
'กองทุนหมู่บ้าน' เกาไม่ถูกที่คัน
27 ก.ย. 2558
'กองทุนหมู่บ้าน' เกาไม่ถูกที่คัน ชาวบ้านใช้ไม่ผิดวัตถุประสงค์แต่ก่อหนี้ซ้ำซ้อน : โดย...กวินทรา ใจซื่อ
การกู้ยืมเงิน “กองทุนหมู่บ้าน” ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ของชาวบ้านในแต่ละจังหวัด ยังเป็นปัญหาที่สร้างความหนักใจให้แก่รัฐบาลผู้เป็นเจ้าของเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่หว่านลงไป แต่ดูเหมือนยิ่งถมเท่าไรยิ่งไม่เต็ม เพราะชาวบ้านหลายรายนำเงินไปใช้จ่ายกันตามอำเภอใจมากกว่าจะนำเงินไปต่อยอดสร้างรายได้ให้ครอบครัว
ทั้งนี้ “คม ชัด ลึก” ลงสำรวจการใช้เงินกองทุนหมู่บ้านของชาวบ้านสำราญ ต.หนองแคน อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด พบว่าหลังการโอนเงิน “กองทุนหมู่บ้านละล้าน” ของธนาคารออมสินเข้าบัญชีชาวบ้านจำนวน 78 ราย ของบ้านสำราญ เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา พบว่าชาวบ้านหลายรายเริ่มถอนเงินจากบัญชีธนาคารในวันรุ่งขึ้นทันที ซึ่งเท่ากับว่าชาวบ้านมีหนี้สินเพิ่มขึ้นมารายละ 1-2.5 หมื่นบาท
ส่วนใครจะนำเงินที่กู้ยืมมาไปทำอะไร หลังจากนี้ไปคงขึ้นอยู่กับชาวบ้านทั้ง 78 ราย ว่า จะนำเงินไปต่อยอดเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ให้สมตามวัตถุประสงค์ของกองทุนหมู่บ้านตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนดมาหรือไม่
“สว่าง สุขแสน” หนึ่งในคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน บอกว่า เริ่มสังเกตเห็นการใช้จ่ายเงินสะพัดในหมู่บ้าน แต่เท่าที่ตรวจสอบพบว่า ไม่ได้นำไปเป็นทุนในการประกอบอาชีพ แต่เงินส่วนใหญ่หมดไปกับการส่งให้ลูกหลานที่เรียนอยู่กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้บางรายมีหนี้ซ้ำซ้อนกับกลุ่มออมทรัพย์ในหมู่บ้าน เมื่อชาวบ้านที่ได้รับการอนุมัติกู้ยืมและมีเงินโอนเข้ามา ทางคณะกรรมการจะแจ้งให้ชาวบ้านทราบ เพื่อให้นำเงินมาชำระดอกเบี้ยที่ค้างจ่ายกลุ่มออมทรัพย์ “สว่าง” จึงมองว่า กองทุนหมู่บ้านละล้านเป็นการนำเงินที่ได้มาหมุนหนี้เดิม มากกว่านำมาสร้างรายได้ แก้ปัญหาความยากจน ถึงแม้จะมีเงินเข้ามา แต่ก็ผ่านมือแบบผิดวัตถุประสงค์ ชาวบ้านยังคงต้องประสบปัญหาภาระหนี้สิน กลายเป็นพายุเงินลูกใหม่ที่โหมเข้ามา
“กังวลว่าเม็ดเงินนี้ชาวบ้านจะไม่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ที่ผ่านมาแต่ละหมู่บ้านจะมีเงินกองทุน เงินออมทรัพย์ รวมถึงธนาคารต่างๆ เป็นแหล่งเงินกู้ที่ชาวบ้านใช้เป็นแหล่งในการกู้ยืม ปัญหาที่คณะกรรมการกองทุนพบคือ ชาวบ้านขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินพอที่จะชำระดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้ยืมเงินกู้ในชุมชน เมื่อไม่มีเงินกลุ่มออมทรัพย์บางแห่งปรับดอกเบี้ยเป็นเงินต้น เพิ่มภาระหนี้สิน บางรายที่ถูกทวงถามบ่อยครั้งตัดสินใจปิดบ้านหนีไปหางานทำที่กรุงเทพมหานครไม่กลับมาอีก การกลับมาครั้งใหม่ของกองทุนหมู่บ้านในรัฐบาลชุดนี้ ทำให้กังวลใจว่า เงินจำนวนนี้จะสร้างภาระหนี้สินซ้ำซ้อนขึ้นอีก”
