ข่าว

'อ๋อย'ขอบคุณศาลทหารให้ความเป็นธรรม

'อ๋อย'ขอบคุณศาลทหารให้ความเป็นธรรม

28 ก.ย. 2558

'จาตุรนต์' ขอบคุณ 'ศาลทหาร' ให้ความเป็นธรรม ส่งเรื่องวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล หลัง 'ศาลยุติธรรม' มีความเห็นแย้ง ชี้ คำสั่ง คสช.ไม่มีผลย้อนหลัง

 
                      28 ก.ย. 58  เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลทหารกรุงเทพฯ กรมพระธรรมนูญ  นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมทีมทนาย เดินทางมายังศาลทหารกรุงเทพ เพื่อรับฟังการพิจารณาของศาลทหาร หลังจากได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลทหารส่งสำนวนให้ศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อพิจารณาทำความเห็นตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พุทธศักราช 2542 มาตรา 10 ในคดีความผิดตามคำฟ้องของอัยการศาลทหารกรุงเทพ 3 กรณี เกี่ยวกับการฝ่าฝืนคำสั่งไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช.ที่ 1/2557 และ 2/2557 ความผิดเกี่ยวกับการไม่มารายงานตัวและแจ้งเหตุขัดข้องตามประกาศ คสช.(เฉพาะ) ที่ 25/2557 ของนายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) (3) ว่าด้วยความผิดต่อความมั่นคงของรัฐและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พุทธศักราช 2551 กรณี นายจาตุรนต์ แถลงข่าวที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร และศาลทหารได้ทำความเห็นส่งไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้
 
                      ทั้งนี้ ศาลยุติธรรม เห็นว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม เพราะบรรดาคำสั่งใดๆ ที่ คสช.ออกคำสั่งมาเป็นโทษต่อจำเลย โดยหลักของกฎหมายอาญาว่ากฎหมายจะออกมาให้มีผลบังคับย้อนหลังต่อกระบวนพิจารณาให้เป็นโทษต่อจำเลยทางอาญาไม่ได้ ดังนั้น ศาลทหารกรุงเทพ พิจารณาแล้วเห็นว่า ควรส่งเรื่องทั้งหมดตามคำร้องของนายจาตุรนต์ ไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลทำการพิจารณาและมีคำวินิจฉัยชี้ขาดต่อไปว่า จะอยู่ในขอบเขตอำนาจศาลใด
 
                      ขณะที่ นายจาตุรนต์ เปิดเผยหลังรับฟังการพิจารณาคำร้องว่า ขอขอบคุณศาลทหารที่ให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาส่งเรื่องตามคำร้องเข้าสู่คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ซึ่งระหว่างนี้ คดีต่างๆ ก็ต้องพักเอาไว้ก่อน เพราะต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจศาลถึงที่สุด ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ถึงจะทราบว่าตนจะต้องขึ้นศาลทหาร หรือศาลพลเรือน พร้อมยืนยันว่า ต่อจากนี้ไป ตนจะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ตามสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ในฐานะที่เป็นประชาชนและเป็นนักการเมืองคนหนึ่ง และตนก็ทำเช่นนี้มาตลอดชีวิตการเมือง และมีความตั้งใจที่จะดำเนินการต่อเนื่อง ในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ เพราะเป็นตามสิทธิ์ที่สามารถจะแสดงความเห็นได้ โดยไม่ฝ่าฝืนกฎหมายที่มีความผิดต่อความมั่นคง ยึดหลักนิติธรรมและกติการะหว่างประเทศ ทั้งนี้จะคำนึงถึงเงื่อนไขของศาลทหารในการประกันตัวอย่างเคร่งครัด คือ ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การยุยง ปลุกปั่น ทำให้คนกระทำผิดกฎหมาย หรือดำเนินการต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อกฎหมายความมั่นคง