ข่าว

'เซตซีโร่'พรรคการเมือง:หมากเกมใหม่?

'เซตซีโร่'พรรคการเมือง:หมากเกมใหม่?

27 ก.ย. 2558

คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : 'เซตซีโร่' พรรคการเมือง หมากเกมใหม่ ? : โดย...โอภาส บุญล้อม

 
                      การตอบโต้กลับของ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมาย ของ “รัฐบาล คสช.” ต่อ “จาตุรนต์ ฉายแสง” แห่งพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาวิจารณ์สูตร 6-4-6-4 ที่เกี่ยวกับโรดแม็พเลือกตั้งซึ่งใช้เวลา 20 เดือน ว่านานเกินไป ที่จริงน่าจะเป็น 3-3-3-2 = 11 เดือน ได้เปิดประเด็นร้อนที่อาจทำให้คู่กรณีต้องผงะหงาย
 
                      "การหาเสียงเลือกตั้ง คงคิดว่า 2 เดือนเพียงพอ ซึ่งสองเดือนนั้น พอสำหรับพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ที่เขาตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับคนที่จะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ เขาตั้งไม่ทัน จะตั้งได้ก็เมื่อตอนที่กฎหมายพรรคการเมืองที่จะออกมาคราวหน้า แล้วกฎหมายฉบับใหม่นั้น ไม่ใช่ปัจจุบัน ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่ามีการกำหนดเงื่อนไขใดๆ ที่พิสดารไปกว่าปัจจุบันนี้หรือไม่ และผมเชื่อว่าพิสดารด้วย ดังนั้นเมื่อพิสดาร พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ก็เผลอๆ จะต้องไปจดทะเบียนตั้งพรรคใหม่ กว่าจะตั้งพรรคเสร็จ กว่าจะหาสมาชิก กว่าจะลงหาเสียง จัดพิมพ์โปสเตอร์ 2 เดือนแค่นั้นก็ไม่ทัน"
 
 
'เซตซีโร่'พรรคการเมือง:หมากเกมใหม่?
 
 
" อาจมีเงื่อนไขพิสดาร...พรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม ต้องหาสมาชิกใหม่ นับหนึ่งใหม่ เพื่อให้เท่าเทียมกับคนอื่น แต่ใช้ชื่อเดิมได้ "
 
 
 
                      และ “วิษณุ” มาพูดเรื่องนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อได้กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “โรดแม็พของรัฐบาลและ คสช.” ในงานสัมมนาของ สนช. ตอนหนึ่งว่า “พรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมต้องหาสมาชิกใหม่ นับหนึ่งใหม่ เพื่อให้เท่าเทียมกับคนอื่น แต่สามารถใช้ชื่อพรรคเดิมได้”
 
                      “มือกฎหมายสำคัญของรัฐบาล” พูดอย่างนี้ ใครๆ ก็ต้องคิดว่า อาจเป็นหมากเกมใหม่ของ คสช. โดยให้ร่างรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ฉบับใหม่ มี “เงื่อนไขพิสดาร”  ที่ล้างไพ่พรรคการเมืองกันใหม่ ให้พรรคที่มีอยู่ทั้งหมดสิ้นสภาพไปเหมือนถูกยุบกลายๆ แล้วไปจดแจ้งตั้งพรรคใหม่ หาสมาชิกพรรคกันใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
 
                      สำหรับ “วิษณุ” ให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นการ “ปลดล็อก” ในเรื่องกฎหมายเลือกตั้ง กำหนดให้คนที่จะลงสมัคร ส.ส. ต้องสังกัดพรรคไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งทำให้พรรคที่เพิ่งตั้งใหม่ และพรรคขนาดเล็ก เสียเปรียบ จึงต้องให้โอกาสคนใหม่ที่ยังไม่เคยเข้ามามีโอกาส ต้องให้ความเป็นธรรมและเปิดโอกาสให้แก่ทุกคนทุกพรรค
 
                      นั่นเป็นเหตุผลที่เป็นทางการ แต่น่าคิดว่า “เกม” นี้ มีอะไรมากกว่านั้นหรือไม่?
 
