
มือมืดลอบเผาโลงศพพระถูกยิงขณะบิณฑบาต
มือมืดอุกอาจลอบเผาโลงศพ พระสุชาติ เหยื่อคนร้ายบุกยิงขณะบิณฑบาต ขณะตั้งรอพระราชทานเพลิงศพในวัดที่พัทลุงกลางดึก
ความคืบหน้าคดีคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงพระสุชาติ สุชาโต หรือนายสุชาติ รักใหม่ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 9 ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคป่าพะยอม อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง และอดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพัทลุง เสียชีวิตขณะเดินบิณฑบาตบริเวณถนนสายพนางตุง–ท่าช้าง ท้องที่หมู่ 3 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. วันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา เบื้องต้นประเด็นสังหารตำรวจมุ่งเรื่องความขัดแย้งส่วนบุคคล โดยญาติเคลื่อนศพพระสุชาติไปตั้งบำเพ็ญกุศลตามศาสนาที่วัดควนพนางตุง ท้องที่ หมู่ 3 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน พร้อมกำหนดพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 10 ตุลาคม 2558 ล่าสุดเกิดเหตุมือมืดลอบเผาศพพระสุชาติกลางดึกที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 27 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา พ.ต.ต.วิทม พูนช่วย พนักงานสอบสวน สภ.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในศาลาตั้งศพวัดควนพนางตุง จึงแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน พร้อมประสานรถดับเพลิงเทศบาลพนางตุง 2 คัน เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่เร่งดับเพลิงที่ลุกไหม้ โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที เพลิงจึงสงบ
จากการตรวจสอบพบว่า ศาลาดังกล่าวใช้เป็นสถานที่เก็บศพพระสุชาติ รักใหม่ ที่ถูกคนร้ายยิงมรณภาพขณะบิณฑบาต เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่า โลงศพพระสุชาติถูกคนร้ายลอบเผาจนศพถูกไฟเผาเสียหายไปหลายส่วน ตำรวจได้ปิดศาลาที่ตั้งศพไม่ให้ใครเข้าไป เพื่อรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพัทลุง เข้ามาตรวจพิสูจน์ เบื้องต้นเชื่อว่า คนร้ายที่เข้ามาลอบเผาศพพระสุชาติน่าจะงัดหน้าต่างเข้าไป โดยคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คน นอกจากนี้ที่เกิดเหตุยังมีกลิ่นน้ำมันเบนซินโชยฟุ้ง
ด้าน น.ส.ชนันพร รักใหม่ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/1 หมู่ 1 ต.นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง ลูกสาวของพระสุชาติ กล่าวว่า การเสียชีวิตของพ่อถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว “รักใหม่” และนับเป็นคดีสะเทือนขวัญคดีหนึ่งในรอบหลายสิบปีของ จ.พัทลุง คิดว่าพฤติกรรมของคนร้ายครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการซ้ำเติมความสลดใจให้แก่ครอบครัวแล้ว ยังเป็นการทำลายพระพุทธศาสนาอีกด้วย เพราะพ่อถือเป็นตัวแทนของพระพุทธศาสนา พฤติกรรมของคนร้ายดังกล่าวจึงเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นซ้ำสองกับญาติพี่น้อง บรรดาศิษย์ของพ่อ และประชาชนเป็นอย่างมาก
“เหตุการณ์ดังกล่าวนี้นับเป็นเหตุการณ์เลวร้ายที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อนในสังคมพัทลุง จึงอยากให้ทุกหน่วยให้ความสำคัญกับคดีร่วมการคลี่คลายคดีโดยเร็ว ซึ่งมั่นใจว่าไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากการวางเพลิงอย่างแน่นอน เนื่องจากเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมาญาติๆ ได้เปลี่ยนโลงบรรจุศพใหม่ เพื่อให้รองรับที่จะเก็บไว้ได้นานในระหว่างรอพระราชทานเพลิงศพวันที่ 10 ตุลาคม โดยส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ดังนั้นขอเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการเร่งสืบสวนสอบสวน เพื่อนำตัวคนร้ายที่สังหารและลักลอบเข้ามาเผาศพกลางคืนดังกล่าว” น.ส.ชนันพร กล่าว
ต่อมา เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล ผบก.ภ.จว.พัทลุง ประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจภูธรภาค 9 ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนภ.จว.พัทลุง และตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ทะเลน้อย เพื่อร่วมคลี่คลายคดี
พล.ต.ต.ดำรัส กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่า เหตุเพลิงไหม้มาจากสาเหตุอะไรจนกว่าผลการส่งหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุเพื่อพิสูจน์ทางเคมีจะออกมา โดยผลตรวจจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ถึงจะทราบผลใน ส่วนความคืบหน้าคดียิงพระสุชาตินั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องคลี่คลายคดีอย่างรัดกุม ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะมีผลต่อรูปคดี



