
แจ็คสันอาจมีลูกคนที่4ที่ยังไม่ได้เปิดเผย
ลูก 3 คน ของไมเคิล แจ็คสัน จะได้เงิน 300 ล้านปอนด์เป็นค่าลิขสิทธิ์จากเทปบันทึกภาพการซ้อมครั้งสุดท้ายของพ่อ
(22ก.ค.) เว็บไซต์ของนิตยสารเฮลโหล รายงานว่า ลูก 3 คน ของไมเคิล แจ็คสัน เจ้าของฉายา " ราชาเพลงป็อป " ผู้ล่วงลับ จะได้ส่วนแบ่งเป็นเงิน 300 ล้านปอนด์ หรือราว 16,000 ล้านบาท จากภาพบันทึกการซ้อมคอนเสิร์ตสำหรับการแสดงที่ลอนดอน ที่ถ่ายทำในช่วงวันท้าย ๆ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ซึ่งภาพวีดีโอที่ยังไม่ได้เปิดเผยที่ไหนมาก่อน ได้ถูกจัดเตรียมโดย AEG โปรโมเตอร์จัดคอนเสิร์ตของแจ็คสัน ที่สนามกีฬาโอทู ที่คาดว่าจะสามารถทำเงินได้หลายร้อยล้านปอนด์ เมื่อถูกนำออกจำหน่ายทั่วโลก และยิ่งจะได้มากกว่านี้ถ้ามีการปล่อยซาวด์แทร็กออกมาด้วย
ถึงแม้ AEG จะเป็นผู้ถ่ายทำภาพการฝึกซ้อม แต่บริษัทจัดการทรัพย์สินของแจ็คสัน ก็เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในชื่อและภาพของแจ็คสัน ซึ่งแรนดี้ ฟิลลิปส์ ผู้บริหารบริษัทจัดการทรัพย์สินของแจ็คสันกล่าวว่า ลูกทั้ง 3 คน ของยอดซูเปอร์สตาร์ คือ ปริ๊นซ์ ไมเคิล วัย 12 ปี, ปารีส วัย 11 ปี และแบล็คเก็ตวัย 7 ปี จะมีส่วนแบ่งในรายได้มหาศาลนี้ด้วย
คนวงในฮอลลีวู้ด ระบุว่า ภาพยนตร์เกี่ยวกับแจ็คสัน ที่จะมีภาพการฝึกซ้อมบางส่วนจากทั้งหมด80 ชั่วโมง ที่แอลเอ สเตเปิ้ลส์ เซ็นเตอร์ อาจลงโรงฉายในช่วงคริสต์มาส ส่วน AEG ได้ขายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดทางโทรทัศน์ สำหรับคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นเพื่อไว้อาลัยแจ็คสัน ที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 29 สิงหาคม ซึ่งจะตรงกับวันเกิดครบรอบปีที่ 51 ของแจ็คสัน ไปแล้ว ซึ่งเจอร์เมน แจ็คสัน ได้ยืนยันว่า เขาจะร่วมทีมกับสมาชิกที่เหลือของวงแจ็คสัน ไฟว์ คือ ติโต มาลอน และแจ็คกี้ ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตกับเหล่าศิลปินดังคนอื่น ๆ โดยจัสติน ทิมเบอร์เล้ค และเจเน็ต แจ็คสัน ก็จะขึ้นเวทีด้วย และจะมีการฉายซ้ำอีกครั้งในคืนต่อมา
เจอร์เมน ยังเปิดเผยด้วยว่า ต้องการจะจัดคอนเสิร์ตในอังกฤษ เพื่อเป็นการไว้อาลัยต่อแจ็คสันด้วยโดยทางครอบครัวได้เจรจากับศิลปินดัง ๆ อย่าง อัชเชอร์ , จัสติน ทิมเบอร์เล้ค , มารายห์ แครี่ย์ไลโอเนล ริชชี่ และสตีวี่ วอนเดอร์
เผยแจ็คสันอาจมีลูกคนที่4ที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผย
เว็บไซต์ แท็บลอยด์ เดอะซัน ของอังกฤษ รายงานว่า แด๊นเซอร์ที่เชื่อกันว่า เป็นลูกชายสุดที่รักที่ถูกปกปิดของไมเคิล แจ็คสัน " ราชาเพลงป๊อป " ผู้ล่วงลับ ได้นั่งอยู่แถวหน้าในงานที่จัดขึ้นเพื่อไว้อาลัยให้แจ็คสัน โดยแด๊นเซอร์วัย 25 ปีผู้นี้ มีชื่อว่า โอเมอร์ บัตติ ที่นั่งก้มศีรษะและสวมแว่นดำนั่งอยู่แถวเดียวกับพี่ชายและพี่สาวและน้องสาวของแจ็คสัน ในช่วงเวลาอันน่าสะเทือนใจเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งยิ่งเติมเชื้อไฟแห่งความสงสัยว่า เขาน่าจะเป็นลูกคนที่ 4 ของแจ็คสัน และจากภาพในวัยเด็กของเขา ได้แสดงให้เห็นความเหมือนกันอย่างน่าอัศจรรย์ระหว่างเขา ปริ๊นซ์ ไมเคิลที่ 2 หรือ แบลงเก็ต ลูกชายคนที่ 3 อย่างเป็นทางการของแจ็คสัน
แจ็คสัน ซึ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนที่แล้ว ขณะมีวัย 50 ปี ถูกระบุว่าเคยบอกกับเพื่อน ๆ เมื่อปี 2547ว่า โอเมอร์ ซึ่งเป็นชาวนอร์เวย์ เกิดขึ้นมาเพราะความสัมพันธ์คืนเดียว เมื่อปี 2527 และเชื่อว่าตอนนี้โอเมอร์กำลังจะตรวจดีเอ็นเอ เพื่อค้นหาความจริง ขณะที่ครอบครัวของเขาในออสโล ก็ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ว่าแจ็คสันเป็นพ่อของเขา
