
นายกฯรับรางวัลไอทียูอวอร์ดเวทียูเอ็น
27 ก.ย. 2558
นายกฯ รับมอบรางวัล ITU Global Sustainable Digital Development Award ยันไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมประชาคมโลก สร้างสังคมสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. เวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ในโอกาสฉลองครบรอบ150 ปี สหภาพโทรคมนาคม ระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union :ITU) และร่วมรับรางวัล ITU Global Sustainable Digital Development Award
พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมงานในเย็นวันนี้ และขอขอบคุณสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู ที่ได้มอบรางวัล ITU Global Sustainable Digital Development Award ให้แก่ประเทศไทย โดยเมื่อปี ค.ศ. 1883 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประเทศไทย หรือ สยาม ในขณะนั้น ได้ตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกไอทียู ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และเป็นองค์การระหว่างประเทศแรกที่ไทยเข้าเป็นสมาชิก ด้วยเล็งเห็นผลประโยชน์ที่จะได้รับในการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของประเทศ และขยายขอบเขตการบริการโทรคมนาคมให้กว้างขวางทันสมัย ทัดเทียมกับนานาประเทศ ซึ่งรวมทั้งการบริหารความถี่วิทยุเพื่อกิจการโทรคมนาคมด้วย
ประเทศไทยยังได้รับเลือกเป็นที่ตั้งของสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเมื่อปี ค.ศ. 1992 ทำให้ไทยสามารถติดต่อและมีความร่วมมือทางวิชาการกับไอทียู ในการพัฒนาบุคลากรและรับวิทยาการที่ทันสมัยได้สะดวกยิ่งขึ้น และประเทศไทยยังเป็นฐานของไอทียูที่จะขยายการสนับสนุนและความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกในภูมิภาคนี้ด้วย
ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 พัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ และต่อมาในปี ค.ศ. 2003 ประเทศสมาชิกไอทียูได้ให้ความเห็นชอบต่อปฏิญญาและแผนปฏิบัติการเจนีวา เพื่อช่วยรัฐบาลให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างสังคมสารสนเทศที่ประชากรทั่วโลกสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ภายในปี ค.ศ. 2015
การประชุมสุดยอดที่ตูนิส ในปี ค.ศ.2006 ประชาคมโลกเริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามอันเกิดจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในทางที่ผิด ประเทศไทยจึงได้ออกกฏหมายและมีมาตรการในการทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ และส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ในการใช้เทคโนโลยีนี้ในทางที่เหมาะสม ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือทั้งในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศสมาชิกอาเซียน และในระดับโลก
นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ในการประชุม UNGA70 ครั้งนี้ ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการลดช่องว่างด้านดิจิตัล และการกำหนดนโยบายที่จะกระตุ้นการสร้างเทคโนโลยีใหม่ การวิจัย และการส่งเสริมนวัตกรรมในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย ที่จะทำให้ทุกภาคส่วนด้านเศรษฐกิจก้าวหน้าทันโลกและสามารถแข่งขันในโลกสมัยใหม่ได้ ทั้งด้านการผลิต การค้าผลิตภัณฑ์ดิจิทัลโดยตรง และการใช้ดิจิตัลรองรับบริการของภาคธุรกิจการเงินและธุรกิจบริการอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคสื่อสารและบันเทิง ตลอดจนการใช้ดิจิตัลรองรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ตอนท้าย นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ไทยจะสามารถแบ่งปันประสบการณ์และความสำเร็จกับมิตรประเทศ และยินดีจะรับฟังคำแนะนำในทุกๆ ด้าน ทั้งการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านเทคโนโลยีดิจิตัลและการพัฒนาด้านอื่นๆ เพื่อเผชิญหน้าและรับมือกับความท้าทายของโลกปัจจุบัน เพราะไทยพร้อมจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างประเทศต่าง ๆ เพื่อประชาคมโลกจะสามารถก้าวไปพร้อมกันบนเส้นทางสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยไม่มีใครถูกทิ้งอยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้ ประเทศไทยขอให้คำมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมสารสนเทศเพื่อประชาคมโลก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
หารือผอ.บริหารยาเสพติดและอาชญากรรมยูเอ็น
เมื่อเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีกับ นายยูริ เฟโดทอฟ (Yury Fedotov) ผู้อำนวยการบริหาร สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime – UNODC) และผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา (United Nations Office in Vienna – UNOV) ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ณ General Assembly Hall สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ
ภายหลังการหารือ พลตรีวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมนาย Fedotov ผู้อำนวยการบริหาร สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติซึ่งได้ถวายงานแด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทั้งในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งประธานการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (Commission on Crime Prevention and Criminal Justice – CCPCJ) สมัยที่ 21 และเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ ณ กรุงเวียนนา
ในช่วงการประชุมระดับสูงของ UNGA70 ครั้งนี้ ไทยร่วมกับ UNODC อิตาลี และกาตาร์ จัดกิจกรรมระดับสูง High Level Lunch Event หัวข้อ “Women, Crime Prevention, Criminal Justice and the Post-2015 Development Agenda” ในวันที 30 กันยายน 2558 โดยนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อ การยุติธรรมแห่งประเทศไทย จะเป็นผู้แทนกล่าวถ้อยแถลงในนามของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ด้วย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยยกระดับปัญหาต่างๆ ทั้งการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การลักลอบขนผู้โยกย้ายถิ่นฐาน รวมทั้งการต่อต้านการทุจริตทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคด้วย เป็นวาระแห่งชาติ และได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงกฎหมายภายในเพื่อปฏิบัติตามนโยบายนี้ เพราะปัญหาเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทยและของประเทศอื่นในภูมิภาค
ทั้งนี้ ไทยยังจริงจังในการต่อต้านการค้ามนุษย์ และได้ยกระดับการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่ปี 2547 โดยล่าสุดให้หน่วยงานที่เกียวข้องเน้นด่าเนินงานด้านการปราบปรามการค้ามนุษย์ และการด่าเนินคดีอย่างจริงจัง (zero tolerance) ต่อเจ้าหน้าทีรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ โดยบูรณาการเข้ากับการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว และการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับในภาคอุตสาหกรรมประมง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังจัดให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พ.ศ. 2557-2562 โดยบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน ทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม ฟื้นฟู และบำบัดรักษา ขณะเดียวกัน ไทยก็ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทางเลือก จากหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศว่า เป็นแนวทางระยะยาวที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางและใช้แนวทางการพัฒนา เพื่อแก้ไขความยากจนและการขาดโอกาสซึ่งเป็นต้นตอของปัญหายาเสพติด
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการบริหาร สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ได้ยืนยันจะส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างไทยและUNODC ต่อไป ซึ่งไทยและUNODC พร้อมจะสนับสนุนการด่าเนินการตามแผนงานระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ UNODC เพื่อจัดการกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในอาเซียนด้วย
โลกออนไลน์เเชร์กันเพียบ ทั้งกลุ่มหนุน-ต้าน“นายกฯ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สังคมออนไลน์เช่นเฟซบุ๊คเเละทวิตเตอร์ของกลุ่มสนับสนุนเเละกลุ่มต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์ ในตอนนี้มีการเเชร์เเละส่งต่อกันมาก โดยการส่งข้อความเเละการเเชร์นั้นจะเน้นข้อความที่กลุ่มตัวเองให้ความสนับสนุน เเละโจมตีกลุ่มตรงข้า โดยเป็นการถ่ายภาพเเละคลิปจากสหรัฐอเมริกาซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา



