ข่าว

อินไซด์ยุติธรรม : 27 ก.ย. 58

อินไซด์ยุติธรรม : 27 ก.ย. 58

27 ก.ย. 2558

อินไซด์ยุติธรรม : 27 ก.ย. 58

 
                      พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เจ้ากระทรวงตาชั่ง เห็นถึงความล้าสมัยของกฎหมายหลายฉบับที่บังคับใช้มานาน 80 ปี โดยไม่มีการปรับปรุงแก้ไขให้เข้ากับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จนกลายเป็นช่องว่างให้เจ้าหน้าที่รัฐทุจริตต่อหน้าที่ จึงสั่งการไปยังสำนักกิจการยุติธรรม (สกธ.) ให้เป็นหน่วยงานหลักเดินหน้ากำหนดยุทธศาสตร์ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ให้มีกฎหมายล้าสมัยตกค้างอยู่ในทุกหน่วยงาน โดยรูปแบบการทำงานให้ไปศึกษาจากศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่ไม่เน้นสั่งการ แต่เลือกที่จะบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยบังคับใช้กฎหมายกับองค์กรอิสระต่างๆ ทำให้ผลงานปราบทุจริตที่ออกมา...เข้าตาประชาชน นอกจากนี้ยังกำชับให้ สกธ.ปรับปรุงหลักสูตรฝึกอบรมทุกหลักสูตร เพราะ “บิ๊กต๊อก” เห็นแล้วรู้สึกไม่สบอารมณ์ “พสิษฐ์ อัศววัฒนาพร” ผอ.สกธ.ทราบแล้วเปลี่ยน
 
 
                      พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นั่งเป็นประธานคัดเลือกผู้ตรวจราชการกระทรวงที่่ีว่างลงจากการเกษียณ เพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุม ครม.วันอังคารนี้ แม้ยังไม่มีคำตอบสุดท้ายว่าใครจะเข้าวิน แต่ก็มีชื่อตัวเต็งหลุดออกมา อาทิ ปิติกาญจน์ สิทธิเดช รองอธิบดีคุ้มครองสิทธิ ประสาร มหาลี้ตระกูล รองอธิบดีคุมประพฤติ และ สมณ์ พรหมรส รอง ผอ.สำนักกิจการยุติธรรม ส่วน ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มี สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ เป็นคู่ชิงกับ พ.ต.ท.สุพจน์ นาคเงินทอง
 
 
                      ส่วนเก้าอี้อธิบดีดีเอสไอ ตอนนี้ยังอึมครึม คาดว่าเจ้ากระทรวงยังไม่ตกลงปลงใจ หากไม่เปิดสมัครเลื่อนระดับจากรองอธิบดีซี 9 สูตรสไลด์ ซี 10 ก็ยังมีความเป็นไปได้ รวมถึงการทาบโอนสีกากีมากำกับดีเอสไออีกครั้ง ขณะนี้หลายคนเริ่มได้ยินข่าวลือสะพัดถึงชื่อ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล จะย้ายมานั่งเป็นอธิบดีดีเอสไอ แต่หากตัดใจเลือกใครไม่ได้จริงๆ เก้าอี้นี้อาจว่างยาวไปถึงสิ้นปี 58 ก็เป็นได้
 
 
                      จากกรณีผู้ถูกสั่งใช้กำไลข้อเท้าอีเอ็มในความควบคุมของสำนักงานคุมประพฤติ จ.อุบลราชธานี ทำลายเครื่องมือติดตามตัวหรือไม่ยอมชาร์จไฟจนทำให้ไม่สามารถติดตามตัวได้เป็นจำนวนมากนั้น ผู้บริหารกรมคุมประพฤติสั่งเช็กสถิติข้อมูลยืนยันว่า ทั่วประเทศมีผู้ถูกสั่งติดกำไลอีเอ็มที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขเพียง 140 ราย จากทั้งหมด 3,311 ราย หรือคิดเป็น 4.23% เท่านั้น ตัวเลขดังกล่าวเป็นเหตุที่เกิดใน จ.อุบลราชธานี 71 ราย จากทั้งสิ้น 815 ราย ซึ่งสำนักงานคุมประพฤติเจ้าของพื้นที่จะเร่งติดตามและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ขอให้มั่นใจว่าในภาพรวมทั่วประเทศกำไลอีเอ็มยังใช้งานได้ดี