
คุมอาเดม-ยูซูฟูทำแผนฯ-รปภ.เข้ม!
26 ก.ย. 2558
คุมตัว อาเดม-ยูซูฟู ผู้ต้องหาคดีระเบิดแยกราชประสงค์-ท่าเรือสาทรไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทหาร-ตำรวจรปภ.เข้ม! ผบ.ตร. ยันหลักฐานมัด 2 มือบึ้ม
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 กันยายน 2558 พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ในวันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการนำตัวนายบิราจ มูฮัมหมัด หรือบิราจ บิราเติร์ก หรือนายเอเดม คาราดัค และนายไมไรลี่ ยูซุฟู สองผู้ต้องหาคดีรอบวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยช่วงแรกจะนำสองผู้ต้องหามาทำแผนที่แยกราชประสงค์ จากนั้นช่วงที่สองจะแยกนายอาเดม ไปทำแผนตั้งแต่ขึ้นวินรถจักรยานยนต์จากปากซอยมหาดเล็กหลวง ไปจนถึงสวนลุมพินี ส่วนนายยูซุฟู ตำรวจจะนำตัวไปชี้จุดที่ทางแนวทางการสืบสวนทราบว่า เจ้าตัวใช้โทรศัพท์มือถือกดระเบิด จากนั้นจะนำตัวไปชี้จุดที่บริเวณคลองแสนแสบ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่านโทรศัพท์ไปโยนทิ้งหลังก่อเหตุ และส่วนช่วงที่สามคือเอาทั้งสองคนมาทำแผนร่วมกันตอนแลกกระเป๋าที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งจะเริ่มการทำแผนในเวลา 12.30 น. อย่างไรก็ตามข้อมูลการที่ผู้ต้องหาซัดทอดไปหาผู้ใดบ้างนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณศาลท้าวมหาพรหมยังคงมีนีกท่องเที่ยวเข้ามาสักการะกราบไหว้ขอพรกันตามปกติ โดยมีบรรดาสื่อมวลชนทั้งไทยและเทศเดินทางเข้ามารอทำข่าวกันเป็นจำนวนมาก สำหรับมาตรการการรักษาความปลอดภัยนั้น มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.5 จำนวน 1 กองร้อย และเจ้าหน้าที่ทหาร ม.พัน 1 รอ.จำนวน 1 กองร้อย เข้ามาดูแลความเรียบร้อย เบื้องต้นเหตุการณ์เป็นไปตามปกติ
คุม 2 มือบึ้มฝากขังศาลทหาร
ที่ศาลทหารกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 26 กันยายน เจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมพนักงานสอบสวน และตำรวจหน่วยอรินทราช 26 ร่วมกันควบคุมตัวนายอเดม คาราดัต หรือนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด อายุ 24 ปี ซึ่งถูกจับกุมได้ที่พูลอนันต์ อพาร์ทเม้นท์ ย่านหนองจอก และนายมีไรลี ยูซุฟู อายุ 26 ปี ถูกจับกุมที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.สระแก้ว ผู้ต้องหาก่อเหตุวางระเบิดศาลพระพรหม บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร มาฝากขังต่อศาล ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันทำระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย , ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ , ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันพกพาอาวุธระเบิดไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ถูกแยกนั่งมาในรถตู้คนละคัน โดยได้นำตัวเดินทางมาจากกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) สวมชุดนักโทษ ทับด้วยเสื้อกันกระสุน และสวมกุญแจข้อมือ โดยทั้งสองมีสีหน้าเรียบเฉย โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มกันอย่างแน่นหนา
‘ผบ.ตร.’ ยันหลักฐานมัด 2 มือบึ้มราชประสงค์ ก่อนหิ้วทำแผน 19 จุด
