
เด้ง3เสือลุมพินีสะเพร่าตรวจกล้องไม่พบมือบึ้ม
27 ก.ย. 2558
ศรีวราห์สั่งเด้งรอง ผกก.สืบ-สารวัตรสืบช่วยราชการ ศปก.น.หลังสะเพร่าตรวจวงจรปิดไม่พบมือบึ้มราชประสงค์สุดท้ายพบอาเดมเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำในสวนลุมฯ
วันที่ 27 กันยายน 2558 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. มีหนังสือคำสั่งเลขที่ 353/2558 ลงวันที่ 26 กันยายน เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ด้วยได้รับรายงานจากรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กรณีการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ดังนั้น เพื่อให้การบริหารงานของกองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ จึงสั่งการให้
1.พ.ต.ท.อภิชาติ ทองจันที รอง ผกก.สส.สน.ลุมพินี , 2.พ.ต.ท.ธเนศ มีทอง สว.สส.สน.ลุมพินี , 3.พ.ต.ท.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ สว.สส.สน.ลุมพินี
โดยทั้ง 3 ราย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล(ศปก.น.) มีกำหนด 30 วัน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 พิจารณามอบหมายข้าราชการตำรวจผู้มีความรู้ความสามารถเหมาะสมรักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าว
มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการสั่งย้าย 3 นายตำรวจครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ตามที่มีเหตุระเบิดที่ราชประสงคืเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 เวลา 19.00 น. ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบังคับการตำรวจนครบาล5 (บก.น.5) จึงได้กำหนดมาตรการในการติดตามคนร้ายที่มาก่อเหตุ โดยให้แต่ละสถานีตำรวจเข้าตรวจสอบบุคคลชาวต่างชาติตามเป้าหมาย และตรวจหาอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบวัตถุระเบิดในพื้นที่ ที่มีแมนชั่น อพาร์ทเม้นต์ บ้านเช่า ห้องเช่า ห้องพักที่ชาวต่างชาติพักอาศัย รวมถึงติดตามหาเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย โดยตำรวจทั้ง 3 นายอ้างว่า ตรวจสอบไม่พบและไม่มีภาพ ต่อมาสอบพบว่าชายเสื้อเหลือง หรือนายอาเดม คาราดัก หรือนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำสาธารณะบริเวณสวนลุมพินี พื้นที่ สน.ลุมพินี หลังก่อเหตุวางระเบิด
ตร.เร่งไล่ล่าขบวนการวางระเบิดราชประสงค์
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพของนายอาเดม คาราดัก หรือ บิลาล โมฮำเหม็ด จำนวน 19 จุด วานนี้นั้น ทาง ตร. และ จนท.ชุดสืบสวน จะไม่หยุดแค่นี้ แต่จะไล่ล่าตัวผู้ร่วมขบวนการที่ถูกออกหมายจับทั้งหมดต่อไป รวมถึง นายอิซาน ที่ข้อมูลล่าสุด ระบุว่า หลบหนีเข้าประเทศตุรกี ส่วนประเด็นที่ว่า นายอิซาน เป็นตัวการใหญ่ในขบวนการนี้หรือไม่ นั้น ยังไม่ชัดเจน อาจจะมีตัวการใหญ่มากกว่านี้ ก็เป็นได้ แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่ข้อมูลดังกล่าว จึงต้องทำการสืบสวนขยายผลต่อไป
ส่วนเรื่องที่โอนคดีนี้ ไปขึ้นอยู่กับศาลทหาร นั้น ไม่กระทบต่อรูปคดีแต่อย่างใด และจะนับวันฝากขังต่อเนื่องจากศาลปกติ คือ ฝากขังได้จำนวน 7 ผลัด ผลัดละ 12 วัน รวม 84 วัน ก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งอัยการเพื่อสั่งฟ้องต่อศาลต่อไป ส่วนในวันพรุ่งนี้จะมีการแถลงข่าวแผนผังขบวนการนี้ทั้งหมด ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 13.00 น.
