและนายบิลาล ได้เข้ามาพักอาศัยที่ห้อง 9106

           “นายยูซูฟูให้การว่า ผู้ที่ติดต่อเขาและช่วยเหลือเขาหาวัตถุมาประกอบระเบิดคือ นายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน หรือนายอิซาน และยังมีบุคคลที่เป็นคนไทย คือนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว ยังมีกลุ่มของคนที่เป็นผู้สนับสนุนในเรื่องการใช้โทรศัพท์ของคนร้ายทั้งหมดเป็นผู้ไปจดทะเบียนไปซื้อซิมการ์ดคือ นายอาลิ นูร์ และนายมานาย มาหมัด อิสเมล” ผบก.น.6 กล่าว


“ลูกเหล็ก-ท่อแป๊บ-ชนวน”มัด

           พล.ต.ต.ชยพลระบุถึงความเชื่อมโยงของ 4 สถานที่ คือ ที่เกิดเหตุในศาลพระพรหม สะพานสาทร พูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ และไมมูณา การ์เด้นโฮม ในจุดที่หนึ่งคือศาลพระพรหม พบลูกเหล็ก จุดที่สองท่าน้ำสาทร พบลูกเหล็กขนาด 0.6-0.8 มม. จุดที่ 3 ห้อง 414 พูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ พบลูกเหล็กกลมขนาดเท่ากันกับที่พบในที่เกิดเหตุ และพบท่อเหล็กใช้เหล็กปิดหัวปิดท้ายฝาเกลียวที่บรรจุดินระเบิดข้างใน ซึ่งพบในที่เกิดเหตุทั้ง 2 ที่ และที่ท่าน้ำสาทรพบตัวจุดชนวนประมาณ 1 นิ้ว ซึ่งพบในห้อง 414 ตัดเป็นท่อนๆ เท่ากันกว่า 10 ท่อน ตรวจสอบแล้วองค์ประกอบตรงกัน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานยืนยันแล้วเป็นวัสดุชนิดเดียวกัน

           ดังนั้นจึงได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดขอศาลทหารออกหมายจับผู้ต้องหา 17 หมาย ผู้ต้องหา 17 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าและทำให้เกิดระเบิด ซึ่งต่อมาจับกุมได้ 2 ราย โดยมีคนไทยเข้าร่วมขบวนการ 2 คน คือ นางวรรณา และนายอ๊อด จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่า นายอ๊อดมีประวัติการต้องโทษคดีอาญาหลายคดีในปี 2553 เคยถูกจับกุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โทษจำคุก 1 ปี ศาลรอลงอาญา จากการตรวจสอบพบว่านายอ๊อดถูกออกหมายจับในคดีระเบิดปี 2557 พื้นที่ สน.มีนบุรี และมีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง ในปี 2553 ซึ่งเป็นบุคคลลึกลับไม่มีเลข 13 หลักของบัตรประจำตัวประชาชน

           “ส่วนความเชื่อมโยงชายเสื้อเหลืองกับนายอาเดมหรือบิลาลเป็นคนเดียวกัน โดยพยานหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล จากการตรวจสอบทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ ผลการตรวจลายนิ้วมือแฝง จากการตรวจดีเอ็นเอ และการนำเทคนิคพิเศษมาใช้ประกอบกับคำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่ชี้จุดต่างๆ ในที่เกิดเหตุได้อย่างถูกต้อง จึงเป็นหลักฐานว่า นายบิลาลเป็นผู้กระทำความผิดจริงและเป็นคนเดียวกับชายเสื้อเหลืองที่ปรากฏในภาพสเก็ตช์และภาพวงจรปิด ส่วนนายยูซูฟูได้รับสารภาพและนำชี้สถานที่เกิดเหตุอย่างถูกต้องชัดเจน” ผบก.น.6 ระบุ


ผบ.ตร.ไม่ตัดการเมืองโยงบึ้มกรุง

           พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า มูลเหตจูงใจก่อเหตุครั้งนี้ เชื่อว่ามาจากการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไปทำลายหรือจับกุมเครือข่ายการค้ามนุษย์ และเชื่อมั่นว่ายังมีกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังขบวนการที่ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นผู้จ้างวาน ซึ่งน่าจะมีหลายกลุ่มหลายบุคคลที่มีจุดประสงค์เดียวกัน ได้ร่วมกันทำให้ทุกฝ่ายนั้นสมประสงค์ สำหรับผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนขยายผลต่อไป

           “พร้อมกันนี้ยังไม่ตัดประเด็นการก่อเหตุที่อาจจะมาจากการเมืองได้ เนื่องจากมี นายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือ ยงยุทธ พบแก้ว ที่เป็นบุคคลตามหมายจับการวางระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่นปี 2553 และระเบิดมีนบุรีปี 2557 เนื่องจากเหตุระเบิดที่นายอ๊อดมีส่วนเกี่ยวข้องมีความเชื่อมโยงการเมือง ซึ่งอาจเป็นการร่วมลงมือก่อเหตุระเบิดของผู้เสียผลประโยชน์ 2 กลุ่ม ขณะเดียวกันยืนยันว่า ที่ไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ 109 คน ไปที่ประเทศจีนก่อนหน้านี้ เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ” ผบ.ตร.กล่าว