                      เพราะว่า สิ่งที่เห็นได้อันเป็นผลพวงตามมา จากการที่ให้ทุกพรรคสิ้นสภาพไป และจดแจ้งตั้งพรรคกันใหม่ ก็คือ การทำให้ทุกคนอยู่ในสภาพไร้สังกัด มีสิทธิที่จะเลือกว่า จะอยู่พรรคไหนก็ได้ การย้ายพรรคก็ทำได้ง่าย ไม่ต้องติดล็อกทางกฎหมายหรือล็อกทางสังคม ดูทิศทางลมได้ว่าอยู่กับพรรคไหนจะได้เป็นรัฐบาลเนื่องจากใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ
 
 
'เซตซีโร่'พรรคการเมือง:หมากเกมใหม่?
 
 
" ควรปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นของประชาชน...ถ้าเพียงยุบพรรคมาจดใหม่ จะถอยหลังสู่พรรคเฉพาะกิจเพื่อเลือกตั้ง...หากต้องการให้เสมอภาค ผู้เกี่ยวข้องอำนาจรัฐขณะนี้ต้องไม่ยุ่งกับการเมือง "
 
 
 
                      “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ค้านแนวคิด “เซตซีโร่” พรรคการเมือง โดยบอกว่า เป็นการถอยหลังไปสู่ “พรรคเฉพาะกิจเพื่อการเลือกตั้ง”  ดังนั้นทางที่ดีควรปฏิรูปพรรคให้เป็นของประชาชน และหากต้องการให้เสมอภาค ผู้เกี่ยวข้องอำนาจรัฐในขณะนี้ต้องไม่ยุ่งกับการเมือง
 
                      เมื่อพูดถึง “พรรคเฉพาะกิจ” ผู้คนก็มักนึกไปถึง "พรรคสามัคคีธรรม" ที่ก่อตั้งขึ้นในยุคคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) เมื่อมกราคม 2535 ก่อนการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม ตอนนั้นมีการรวบรวมนักการเมืองจากหลายพรรคมาอยู่ที่พรรคนี้ และมีบุคคลในพรรคที่ใกล้ชิดกับ รสช. ผลการเลือกตั้ง พรรคสามัคคีธรรม ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นอันดับ 1 แล้วจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยการสนับสนุนจากพรรคการเมืองอีก 4 พรรค แต่ติดปัญหาที่ นายณรงค์ วงศ์วรรณ หัวหน้าพรรคสามัคคีธรรมถูก “แบล็กลิสต์” ไม่สามารถขอวีซ่าเดินทางเข้าสหรัฐได้ ในที่สุดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เลือกเสนอชื่อ “พล.อ.สุจินดา คราประยูร” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากประชาชนที่ว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง ทำให้เกิดกระแสต่อต้าน พล.อ.สุจินดา ในวงกว้าง ถึงขั้นมีชุมนุมประท้วงขับไล่และในที่สุดนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือด “ พฤษภาทมิฬ”
 
                      และหากมองย้อนอดีตมากกว่านี้ เกี่ยวกับ “พรรคเฉพาะกิจเพื่อการเลือกตั้ง” ก็จะพบว่ามี พรรคเสรีมนังคศิลา ที่เคยสนับสนุน จอมพล ป. พิบูลสงคราม และพรรคสหประชาไทย ที่เคยสนับสนุน จอมพลถนอม กิตติขจร เพื่อรักษาอำนาจหลังการรัฐประหาร
 
                      ขณะที่บางคนก็แปลความ “สูตรพิสดาร” ที่ให้ทุกพรรคเริ่มนับหนึ่งใหม่ ว่า เพื่อให้เกิด “รัฐบาลผสม” โดยให้พรรคขนาดเล็กและพรรคขนาดกลางมีโอกาสได้ต่อรองมากขึ้น
 
 
'เซตซีโร่'พรรคการเมือง:หมากเกมใหม่?
 