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการดำเนินคดีกับ นายอาเดม คาราดัก หรือ บิลาล โมฮำเหม็ด และ นายเมียไรลี ยูซุฟู ผู้ต้องหาในคดีระเบิดราชประสงค์ หลังมีการคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพวานนี้ ว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้งสอง ได้คุมตัวกลับไปคุมขังที่เรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี มณฑลทหารบกที่ 11 แล้ว ขณะนี้เหลือเพียงรอให้พนักงานสอบสวน ทำสำนวนสรุปคดีนี้ให้แล้วเสร็จ ก็จะสามารถส่งดำเนินคดีในชั้นศาลได้ทันที พร้อมยืนยันว่า คดีนี้ไม่มีการจับแพะ หรือเร่งปิดสำนวนคดี เพราะมีพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ยืนยันช่วงเวลาตรงกับคำรับสารภาพของผู้ต้องหาทั้งสองคน รวมถึงจุดที่ผู้ต้องหาวางแผนจะไปวางระเบิดบริเวณที่พักรอของผู้โดยสาร ท่าจอดเรือเจ้าพระยาปริ้นเซส ซอยเจริญนคร 61 ช่วงเย็นของวันที่ 16 สิงหาคม ซึ่งไม่เคยปรากฏเป็นข่าวมาก่อน ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นๆ ในคดีนี้ ยอมรับว่ายังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า ได้หลบหนีไปอยู่ในประเทศใด แม้จะมีการข่าวรายงานเข้ามาเป็นระยะ แต่ได้มีการประสานส่งภาพหมายจับไปให้ตำรวจสากลช่วยเฝ้าจับตาดูอีกทางหนึ่งแล้ว ซึ่งหากมีความชัดเจนว่าผู้ต้องหาไปกบดานที่ประเทศใด ก็จะประสานข้อมูลพร้อมขอความร่วมมือให้ทางการประเทศนั้นๆ ช่วยดำเนินการตรวจสอบและติดตามจับกุมให้ และได้ส่งเรื่องให้ กระทรวงการต่างประเทศ พิจารณาเพิกถอนหนังสือเดินทางของ น.ส.วรรณา สวนสัน ผู้ต้องหาชาวไทย แล้ว
จรัมพรรับคำสั่ง ผบ.ตร. เร่งทำภาพเชิงซ้อน
พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรณีที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ตนเองทำภาพเชิงซ้อน เพื่อเปรียบเทียบใบหน้ากับ นายอาเดม คาราดัก หรือ บิลาล โมฮัมเหม็ด ผู้ต้องหาที่สารภาพว่า เป็นชายเสื้อเหลืองวางระเบิดที่ศาลพระพรหม ซึ่งการทำภาพเชิงซ้อนดังกล่าว จะดำเนินการด้วยเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ โดยเป็นการเปรียบเทียบภาพถ่ายกับภาพชายเสื้อเหลืองในวงจรปิด เพื่อหาลักษณะเด่นบนใบหน้า เช่น ระยะของดวงตา ลักษณะเด่นของจมูก หรือตำหนิอวัยวะในส่วนต่างๆ บนในหน้า ที่ต้องเปรียบเทียบทั้งหมด 64 จุด เพื่อยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นคนร้าย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้ เบื้องต้นได้นำภาพถ่ายหลายอิริยาบทในระหว่างการทำแผน มาเปรียบเทียบแล้ว
“ผมยืนยันได้เลยว่า การทำภาพเชิงซ้อนนี้ ทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการบิดเบือน และหลักฐานชิ้นนี้ ก็จะเป็นส่วนเสริมพยานหลักฐานในเชิงนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปใช้ในชั้นศาลอีกด้วย” ที่ปรึกษา ผบ.ตร.กล่าว
ทนายความ'อาเดม'เตรียมพบลูกความ
นายชูชาติ กันภัย ทนายความ นายอาเดม คาราดัก เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ 28 ก.ย. ตนจะเดินทางไปพบกับลูกความที่ เรือนจำชั่วคราว มทบ.11 ทั้งนี้ ทราบมาว่า ทางสถานทูตตุรกีประจำประเทศไทย จะส่งล่าม และ จนท.ของสถานทูตไปกับตนเองด้วย อย่างไรก็ตาม ทางตุรกี ยังไม่ยอมรับว่า นายอาเดม เป็นคนสัญชาติตุรกี เพราะต้องรอการตรวจสอบที่ชัดเจนอีกครั้งก่อน
อย่างไรก็ตาม กรณีที่คดีของลูกความ ได้ถูกโอนคดีไปยังศาลทหาร นั้น ในฐานะทนายความค่อนข้างหนักใจ เนื่องจากศาลทหารแตกต่างจากศาลพลเรือนทั่วไป คือ ไม่มีชั้นอุทธรณ์ ฎีกา ดังนั้น ในการต่อสู้ทางคดี จึงลำบากมากขึ้น เพราะระยะเวลาจะน้อยลงไปด้วย ส่วนการรับสารภาพของลูกความ ที่ระบุว่า เป็นชายเสื้อเหลืองที่วางระเบิดนั้น เรื่องนี้จะยังไม่ขอออกความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น จนกว่าจะได้ซักถามกับลูกความ ถึงการรับสารภาพดังกล่าว คาดว่าเมื่อได้พบตัวก็จะทราบรายละเอียดมากยิ่งขึ้น



