
ปิดเมืองล่า (6) ทีมบึ้มราชประสงค์
27 ก.ย. 2558
เรื่องเล่าข่าวดัง : ปิดเมืองล่า (6) ทีมบึ้มราชประสงค์ : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม
โครงข่ายการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือของ น.ส.วรรณา สวนสัน หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับซึ่งมีส่วนพัวพันกับการระเบิดที่แยกราชประสงค์ พบความเชื่อมโยงไปยังอดีตผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์รายหนึ่งในพื้นที่ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงจึงควบคุมตัวชายรายนี้มาสอบถาม แต่ในระยะแรกไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร กระทั่งได้ขอความร่วมมือไปยังนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งซึ่งชายรายนี้ให้การนับถือเจรจาพูดคุยด้วยจนชายรายนี้ยินยอมเปิดปากให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ข้อมูลที่ได้ทราบว่าชายรายนี้เข้าไปเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือทีมระเบิดในการนำพาหลบหนีออกจากประเทศไทยไปยังมาเลเซียโดยผ่านพื้นที่ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกันกับที่ขบวนการนำพาชาวอุยกูร์ผ่านประเทศไทยไปยังมาเลเซียเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามใช้อยู่เดิม และยังพบความเชื่อมโยงไปยังคนขับแท็กซี่สีเขียวเหลืองที่ตำรวจเคยสอบปากคำในฐานะพยานแต่พบพิรุธก่อนหน้านี้ รวมถึงคนขับรถโดยสารประจำทางกรุงเทพฯ-นราธิวาส ที่ทำหน้าที่ในการนำพาผู้ที่เกี่ยวข้องกับระเบิดครั้งนี้หลบหนีเป็นทอดๆ
การสอบสวนขยายผลคนกลุ่มนี้ทำให้พบความเชื่อมโยงไปยังนายอับดุล ทาเวป ชายถือหนังสือเดินทางปากีสถานรายหนึ่ง ซึ่งการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าชายรายนี้ได้รับการโอนเงินราว 1 แสนบาทเศษ จากชายต่างชาติที่มีถิ่นฐานอยู่ในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งเงินจำนวนนี้คาดว่าถูกนำมาใช้จ่ายในการพาทีมปฏิบัติการระเบิดแยกราชประสงค์หลบหนี
ข้อมูลการสืบสวนทำให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเชื่อว่า แก๊งนำพาชาวต่างชาติผ่านประเทศไทยไปยังประเทศที่สามเกี่ยวข้องกับการนำพาทีมระเบิดแยกราชประสงค์หลบหนีออกจากไทย โดยใช้ช่องทางธรรมชาติข้ามแม่น้ำโกลก ในพื้นที่บ้านมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีชาว จ.นราธิวาส พาหนีผ่านรัฐกลันตัน แล้วมีชาวมาเลเซียอีกคนพาหนีต่อไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์
เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของไทยจึงประสานตำรวจสันติบาลมาเลเซียเพื่อขอความร่วมมือในการตรวจสอบเรื่องนี้ ต่อมาทางการมาเลเซีย ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยพัวพันเหตุระเบิดราชประสงค์ ได้กลุ่มหนึ่ง โดยในจำนวนนั้นเชื่อว่ามีชายเสื้อเหลือง ที่คาดว่าเป็นมือวางระเบิดภายในศาลท้าวมหาพรหม รวมอยู่ด้วย
การตรวจสอบของทางการมาเลเซียพบว่ากลุ่มคนเหล่านี้เกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์ข้ามชาติที่เชื่อมโยงกันระหว่างกลุ่มบุคคลที่อยู่ในไทยและมาเซีย โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐมาเลเซียหลายคนเข้าไปมีส่วนพัวพันด้วย
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. จึงนำคณะเดินทางจากไทยไปยังมาเลเซียเพื่อประสานขอความร่วมมือในการตรวจสอบ แต่แล้วก็พบกับความผิดหวังเพราะบุคคลที่ทางการมาเลเซียควบคุมตัวไว้ไม่น่าจะใช่ชายเสื้อเหลืองที่เป็นผู้นำระเบิดไปวางที่แยกราชประสงค์แต่อย่างใด