ล่าตัว“อ๊อด พยุงวงศ์”บุคคลลึกลับ

           ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวนายอ๊อด และผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ รวมถึงนายซูแบร์ ชายเสื้อฟ้า หากหลบหนีไปยังประเทศใดก็จะประสานไปยังประเทศดังกล่าว ทั้งนี้พยานหลักฐานทั้งหมดตนและเจ้าหน้าที่ทำอย่างตรงไปตรงมาจนทำให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายต้องยอมจำนนในภายหลังได้ และยืนยันว่าการสืบสวนเดินมาถูกทางแล้ว ส่วนจำนวนเงินค่าจ้างในการก่อเหตุยังไม่สามารถเปิดเผยได้

           “การติดตามจับกุมนายอ๊อดอยู่ระหว่างสืบสวน ซึ่งบุคคลผู้นี้เป็นบุคคลที่ลึกลับและยังไม่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชน จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายอ๊อดเคยถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อปี 2553 และศาลลงโทษจำคุก 1 ปี แต่ให้รอลงอาญาและถูกจับกุมในคดีอื่นๆ รวม 9 ครั้งด้วย และพบว่าฝักแคระเบิดซึ่งเป็นหลักฐานในคดีระเบิดราชประสงค์และท่าเรือสาทรเป็นชนิดเดียวกับที่คนร้ายเคยใช้ก่อเหตุใน จ.นราธิวาส รวมถึงยังพบว่ามีความเกี่ยวกับหลายเหตุการณ์ด้วย หากเจอนายอ๊อดที่ไหนก็จะจับ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุ และว่า ในส่วนรายชื่อผู้ต้องหา 17 คน ยังทราบรายชื่อเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และสัญชาติก็พิสูจน์ได้เพียง 2 คน เนื่องจากยังไม่ทราบใบหน้าและหนังสือเดินทางที่ชัดเจน

           พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า คำรับสารภาพของนายอาเดม คาราดัก หรือบิลาล มูฮัมหมัด ที่ถูกจับกุมได้ ให้การรับสารภาพว่ามีผู้ร่วมขบวนการนำระเบิดไปวางที่ท่าเรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส ย่านเจริญนคร 61 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ซึ่งตำรวจมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดชัดเจน แต่ไม่ได้นำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน ส่วนกรณีพบภาพชายชาวต่างชาติรูปพรรณเหมือนแขกขาวเข้าไปเดินภายในศาลทหารอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศมอบเงินกว่า 3 ล้านบาท ให้แก่ พล.ต.อ.จักรทิพย์เป็นรางวัลให้ทีมชุดสืบสวนคดีดังกล่าว ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานครั้งนี้


อ๊อดพบวรรณา-ยูซูฟูเร่งแกะรอย

           มีรายงานจากชุดสืบสวนเปิดเผยว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดพบว่า นายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว ได้พบเจอกับ น.ส.วรรณา สวนสัน ที่ไมมูณา การ์เด้นโฮม และเดินพูดคุยกับนายไมไรลี ยูซูฟู หลายครั้งก่อนวันเกิดเหตุระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร โดยตรวจสอบประวัติอาชญากรของนายอ๊อดพบว่าถูกดำเนินคดีอาญาหลายคดีแล้ว ล่าสุดมีหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 551/2557 ลงวันที่ 1 เมษายน 2557 ในข้อกล่าวหามีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง

           ทั้งนี้คดีอาญาที่นายอ๊อดหลบหนีการจับกุมพบว่าคดีดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงหัวค่ำวันที่ 29 มีนาคม 2557 พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุระเบิดบริเวณลานดินภายในซอยราษฎร์อุทิศ 25 เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งในวันเกิดเหตุยังพบระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์อีก 1 ลูก ตกอยู่ หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดจึงใช้ปืนแรงดันน้ำสูงยิงทำลาย นอกจากนี้ตรวจสอบบ้านเช่าของผู้เสียชีวิตอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 100 เมตร มีผู้พักอาศัยหลายคน จากการตรวจค้นพบระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์อีก 5 ลูก ถังแก๊สปิคนิค 6 ถัง แกลลอนน้ำมัน 1 ใบ ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านเช่า

           รายงานจากชุดสืบสวนระบุด้วยว่า นายอ๊อดมักกบดานเปลี่ยนสถานที่อยู่หลายแห่ง ตอนนี้ชุดสืบสวนกำลังติดตามล่าตัวมาดำเนินคดีเพื่อสอบสวนความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องทั้งหมด

           ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.น.6 ได้เชิญตัวพยานประมาณ 6 คน ที่อยู่ในจุดสถานีรถไฟหัวลำโพง และอีกส่วนเดินทางมาจากภาคใต้ เพื่อมาให้ปากคำที่ห้องสอบสวนความมั่นคง บช.น. เกี่ยวกับเหตุระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร โดยมี พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมพนักงานสอบสวน ซักถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ โดยเฉพาะเส้นทางการหลบหนี เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น