ข่าว

‘สุเทพ’ชี้เห็นด้วยกับ‘บิ๊กป้อม’เตือน‘แม้ว’หยุดเคลื่อนไหว

‘สุเทพ’ชี้เห็นด้วยกับ‘บิ๊กป้อม’เตือน‘แม้ว’หยุดเคลื่อนไหว

27 ก.ย. 2558

‘สุเทพ’ ชี้เห็นด้วยกับ ‘บิ๊กป้อม’ที่เตือนให้ ‘ทักษิณ’ หยุดเคลื่อนไหว แนะขอให้ คสช. ทำงานก่อน เมื่อถึงเวลาค่อยมาแถลง ระบุไม่มีปัญหาหาก ‘อรรถวิชช์’ เข้าร่วม สปท.

 
 
          วันที่ 27 กันยายน 2558 เมื่อเวลา 11.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมากล่าวว่าให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หยุดการเคลื่อนไหวว่า ส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่ พล.อ.ประวิตร พูดนั้นถูกต้อง เพราะว่าทุกฝ่ายควรจะหยุด และรอให้ถึงเวลาก่อนค่อยออกมาแถลง ในวันนี้ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ทำงานก่อน ซึ่งเวลานี้มีแต่เตะหน้าเตะหลังพอเขาล้ม เขาก็ทำงานยากยิ่งขึ้น หรือคิดจะเขียนรัฐธรรมนูญหรือเขียนกฎหมาย ก็ออกก็ออกมาวิจารณ์ พูดไปเรื่อยทำให้สังคมไขว่เขว และหากนายทักษิณมีการเคลื่อนไหวไปพบคนนั้นคนนี้ก็จะยิ่งหนักดังนั้นการที่ พล.อ.ประวิตร ออกมาเตือนก็ถูกต้องแล้วเวลานี้ต้องอดทนกันหน่อย
 
          “ผมขอพูดในสายตาประชาชนคือ อยากเห็นรัฐบาลทำอะไรที่เร็วกว่าเวลานี้แต่ก็เข้าใจว่ารัฐบาลเขาก็ต้องว่าไปตามตัวบทกฎหมาย การที่จะเอาน้องสาวไปเข้ากระบวนการทางยุติธรรม หรือการที่จะเอาลุกชายใครไปเข้ากระบวนการยุติธรรมก็ว่ากันไปตามกระบวนการในกฎหมาย ถ้ากฏหมายบอกต้องทำ ก็ต้องทำ อย่างผมเจอข้อหาร้ายแรง ผมไม่เห็นออกมาโวยวายอะไรเลยสู้คดีกันไป ไม่หนี ไม่เรียกร้องอะไรด้วย”นายสุเทพกล่าว
 
 
 
 
เตือนฝ่ายการเมือง อย่าเพิ่งตีตัวไปก่อนไข้
 
          นายสุเทพ ได้ให้สัมภาษณ์กรณี ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมากล่าวถึงกำหนดการช่วงระยะเวลากรอบการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคการเมืองต่างๆ ว่า โดยเหตุที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานานั้น เป็นเพราะหลายคนอาจจะฟังมาไม่จบ และจากการที่ตนติดตามข่าวเห็นว่านายวิษณุ พยายามที่จะชี้แจงว่า ที่พูดถึงห้วงระยะเวลา ตามโรดแม็พ แต่ก็มีบางคนออกมาท้วงว่าเวลาน่าจะสั้นลงได้อีกนั้น ซึ่งนายวิษณุก็กล่าวว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดกติกาใหญ่มาแล้วเวลาไปทำกฎหมายลูก ในแต่ละเรื่องมันมีรายละเอียดอย่างไร เช่น ถ้ารัฐธรรมนูญเขียนไว้และจะต้องไปเขียนกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ และสมมุติว่าแตกต่างจากที่เป็นอยู่ในวันนี้ อย่างนี้มันก็ต้องให้เวลาพรรคการเมืองทั้งหลายเขาไปเตรียมตัวไปทำตัวเองให้มีคุณสมบัติครบตามที่กฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่กำหนดเอาไว้
 
          ทั้งนี้นายสุเทพ กล่าวอีกว่า หากว่าจะต้องมีกฎเกณฑ์กติกาที่ว่า ให้พรรคการเมืองในอนาคตต้องเป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนเป็นเจ้าของพรรค โดยกฎหมายพรรคการเมืองก็ต้องไปกำหนดว่า จำนวนประชาชนเท่าไรจึงจะสามารถรวมตัวกันเป็นเจ้าของพรรคได้ และถ้าจำนวนเจ้าของพรรคการเมืองเขียนไว้ หากสมมุติ ว่าจะต้องมี 8แสนถึง 1 ล้านคน พรรคการเมืองก็ต้องใช้เวลาในการไปรวบรวมกว่าจะได้ครบตามจำนวน ซึ่งทำไม่ได้ภายใน1-2 เดือนแน่ โดยเฉพาะกับพรรคการเมืองที่จะตั้งใหม่ กับพรรคเก่าๆ อาจจะมีเครือข่ายและง่ายต่อการทำ ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรม จุดนี้เองนายวิษณุถึงได้บอกว่ามันจำเป็นต้องใช้เวลา แต่หลายคนไปเข้าใจว่านายวิษณุเสนอยุบพรรคการเมือง ดังนั้นหากมีกฎหมายพรรคการเมืองออกมาใหม่ และมีการกำหนดกติกาว่าพรรคการเมืองจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนอย่างไร ซึ่งพรรคการเมืองก็ต้องไปทำ
 