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (ผบ.ตร.) เปิดเผยกรณีนำตัวนายอาเดม คาราดัก หรือ บิลลาร์ เติร์ก มูฮำหมัด และนายเมียไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาคดีระเบิดราชประสงค์ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายอาเดม คาราดัก หรือบิลลาร์ เติร์ก มูฮำหมัด และนายเมียไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาคดีระเบิดราชประสงค์ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจะเริ่มทำแผนจากแยกราชประสงค์ จากนั้นจะไปต่อที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากนั้นก็คงต้องแยกกันไปทำแผนในจุดอื่นๆด้วย เช่น ห้องน้ำภายในสวมลุมพินี ที่พบว่านายอาเดม เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และขึ้นวินรถจักรยานยนต์ คือทุกจุดที่ผู้ต้องหาได้มีการผ่านไป ส่วนการรับสารภาพเป็นไปอย่างที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร.และโฆษกตร. แถลงไปแล้วว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพว่า ได้ทำหน้าที่อะไรบ้าง คงไปทำแผนคำให้การของผู้ต้องหาส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมีอาการเครียดหรือไม่นั้น คงจะมีอาการปกติดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนคำรับสารภาพของนายอาเดม มีความสอดคล้องกับพยานหลักฐานมากแค่ไหนและเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานยืนยันหรือไม่ว่ามีหลักฐานเอาผิดแน่นอน พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า จากคำให้การของนายอาเดม มีความสอดคล้องกับพยานหลักฐานต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแสวงหามานำมายืนยันกับนายอาเดม และเรียนว่าก่อนที่จะนำมาสู่การทำแผนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำตัวผู้ต้องหาไปดูสถานที่ต่างๆ ตามคำรับสารภาพของนายอาเดม แล้ว อย่างที่ตนเคยบอกว่าเราไม่สามารถเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาได้ทั้งหมด ว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็นจริงจนกว่าเราจะพิสูจน์ทราบ ซึ่งเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็ได้ทำการพิสูจน์ทราบอย่างชัดเจน กล้าหรือเราสามารถสรุปและนำมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนได้
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ส่วนการเอาผิดในชั้นศาลต้องว่าไปตามขั้นตอน เป็นกระบวนการในชั้นศาล ซึ่งขณะนี้สามารถบอกได้แล้วว่านายอาเดม ถูกจับกุมในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาแล้ว ทั้งนี้คำให้การของนายอาเดม สอดคล้องกับคำให้การของนายยูซุฟู ที่ซัดทอดถึงนายอิซาน และบุคคลอื่นในเครือข่ายนี้ด้วย และคำให้การของทั้ง 2 คนก็เป็นไปตามพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมได้ และหลักฐานอื่นที่ใช้ประกอบการสอบสวนก็ถือว่าทุกอย่างมีความสอดคล้องกัน ทั้งพยานหลักฐานที่เราแสวงหามาได้ ทั้งหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สิ่งเหล่านี้มันมีความเจือสมกัน เชื่อได้ว่าคำให้การหรือคำรับสารภาพของเขาน่าจะเป็นความจริง ส่วนการติดตามตัวผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งหมดเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว ไม่มีการละเว้นและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถจับกุมทุกคนได้ในที่สุด ส่วนมีเบาะแสที่ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับอยู่ที่มาเลเซียนั้น ไม่ขอตอบ