 
" เป็นเรื่องที่พิสดาร...ถ้าจะยุบพรรค เท่ากับหาเหตุให้กระบวนการเลือกตั้งยืดเยื้อออกไป "
 
 
 
                      “จาตุรนต์ ฉายแสง” แกนนำพรรคเพื่อไทย มองเรื่อง “เซตซีโร่” พรรคการเมืองว่า เป็นการหาเหตุให้กระบวนการเลือกตั้งยืดเยื้อออกไป
 
                      อีกด้านหนึ่ง “แหล่งข่าว” ซึ่งเป็นอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุด “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ได้ชี้ถึงที่มาในการพูดของ “วิษณุ เครืองาม” ในเรื่องสูตรพิสดาร ว่า น่าจะมีที่มาจากมาตรา 76 ของร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีเจตนารมณ์ต้องการให้มีการปฏิรูปพรรคการเมือง ต้องการให้พรรคเป็นพรรคมหาชน ไม่ใช่พรรคของนายทุน หรือกลุ่มบุคคลใด โดยเนื้อหาสำคัญอยู่ที่วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคเจ็ด
 
                      วรรคหนึ่ง กำหนดให้พรรคการเมืองต้องจัดองค์กรภายใน ดำเนินกิจการ และออกข้อบังคับให้สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ
 
                      วรรคสอง กำหนดให้ “คณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง” มีหน้าที่ดำเนินกิจการของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และข้อบังคับของพรรคการเมือง ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน
 
                      และวรรคเจ็ด กำหนดว่า ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การจัดองค์กรภายใน การดำเนินกิจการ ข้อบังคับพรรคการเมือง หรือมติใดไม่เป็นไปตามมาตรานี้ ให้การนั้นเป็นอันสิ้นผล ซึ่งอาจเทียบเคียงได้กับการที่พรรคการเมืองต้องเริ่มต้นใหม่ ตามที่ “วิษณุ” พูด
 
                      ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ “อาจารย์วิษณุ” เคยบอกกับนักข่าวเป็นนัย ว่า “สูตรพิสดาร” ที่เขาพูดถึงก็มีที่มาจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ นั่นเอง
 
                      สรุปว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังออกมาแนวเดิมกับร่างรัฐธรรมนูญของ อ.บวรศักดิ์ ซึ่งแนวโน้มคงจะเป็นอย่างนั้น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ก็ต้องเขียนให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่จะถึงขนาดให้ทุกพรรคเริ่มต้นใหม่อย่างที่อาจารย์วิษณุพูดเลยหรือไม่ ก็ต้องรอดูกันต่อไป
 
                      แต่หากให้ “เซตซีโร่” เริ่มนับหนึ่งจัดตั้งพรรคการเมืองกันใหม่ คง “โกลาหล” น่าดู โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย
 
 
--------------------
 
ข้อมูลพรรคการเมืองไทย
 
 
                      พรรคการเมืองทั้งหมด : 72 พรรค
 
เงื่อนไขตั้งพรรค
 
                      1.มีผู้ร่วมจัดตั้งไม่น้อยกว่า 15 คน
 
                      2.หาสมาชิกทั่วประเทศ 5,000 คน ภายใน 1 ปี
 
                      3.มีประชุมใหญ่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
 
ข้อมูล ณ มิ.ย.58
 
--------------------
 
พรรคการเมืองที่มีสมาชิกเกิน 1 แสนคน
 
 
- ประชาธิปัตย์ จำนวนสมาชิก (คน) 2,896,137 อายุ (ปี) 69
 
- มหาชน จำนวนสมาชิก (คน) 1,181,024 อายุ (ปี) 17
 
- คนขอปลดหนี้ จำนวนสมาชิก (คน) 326,755 อายุ (ปี) 17
 
- ภูมิใจไทย จำนวนสมาชิก (คน) 153,087 อายุ (ปี) 7
 
- เพื่อไทย จำนวนสมาชิก (คน) 134,906 อายุ (ปี) 8
 
ข้อมูล ณ 31 มี.ค. 58
 
 
---------------------
 
(คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : 'เซตซีโร่' พรรคการเมือง หมากเกมใหม่ ? : โดย...โอภาส บุญล้อม)