          เมื่อถามว่า มีบางพรรคออกมากล่าวถึงสิ่งที่นายวิษณุออกมากล่าว จะทำให้มีพรรคการเมืองขนาดเล็กหรือพรรคเฉพาะกิจเกิดขึ้นมากมาย ส่วนพรรคที่มีอายุยาวนานก็อาจจะเสียความเป็นพรรคเก่าแก่ โดยนายสุเทพกล่าวว่าทำไมต้องไปวิจารณ์ก่อน เพราะกฎหมายพรรคการเมืองก็ยังไม่ออกมาเลย รัฐธรรมนูญก็ยังไม่ได้ร่าง ในเวลานี้หลายคนกลัวอะไรไปล่วงหน้าทุกอย่าง เมื่อถามต่อว่า แต่ก็มีเสียงสะท้อนถามไปยังนายวิษณุว่า ทำไมนายวิษณุไม่รอให้รัฐธรรมนูญออกมาก่อนแล้วจึงมาพูด นายสุเทพกล่าวว่านายวิษณุ จำเป็นต้องอธิบายไปก่อนว่ารัฐธรรมนูญต้องใช้เวลาเท่าไร และเมื่อทำรัฐธรรมนูญเสร็จ เราจะต้องมาทำกฎหมายลูกอีกกี่ฉบับต้องใช้เวลาอีกเท่าไร เขามีหน้าที่ที่จะต้องอธิบายก็ต้องพูด นักการเมืองจะพูดฝ่ายเดียวเหรอ เห็นพูดกันทุกวันพวกนักการเมือง
 
          เมื่อถามอีกว่า  การที่นายวิษณุออกมาพูดในเรื่องต่างๆ ดูจะเป็นธงในการร่างรัฐธรรมนูญตามที่คณะรักษาคความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือรัฐบาลต้องการ โดยเฉพาะกับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คนก่อนทำงานควรไปถามความต้องการของรัฐบาลหรือ คสช.ก่อนไหม 
 
          นายสุเทพกล่าวว่า พวกนักการเมืองไม่อยากให้คนอื่นร่างรัฐธรรมนูญใช่ไหม เขาเชิญไปช่วยร่างก็ไม่ไป ตัวเองร่างมาก็ไม่ได้เรื่องพอเกิดปัญหา กีดกันเขาไปหมด คนที่เข้ามาร่างรัฐธรรมนูญเขาไม่ได้ร่างเพื่อนักการเมือง แต่เขาเข้ามาเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อประเทศและประชาชนคนไทย โดยสาเหตุที่พวกตนออกมาเรียกร้อง ให้มีการปฎิรูป ก็เพราะที่ผ่านมามีพรรคการเมืองนักการเมืองอย่างที่เห็นๆ เราถึงได้กังวลใจว่า ประเทศจะลำบาก มุมมองนี้จะต้องทีความแตกต่างกันๆไม่เหมือนกัน ระหว่างพรรคการเมืองนักการเมือง ประชาชนธรรมดาหรือ กับคสช. เป็นเรื่องปกติ ที่ออกมาพูดไม่ได้หมายความว่าไม่ปรองดองหรือมีความคิดแตกแยก
 
          “เรื่องรัฐธรรมนูญ กับคสช.เองเขาก็น่ารักนะ เขายึดอำนาจมา เขามีอำนาจคนเดียวในประเทศไทย ความจริงเขาจะนั่งเขียน รธน.คนเดียวก็ได้ เพราะในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีคณะปฏิวัติเขียนแล้วซ่อนไว้ใต้ตุ่ม แต่เวลานี้ เขาเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายทุกคนมานั่งร่วมเขียนด้วยกัน ทุกคนก็ต้องมาช่วยกัน” นายสุเทพ กล่าว
 
          เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากทุกพรรคการเมืองต้องมาจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่พรรคการเมืองพรรคใหญ่จะต้องทำอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่าหากตนพูดไปก็อาจจะถูกตำหนิ เพราะกฎหมายพรรคการเมืองยังไม่ออกมาแต่ก็ขอสมมุติ เมื่อเขากำหนดกฎหมาย กฎเกณฑ์ กติกา มาอย่างไร พรรคการเมืองต่างๆก็ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์กติกา ซึ่งอาจจะเท่ากับเป็นการนับหนึ่งใหม่ พรรคการเมืองอาจจะไม่มีใครชอบ อาจจะพอใจกับสภาพความเป็นอยู่อยู่แล้ว แต่ประชาชนเองยังคงกังวลใจ
 