อย่างไรก็ตาม การทำแผน 19 จุด เริ่มจากจุดบริเวณหน้าโรงแรมเอราวัณ จุดที่นายอาเดม ลงรถสามล้อ. จุดที่ 2 ศาลพระพรหม ซึ่งเป็นจุดวางกระเป๋าระเบิด ส่วนนายยูซูฟู นำตัวไปที่หัวมุมถนนพระราม 1 ตัดราชดำริฝั่งตรงข้ามศาลท้าวมหาพรหม จุดที่ 3 บริเวณ ปากซอยมหาดเล็กหลวง ซึ่งเป็นจุดขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนี จุดที่ 4 บริเวณสะพานเฉลิมโลกเป็นจุดทิ้งโทรศัพท์ลงคลอง ,จุดที่ 5 บริเวณประตู 5 สวนลุมพินี ซึ่งเป็นจุดที่นายอาเดม ลงรถจักรยานยนต์แล้วเดินเข้าไปในสวนลุมพินี จุดที่ 6 ห้องน้ำใกล้ประตู 5 เป็นจุดที่อาเดมเข้าไปเปลี่ยนชุด ก่อนจะเดินออกไปทางออกประตู 3 ฝั่งถนนพระราม 4 ซึ่งนายอาเดม ออกไปขึ้นรถแท็กซี่
จุดที่ 7 ริมคลองผดุงกรุงเกษม สะพาน 3 ข้างหัวลำโพง เป็นจุดที่มารอรับกระเป๋าใส่ระเบิดจากนายยูซูฟู ส่วนนายยูซูฟู ยืนรออยู่บนสะพาน 2 จุดที่ 8 บริเวณม้านั่งริมคลองผดุงกรุงเกษม ระหว่างสะพาน 3 กับคลอง 2 ข้างสถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นจุดเปลี่ยนกระเป๋า จุดที่ 9 ริมรั้วสถานีรถไฟหัวลำโพง บริเวณคลองผดุงกรุงเกษม เป็นจุดขึ้นรถสามล้อ จุดที่ 10 อู่รถสามล้อวัดดวงแข เป็นจุดที่คนขับรถสามล้อหยุดคุยกับเพืี่อน จุดที่ 11 ร้านคอกพิชตรงข้ามโรงแรมรามาด้า เป็นจุดรับกระเป๋าระเบิดนายซูแบร์ จุด 12 มัสยิสอัสสละฟียะห์ ระหว่างซอยเจริญกรุง 105 กับ 107 โดยนายอาเดม ได้เข้าไปละมาดนานประมาณ 20 นาที จุดที่ 13 ปั้มแก๊สแอลพีจีตรงข้ามมัสยิส ซึ่งนายอาเดม เข้าไปเปลี่ยนเป็นเสื้อเหลือง จุดที่ 14 บริเวณหน้าที่ทำการไปรษณีย์บางคอแหลม เป็นจุดขึ้นรถแท๊กซี่ จุดที่ 15 ปากซอยเจริญนคร 61 และท่าเรือเจ้าพระยาปริ้สเซส เป็นจุดที่วางถุงใส่ระเบิด จุดที่ 16 ถนนเจริญนคร ฝั่งตรงข้ามซอยเจริญนคร 61 เป็นจุดขึ้นรถแท๊กซี่ จุดที่ 17 หน้าตลาดมีนบุรี เป็นจุดลงรถแท๊กซี่ จุดที่ 18 ร้านเซเว่นอีเลเวนตลาดมีนบุรี ซึ่งนายอาเดม เข้าไปซื้อของ และจุดที่ 19 ห้องพักเลขที่ 412 อาคารพูลอนันต์ เป็นห้องพักของนายอาเดม
‘ผบ.ตร.’ ยันบึ้มกรุงฯปมแค้นปราบแก๊งค้ามนุษย์
ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (ผบ.ตร.) เปิดเผยก่อนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนายอาเดม และนายยูซูฟู ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาจากการสอบปากคำ 2 ผู้ต้องหาเพิ่มเติมนั้น ผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ บวกกับพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่มีทั้งหมดสามารถยืนยันได้ว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตำรับสารภาพของผู้ต้องหา แต่เจ้าหน้าที่ได้นำพยานหลักฐานมายืนยัน ทำให้ผู้ต้องหาทั้งสองยอมจำนนนต่อหลักฐาน ส่วนชนวนวนการก่อเหตุเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่กวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง จึงเป็นเหตุให้ธุรกิจขบวนการค้ามนุษย์ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ซึ่งผู้ต้องหาก็เป็น 1 ในขบวนการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย และเชื่อว่าขบวนการเหล่านี้ถูกจ้างจากขบสนการที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน แต่อาจจะใช้ขบวนการดังกล่าวในการก่อเหตุในครั้งนี้
สำหรับการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันนี้เป็นการทำแผนจากการรับสารภาพของผู้ต้องหาทั้งสองว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยหลังจากนี้หากพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็จะทำการออกหมายจับต่อไป
---------------------------------------------
(ที่มาภาพ : @fm91trafficpro)