หลังการเสียชีวิตของแจ็คสัน เพีย มารดาของโอเมอร์ กล่าวว่า เขาเป็นราชาเพลงป๊อป แต่สำหรับพวกเรา เขาเป็นยิ่งกว่านั้น ส่วนความคล้ายกันระหว่างโอเมอร์กับแบลงเค็ตนั้น เห็นได้ชัดจากสีผมดำสนิท โครงหน้าและคิ้ว และที่สำคัญคือเขาได้ที่นั่งพิเศษรวมอยู่ในกลุ่มครอบครัวแจ็คสันในพิธีไว้อาลัยที่สเตเปิลส์ เซ็นเตอร์ ในลอส แองเจลิส เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม แต่ขณะเดียวกันบรรดาผู้คลที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก กลับได้ที่นั่งในแถวถัดไป นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่โอเมอร์เคยอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์เนเวอร์แลนด์ของแจ็คสัน เป็นเวลาหลายปี และเข้ากับญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ราวกับเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวแจ็คสัน
จากภาพในวีดีโอของเดอะซัน ได้แสดงให้เห็นโอเมอร์ ในวัยประมาณ 14 ปี ไว้ผมยาว แกะห่อของขวัญวันคริสต์มาสกับแจ็คสันที่เนเวอร์แลนด์ เขาเล่นกับทารกคนหนึ่ง ที่เชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในลูกอย่างเป็นทางการของแจ็คสัน ราวกับเป็นพี่น้องกัน ในปี 2546 โอเมอร์ก็ไปร่วมงานวันเกิดแจ็คสัน และนั่งอยู่ในรถลิมูซีนของแจ็คสัน และยังอยู่ที่เนเวอร์แลนด์ ตอนที่ตำรวจบุกเข้าไปตรวจค้นสมัยที่แจ็คสันถูกกล่าวหาเรื่องล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เมื่อปี 2546 อีกด้วย โอเมอร์ เปิดเผยเมื่อปีที่แล้วว่า เขารู้สึกแย่ตอนที่ตำรวจซานตา บาร์บาร่า บุกเข้าไปที่เนเวอร์แลนด์ซึ่งแจ็คสันไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย
หลังโอเมอร์เกิด แจ็คสันส่งพี่เลี้ยง 2 คน ไปยังออสโล เพื่อช่วยแม่ของเขาเลี้ยงดูเขา และทั้งคู่ได้พบกันเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2539 โดยโอเมอร์มีอายุ 12 ปี และสร้างความประทับใจให้แจ็คสันผู้เป็นตำนานแห่งการเต้น ด้วยเต้นรำในระหว่างรอพบแจ็คสันที่โรงแรมในตูนิเซีย ครอบครัวของโอเมอร์ ได้ขายบ้านในออสโล ก่อนย้ายไปอยู่เนเวอร์แลนด์ เมื่อปี 2540
โอเมอร์ยกให้แจ็คสันเป็นไอดอลของเขา ตั้งแต่ยังเด็ก และมีโอกาสได้แสดงไปทั่วโลก นับจากปี 2539 เขาเริ่มปรากฎตัวร่วมกับแจ็คสัน และยังเคยขึ้นเวทีร่วมกันอีกด้วย โอเมอร์ยอมรับว่า เขามีปัญหาเรื่องยาเหมือนแจ็คสัน เขาเคยถูกจับฐานมียาเสพติดในครอบครองที่นอร์เวย์ ซึ่งเป็นกัญชาจำนวนไม่มากนัก เมื่อปี 2547 และถูกลงโทษด้วยการปรับเงิน
แจ็คสันเคยอุทิศอัลบั้ม อินวินซิเบิล ให้เพื่อรักของโอเมอร์ คือ เบนจามิน เฮอร์แมนเซ่น วัย 15 ปีที่ถูกนีโอนาซีแทงเสียชีวิต เมื่อปี 2544 ทั้งโอเมอร์และแจ็คสันต่างคงความใกล้ชนิดสนิทสนมกัน จนกระทั่งแจ็คสันเสียชีวิต เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งในการให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2551 โอเมอร์กล่าวว่า ความภักดีเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา และระบุว่า แจ็คสันเป็นมนุษย์ที่มีความดีอย่างเหลือเชื่อ
โอเมอร์พยายามสร้างชื่อเสียงด้วยตัวเอง ในโลกของดนตรีแร็พ และฮิป-ฮอป โดยใช้ชื่อว่าโอ-บี และยังอยู่แอลเอ นับตั้งแต่เสร็จสิ้นพิธีไว้อาลัยให้แจ็คสัน มีรายงานด้วยว่า เพีย แม่ของโอเมอร์ คือ ริซ ซึ่งเป็นชาวปากีสถาน ได้ทำงานให้แจ็คสันมาก่อน โดยริซเป็นคนขับรถส่วนเพียเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ขณะที่ริซไม่ยอมตอบรับหรือปฏิเสธเมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์แท้จริงระหว่างโอเมอร์กับแจ็คสัน