          เมื่อถามต่อว่าหากพรรคการเมืองหลายพรรคไม่ให้ความร่วมมือก็เท่ากับไม่ต้องการที่จะปฏิรูปการเมือง นายสุเทพกล่าวว่า ส่วนนั้นไม่ใช่ปัญหา ขอให้รัฐธรรมนูญเขียนมา ว่าให้เป็นการปฏิรูปพรรคการเมืองก็ต้องทำ หากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย ประกาศว่าไม่เอาไม่ทำก็จะมีพรรคอื่นทำ ที่ผ่านมาในอดีตเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ก็จะมีพรรคการเมืองใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายทำให้ประชาชนมีทางเลือกส่วนพรรคต่างๆจะต้องปฏิรูปพรรคการเมืองก่อนมีกฎหมายพรรคการเมืองออกมาหรือไม่ตนไม่ขอออกมาความเห็น
 
 
 
 
ระบุไม่มีปัญหาหาก‘อรรถวิชช์’เข้าร่วม สปท.
 
          นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเป็นตัวแทนของ กปปส. ไปเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย (สปท.)ว่า ทางมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ เปิดกว้างในเรื่องดังกล่าว เพราะเรามีสมาชิกมากมาย มีทุกระดับตั้งแต่ศาสตราจารย์นายพล พลเอก พลโท จนถึงระดับชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษา โดยเราบอกเพียงว่า กปปส. สนับสนุนแนวความคิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี ที่เปิดกว้างให้ทุกคนไปช่วยประเทศชาติ โดยเราจะไม่ทำเหมือนคนอื่นที่ห้ามไม่ให้ไป ส่วนใครอยากสมัครใจไปหรือหรือ คสช.จะดึงใครใน กปปส.ไป สามารถมาเอาไปเลย แต่สำหรับตนแล้วคงไม่สะดวกที่จะไป เพราะมีงานอื่นที่ต้องทำ ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด
 
          เมื่อถามว่ามีข่าวว่า นายอรรถวิชช์ จะไปร่วมงานกับสปท. ในนาม กปปส.นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ได้ทั้งนั้น และคงไม่เกี่ยวกับกรณีมีนายอรรถวิชช์ เคยเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าไม่น่าเป็นปัญหาเป็นเรื่องภายในของเขา ส่วนใครจะไปแล้วอ้างไปในนาม กปปส. ก็สามารถทำได้ทุกคน
 
 
‘ณัฐวุฒิ’จวก‘สุเทพ’แนวคิดประชาธิปไตยผิด 
 
          นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพได้ออกมชักชวนคนหนุนพลอ.ประยุทธ์ ว่า เป็นธรรมดาที่นายสุเทพจะต้องแสดงตัวเป็นพวกเดียวกับคสช.เพื่อประโยชน์ในการแบ่งปันอำนาจ โดยนายสุเทพพยายามส่งสัญญาณมาตลอดหลังรัฐประหาร แต่การอธิบายแนวคิดเรื่องประชาธิปไตยแบบผิดๆ และเชิญชวนคนไทยให้มีหน้าที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์นั้น ถือว่าเกินเลยไปมาก เพราะโดยหลักการประชาชนมีหน้าที่ปกป้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่สนับสนุนรัฐประหาร
 
          ส่วนการสรุปท่าทีของต่างชาติว่าให้ความสำคัญแค่รูปแบบ ไม่สนใจความจริงในประเทศไทยนั้น ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพราะเท่าที่มีโอกาสแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักการทูตหลายประเทศพบว่า เขาเข้าใจสถานการณ์อย่างลึกซึ้งโดยไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายไหน สังคมที่มีการรณรงค์สนับสนุนรัฐประหารจึงหมายถึงการสารภาพต่อโลกว่า กำลังมีปัญหาเรื่องประชาธิปไตย ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในสายตานานาชาติเลวร้ายลงไปอีก การเรียกร้องประชาธิปไตยต่างหากคือการยืนยันว่า อนาคตของประเทศจะสอดคล้องกับกระแสหลักของสังคมโลก  อย่างไรก็ตามแม้ประชาธิปไตยควรพร้อมทั้งรูปแบบและเนื้อหา แต่พื้นฐานที่ต้องยอมรับคือ ถ้ารูปแบบไม่ใช่สาระย่อมเข้มแข็งไม่ได้ ตนเชื่อมั่นว่า ด้วยรูปแบบที่เป็นเผด็จการนั้น ย่อมไม่เกิดเนื้อหาที่เป็นประชาธิปไตย