ตำรวจฝ่ายสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล นำข้อมูลการสืบสวนทั้งหมดตั้งแต่วันเกิดเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์มาวิเคราะห์เกี่ยวกับผู้ต้องหาชายเสื้อเหลืองที่ถูกออกหมายจับตามภาพจากกล้องวงจรปิด โดยนำข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงข้อมูลความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาตามหมายจับคือนายอิซาน (หลบหนีออกจากประเทศไทยก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน) และนายไมไรลี ยูซูฟู ที่ถูกจับกุมขณะกำลังลักลอบเดินทางออกจากประเทศไทย ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สระแก้ว รวมถึงคำซักถามและการให้ปากคำของนายไมไรลี ยูซูฟู ต่อพนักงานสอบสวน มาวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง
โดยไม่ลืมนำข้อสังเกตของ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจ (สบ 8) หนึ่งในทีมคลี่คลายคดีตั้งข้อสังเกตว่านายอาเดม คาราดัก น่าจะเป็นผู้นำระเบิดไปวางที่แยกราชประสงค์ตั้งแต่แรก เพราะพบความเคลื่อนไหวการใช้โทรศัพท์อยู่ที่ย่านนั้นในวันเกิดเหตุ แม้นายอาเดม คาราดัก จะปฏิเสธว่าเข้าไทยหลังเกิดเหตุระเบิดก็ตาม
ในวงประชุมทีมคลี่คลายคดี มีการนำข้อมูลการสื่อสารของผู้ต้องหาคือนายไมไรลี ยูซูฟู นายอาเดม คาราดัก หรือ บินลา เติร์ก และผู้ต้องสงสัยชายเสื้อฟ้า ซึ่งข้อมูลระบุว่าน่าจะเป็นนายซูแบร์ มาวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งพบความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ที่ย่านสถานีรถไฟหัวลำโพง บริเวณท่าเรือซอยเจริญนคร 61 บริเวณท่าเรือสาทร บริเวณสวมลุมพินี และบริเวณแยกราชประสงค์ หลังเกิดเหตุระเบิดแล้วมีความเคลื่อนไหวที่ย่านมีนบุรี
ข้อมูลที่ชุดสืบสวนได้มานี้นำมาสู่การประสานงานกับฝ่ายทหารเพื่อร่วมกันซักถามนายอาเดม คาราดัก หรือบินลา เติร์ก เพิ่มเติมที่เรือนจำชั่วคราว มทบ.11 โดยในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำวิกผม และแว่นตากรอบดำ ให้นายอาเดมสวมใสด้วย ปรากฏว่าภาพที่เห็นมีส่วนคล้ายกับชายเสื้อเหลืองที่ก่อเหตุวางระเบิดที่แยกราชประสงค์มาก โดยส่วนสูงของนายอาเดมกับชายเสื้อเหลืองที่ปรากฏในภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงกันอย่างยิ่ง
การซักถามเป็นไปอย่างเข้มข้นต่อเนื่องกันนานหลายชั่วโมง พยานหลักฐานที่ชุดคลี่คลายคดีมีอยู่ถูกนำไปเชื่อมโยงกันเข้าทั้งหมด ซึ่งข้อมูลนี้มีการยืนยันกับนายอาเดมอยู่ตลอดเวลาว่ามีน้ำหนักพอที่จะเอาผิดกับเขาได้ ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน นายอาเดม จึงเปิดปากรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดที่แยกราชประสงค์
ในการซักถามนายอาเดมอ้างว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ก่อนเหตุระเบิด 1 วัน นายอับดุลลาห์ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง มาหาที่ห้องพัก 412 อาคารพูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ ย่านหนองจอก โดยนำถุงพลาสติกภายในบรรจุสิ่งของที่ค่อนข้างหนักมาส่งมอบให้ พร้อมกับถุงพลาสติกอีกใบที่ภายในบรรจุวิกผม แว่นตากรอบดำ เสื้อเหลือง และปลอกแขนสองข้าง
ซึ่งนายอาเดมอ้างว่า นายอับดุลลาห์บอกว่าการสวมปลอกแขนจะช่วยอำพรางสีผิวที่แท้จริง กระทั่งวันที่ 17 สิงหาคม นายอับดุลลาห์ได้ออกจากห้องพักไป ขณะที่ตัวเขาออกจากที่พัก ไปว่าจ้างรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่มัสยิดแห่งหนึ่งย่านเจริญกรุงเพื่อละหมาด เสร็จแล้วได้ไปที่ปั๊มแก๊สแอลพีจี เพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นสวมเสื้อเหลือง สวมวิก สวมแว่นตากรอบดำ และปลอกแขน ที่นายอับดุลลาห์ให้ไว้
