ข่าว

ศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

ศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

29 ก.ย. 2558

ไลฟ์สไตล์ : ศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

 
       “ศัลยกรรมความงาม” ยังคงเป็นเทรนด์ฮอตฮิตที่แรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโลกออนไลน์เรื่องของศัลยกรรมทุกจุดบนร่างกายกระหน่ำโปรโมทกันจนตามอ่านตามดูกันแทบไม่ทัน...อิทธิพลจากสื่อต่างๆ และสื่อออนไลน์ที่มากมายขณะนี้ เชื่อหรือไม่ว่าได้กลายเป็นข้อมูลหล่อหลอมให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต...ได้อย่างไม่น่าเชื่อ!! ลองมาดูกันว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย และศัลยแพทย์ผู้คร่ำหวอดในวงการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าลิสต์มานี้ ตรงกับตัวคุณบ้างหรือเปล่า?
 
       มองศัลยแพทย์ เหมือนช่างเสริมสวยใน “บิวตี้ซาลอน” คุณหมอชลธิศชี้ว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่าการพบศัลยแพทย์เพื่อทำศัลยกรรมความงามนั้นก็เหมือนกับการเดินเข้าร้านเสริมสวย แค่มีภาพศิลปินดาราที่ชื่นชอบติดกระเป๋ามาก็สวยได้แล้ว ซึ่งความจริงศัลยกรรมความงามนั้นไม่ใช่การก๊อบปี้รูปหน้า ตา ปาก จมูก ของใครๆ มาวางไว้บนใบหน้าของเราได้ เพราะโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนแตกต่างกัน หากไม่ศึกษาข้อมูลก่อนย่อมเกิดผลกระทบขึ้นได้ และถ้าพลาดแล้วก็แก้ไขยาก
 
       พฤติกรรม “คลั่ง” โฆษณา เสริมจมูกสไตล์เกาหลี หน้าเรียววีเชฟ ศัลยกรรมตาเจ็บน้อย หายไว ศัลยกรรมหน้าสวยเหมือนดารา...สารพัดข้อความโฆษณาชวนเชื่อบนสื่อออนไลน์ที่จูงใจหนุ่มสาวที่อยากดูดีด้วยมีดหมอ แต่ในประเทศไทยยังขาดการกวดขันและควบคุมที่จริงจัง สื่อออนไลน์จึงถูกใช้เป็นช่องทางมอมเมาผู้บริโภคมากที่สุด หากไม่ตั้งสติในการเสพข่าวสารย่อมเกิดผลกระทบแน่นอน
 
       เสพติด “มีดหมอ” หลายคนอยากสวยด้วยมีดหมอ จนไม่รู้จักความพอดี ซึ่งต้นเหตุมาจากการเสพติดความสวย อย่างที่เห็นคนดังหลายคนหน้าพังจนจำเค้าเดิมไม่ได้ ขณะที่คนไข้บางคนอาจมีความเครียดสะสม วิตกกังวล ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า Body Dysmorphic Disorder โรควิตกกังวลไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตัวเอง คนที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่จะไม่ไปพบจิตแพทย์ เพราะไม่คิดว่าผิดปกติที่จิตใจ แต่จะเลือกพบศัลยแพทย์ เพราะคิดว่าผิดปกติที่หน้าตา
 
       คุณหมอชลธิศ เสริมว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป มองว่าการศัลยกรรมเป็นเรื่องง่าย จึงทำให้ตัดสินใจทำโดยขาดการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ตลาดศัลยกรรมความงามในประเทศไทยเติบโตสูงมาก แต่สิ่งที่สวนทาง คือ การพัฒนาคุณภาพด้านการรักษาของแพทย์ แพทย์ที่มีประสบการณ์ มีชั่วโมงบินสูงน้อยลง จึงเกิดเคสที่ผู้บริโภคตกเป็นเหยื่อจากความผิดพลาดหลังเข้ารับการทำศัลยกรรมความงามขึ้นมากมาย บางรายโชคร้ายถึงขั้นเสียชีวิต ขณะที่บางรายรอดชีวิตแต่ต้องทนความเจ็บปวดและรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำศัลยกรรมที่ผิดพลาด เมื่อก่อนมีการฟ้องร้องเป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่ปัจจุบันเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นทุกวัน มีเคสใหญ่ๆ มาให้แพทย์แก้ไขเยอะ จนกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว
 
       "นอกจากนี้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของไทยยังไม่สามารถเยียวยาให้เหยื่อได้รับการชดเชยอย่างเหมาะสมทั้งด้านจิตใจและตัวเงิน และบทลงโทษแพทย์และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ยังไม่รุนแรงพอ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทางด้านกฎหมายก็ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินคดีอย่างดีพอ ส่วนกฎหมายของแพทยสภานั้นก็ยังลงไปไม่ถึงเรื่องการโฆษณาชวนเชื่อ จึงทำให้กลายเป็นปัญหาที่เรื้อรังในสังคม” คุณหมอกล่าว พร้อมสรุปว่า สิ่งสำคัญจึงควรเร่งวางรากฐานความรู้ให้แก่แพทย์ เพื่อพัฒนาคุณภาพด้านการรักษาและให้บริการ รองรับการเติบโตของตลาดศัลยกรรมความงาม โดยขณะนี้สมาคมกำลังร่วมมือกับสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดสัมมนาให้ความรู้แก่แพทย์ไทยอย่างจริงจัง รวมทั้งเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาถ่ายทอดให้ความรู้แก่แพทย์ไทยอีกด้วย