ทั้งนี้การพิจารณาการให้เงินกองทุน ชาวบ้านทั้ง 78 ราย จะผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน จากนั้นจะแจ้งประชุมชาวบ้านเพื่อแจ้งความจำนงว่า ใครต้องการเงินไปทำอะไรบ้าง เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว คณะกรรมการจะจัดส่งรายชื่อทั้ง 78 ราย ไปให้เจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน เพื่อจะได้เตรียมโอนเงินเข้าบัญชีให้แก่ชาวบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารเดินทางมายังหมู่บ้านสำราญเพื่อทำสัญญากับคณะกรรมการกองทุน ในฐานะตัวแทนของสมาชิกในการกู้ยืมเงิน จากนั้นธนาคารออมสินจะโอนเงินเข้าบัญชีของชาวบ้านทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม มองว่า การกู้ยืมเงินกองทุนหมู่บ้านส่วนใหญ่จะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลต้องไว้ เพราะปัญหาที่พบคือ ชาวบ้านและเกษตรกรมีรายได้สวนทางกับรายจ่าย หลายคนต้องกู้หนี้ยืมสินจากแหล่งเงินกู้ทั้งในและนอกระบบมาใช้จ่ายในครอบครัว การกู้ยืมจากแหล่งเงินทุนหลายแห่งในเวลาเดียวกันส่งผลกระทบทำให้ต้องกู้ยืมจากแหล่งหนึ่งหมุนเวียนไปใช้หนี้ให้อีกแหล่งหนึ่ง
จากการสำรวจเมื่อ พ.ศ.2556-2557 พบว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านมีหนี้สินในระบบรวม 293,334,721 บาท หนี้นอกระบบ 4,317,000 บาท ในขณะที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีเพียง 3 หมื่นบาทเท่านั้น จำนวนเงินที่สามารถกู้มาได้เพียง 1-3 หมื่นบาท
“สว่าง” มองว่า ไม่สามารถนำไปเป็นทุนต่อยอดประกอบอาชีพได้ เพราะปัญหาหนี้สินจากหลายกองทุนแทบจะต่อคิวเข้ามาทันทีที่รู้ว่าชาวบ้านได้รับการอนุมัติเงิน แล้วเงินเพียงเล็กน้อยก็จะหมดลงในระยะเวลาไม่กี่วัน ปัญหาที่ตามมาคือ ชาวบ้านแบกรับภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งหลากหลายปัญหาก็จะตามมา ไม่ต่างจากกองทุนอื่นๆ ที่รัฐโปรยเข้ามาให้ในชุมชน
“ตั้งแต่เริ่มมีกองทุนต่างๆ เราเห็นแต่ปัญหาที่สุมเข้ามา ทับถมกันจนแทบหาทางแก้ไม่เจอ แม้วัตถุประสงค์ของหลายกองทุนที่ต้องการให้ชาวบ้านได้นำไปต่อยอดสร้างงาน สร้างอาชีพของตนเอง แต่ที่ผ่านมายังไม่เห็นชาวบ้านรายใดที่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม กองทุนหมู่บ้านชุดใหม่นี้ก็เชื่อว่า ปัญหาจะเพิ่มความรุนแรงขึ้น” สว่าง กล่าว
แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาพปัญหา แต่กลุ่มคณะกรรมการหมู่บ้านที่ ต.หนองแคน ก็ยังมีความหวังว่า ยังมีคนในชุมชนที่ต้องการแก้ปัญหามาช่วยกันคิดหาทางออก มากกว่ารอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ
จุดเริ่มต้นเล็กๆ คือการรวมกลุ่มชาวบ้านที่มีภาระหนี้สิน ให้ชาวบ้านเรียนรู้การพึ่งพาตนเอง เริ่มด้วยการจัดทำบัญชีครัวเรือน หาวิธีลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ตามที่แต่ละคนถนัด พูดคุยให้ความรู้ ความเข้าใจในการใช้เงินจากการกู้ยืมให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นหนี้ และมีรายได้สำหรับการดำรงชีพอย่างเพียงพอและพอเพียง
---------------------
('กองทุนหมู่บ้าน' เกาไม่ถูกที่คัน ชาวบ้านใช้ไม่ผิดวัตถุประสงค์แต่ก่อหนี้ซ้ำซ้อน : โดย...กวินทรา ใจซื่อ)