หลังจากนั้นได้นำถุงพลาสติกขนาดใหญ่ซึ่งภายในค่อนข้างหนักไปวางไว้ที่บริเวณท่าเรือภายในซอยเจริญนคร 61 หลังจากนั้นได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายอับดุลลาห์ ซึ่งบอกให้ไปที่สถานีรถไฟหัวลำโพง แล้วจะเจอสะพานข้ามคลองเล็กๆ มีม้านั่งจะพบกับชายเสื้อม่วง คือนายไมไรลี ยูซูฟู แล้วเปลี่ยนเป้จากใบเล็กเป็นใบใหญ่ที่นายไมไรลีนำมามอบให้ หลังจากนั้นได้นั่งรถสามล้อไปที่แยกราชประสงค์ นำเป้ไปวางไว้บริเวณศาลท้าวมหาพรหม หลังจากนั้นได้ขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้าง เมื่อออกมาระยะหนึ่งได้ยินเสียงระเบิด จึงให้รถจักรยานยนต์จอดส่งที่บริเวณสวนลุมพินี หลังจากนั้นได้เดินเข้าไปในสวนลุมพินีทางประตู 5 เข้าไปในห้องน้ำถอดเสื้อเหลือง แว่นตา วิกผม ใส่ในถุงพลาสติก สวมเสื้อสีเทาแทนแล้วเดินออกจากสวนลุมพินีอีกด้านแล้วเรียกแท็กซี่ไปส่งย่านมีนบุรี จากนั้นแวะซื้อของแล้วขึ้นรถสองแถวกลับห้องพักที่พูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ เจอนายอับดุลลาห์ได้รับคำชมว่าทำได้ดีมากและขอถุงพลาสติกที่บรรจุเสื้อเหลือง วิกผม แว่นตา และปลอกแขนไป ซึ่งเข้าใจว่านายอับดุลลาห์น่าจะนำไปทิ้ง
“ในการซักถาม เขาอ้างว่านายอับดุลลาห์ให้เงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่งและบอกให้รอ 2-3 วัน เพราะนายอาเดมไม่มีหนังสือเดินทาง โดยนายอับดุลลาห์ บอกกับเขาว่าจะเดินทางไปมาเลเซีย หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อนายอับดุลลาห์ได้อีกกระทั่งเขาถูกควบคุมตัว” หนึ่งในทีมงานคลี่คลายคดี บอกถึงผลการซักถามนายอาเดม คาราดัก
ข้อมูลที่ได้จากการซักถามนายอาเดมนำมาสู่การพิสูจน์ทราบ ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในสวนลุมพินีอย่างละเอียดอีกครั้ง พบว่าที่บริเวณประตู 5 กล้องวงจรปิดเสีย ซึ่งจุดนี้ทราบกันแต่ต้นเพราะภาพของชายเสื้อเหลืองหายไปบริเวณนี้ตั้งแต่แรกๆ ของการตรวจสอบ แต่เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในสวนลุมพินีจึงพบภาพชายซึ่งมีลักษณะคล้ายชายเสื้อเหลืองเดินออกจากห้องน้ำ แต่ชายรายนี้สวมเสื้อสีเทาสอดคล้องกับคำให้การของนายอาเดมที่ระบุว่าหลังจากเข้าไปเปลี่ยนเสื้อจากสีเหลืองเป็นสีเทาแล้วได้เดินออกจากห้องน้ำโดยได้นำเสื้อเหลืองบรรจุไว้ในถุงพลาสติกสีขาว ขณะที่กางเกงยังสวมตัวเดิม
เมื่อตำรวจนำภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่พบภายในสวนลุมพินี และข้อมูลที่ได้จากการสอบถามนายอาเดม ไปเปรียบเทียบกับภาพถ่ายที่ได้จากกล้องวงจรปิดบริเวณแยกราชประสงค์พบว่ามีความสอดคล้องกัน โดยกางเกงที่สวมใส่ตรงกัน ขณะที่ถุงพลาสติกสีขาวก็พบว่าชายเสื้อเหลืองที่ปรากฏในภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่แยกราชประสงค์ก็ถือติดมือเช่นกัน ขณะที่เสื้อสีเทาซึ่งปรากฏตามภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในสวนลุมพินีก็มีลักษณะตรงกันกับเสื้อที่ตำรวจและทหารยึดได้จากห้องพักพูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ ย่านหนองจอก ในวันควบคุมตัวนายอาเดม
ติดตามต่อตอนหน้า
-------------------
ปิดเมืองล่า (3) ทีมบึ้มราชประสงค์ , ปิดเมืองล่า (4) ทีมบึ้มราชประสงค์ , ปิดเมืองล่า (5) ทีมบึ้มราชประสงค์
---------------------
(เรื่องเล่าข่าวดัง : ปิดเมืองล่า (6) ทีมบึ้มราชประสงค์ : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)



