ข่าว

‘กษัตริย์ซาอุฯ’สั่งปรับปรุงแผนจัดการพิธีฮัจญ์

‘กษัตริย์ซาอุฯ’สั่งปรับปรุงแผนจัดการพิธีฮัจญ์

25 ก.ย. 2558

กษัตริย์ซาอุฯสั่งปรับปรุงแผนจัดการพิธีฮัจญ์ในการบริหารควบคุมฝูงชน ด้านผู้นำสูงสุดอิหร่านโวยซาอุฯต้องรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรม

 
 
          กษัตริย์ซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงมีรับสั่งให้ปรับแผนการจัดงานพิธีฮัจญ์อย่างเร่งด่วน เพื่อปรับปรุงระบบการจัดการและควบคุมฝูงชน หลังจากเกิดโศกนาฏกรรมที่มีผู้แสวงบุญเหยียบกัน ตายที่ทุ่งมีนากว่า 700 คนเมื่อวันพฤหัสบดี พระองค์บอกด้วยว่าไม่ว่าผลการสอบสวนหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมจะออกมาอย่างไร การปรับปรุงวิธีการและกลไกการจัดพิธีฮัจญ์ จะไม่หยุดยั้ง และ จะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินนโยบายปัจจุบันและกระจายความรับผิดชอบให้ดีขึ้น
 
          ทุ่งมีนาเป็นที่ตั้งเต็นท์ของผู้แสวงบุญมากกว่า 160,000 เต็นท์ ซึ่งผู้แสวงบุญส่วนหนึ่งจากทั้งหมดเกือบ 2 ล้านคน ใช้เป็นที่พักแรมในระหว่างการไปร่วมประกอบพิธีฮัจญ์ 
 
          ส่วนจุดเกิดเหตุเหยียบกันตายอยู่ตรงบริเวณจุดตัดของถนนสาย 204 และ 223 ซึ่งเป็นเส้นทางไปสู่สะพานจามารัตสูง 5 ชั้น ที่สร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับผู้แสวงบุญจำนวนมากให้สามารถ ขว้างก้อนหินใส่เสาหิน 3 ต้นที่เป็นตัวแทนของปิศาจได้อย่างทั่วถึงและลดการเบียดเสียดกัน  สะพาน จามารัตยาวเกือบ 1 กิโลเมตร และสามารถรองรับผู้แสวงบุญที่จะเดินทางไปประกอบพิธีได้ชั่วโมงละ  3 แสนคน 
 
          ปีนี้ซาอุดิอาระเบียได้เพิ่มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้น โดยกระจายกำลังเจ้าหน้าที่มากถึง เกือบ 1 แสนนาย เพื่อควบคุมความเป็นระเบียบเรียบร้อยของฝูงชนและคุ้มครองความปลอดภัยของ ผู้แสวงบุญตลอดการประกอบพิธีฮัจญ์นาน 5 วัน 
 

          จากสถิติพบว่า จำนวนผู้แสวงบุญในพิธีฮัจญ์เพิ่มสูงขึ้นทุกปีจาก 57,000 คนในปี 2464 โดยเพิ่มขึ้น สูงสุดถึง 3 ล้าน 2 แสนคนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และปีนี้มีผู้แสวงบุญกว่า 1 ล้าน 9 แสนคน  ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ถึง 1 ล้าน 4 แสนคน

 

 

 

 

รัฐบาลซาอุดิอาระเบียสั่งสอบหาสาเหตุเหยียบกันตายในพิธีฮัจญ์ 
          เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ องค์มกุฎราชกุมาร ซึ่งทรงเป็นองค์ประธานคณะกรรมการฮัจญ์ของซาอุดิอาระเบีย ทรงสั่งให้สอบสวนสาเหตุของโศกนาฎกรรมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 719 ราย และบาดเจ็บ 863 ราย ในระหว่างการประชุมร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องการประกอบพิธีที่ทุ่งมีนา ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา  สำนักข่าวซาอุดิ เพรสส์ รายงานว่า ผลการสอบสวนจะถูกรายงานตรงต่อกษัตริย์ซัลมาน ซึ่งจะทรงประกาศใช้มาตรการที่เหมาะสมในการรับมือต่อไป 
 
          กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า สาเหตุการเหยียบกัน เกิดจากการที่ผู้แสวงบุญสองกลุ่มใหญ่สวนทางมาเจอกันบริเวณจุดตัดของถนนสาย 204 และ 223 ทำให้เกิดการเบียดเสียดกัน นอกจากนี้ อุณหภูมิความร้อนและความเหนื่อยล้า ก็อาจเป็นสาเหตุของเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนี้เช่นกัน ส่วนสถานีโทรทัศน์ อัล อาราบิยา รายงานว่า เจ้าชายคาเล็ด อัล-ไฟซาล ผู้ว่าการเขตนครมักกะห์ ทรงตำหนิผู้แสวงบุญบางส่วนจากประเทศในแอฟริกา ต่อเหตุการณ์เหยียบกันตายที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับกระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า มีผู้แสวงบุญจำนวนมากไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ไม่ทำตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ แต่ก็บอกว่าจะเร่งดำเนินการสอบสวนอย่างโปร่งใส 
 
          เหตุเหยียบกันตาย เริ่มเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือไม่นานหลังจากหน่วยงานป้องกันพลเรือน ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า กำลังรับมือกับฝูงชนจำนวนมากที่ทุ่งมีนา ที่อยู่ห่างจากนครมักกะห์ ราว 4 กิโลเมตร ขณะที่ผู้แสวงบุญบางคน บอกว่า เคยมาร่วมพิธีฮัจญ์ 4 ครั้ง และปีนี้ มีการจัดการแย่ที่สุด ผู้คนอยู่ในอาการขาดน้ำและเป็นลมก่อนจะเกิดเหตุ ที่บริเวณจุดตัดของถนนสาย 204 และ 223 ซึ่งเป็นเส้นทางไปสู่สะพานจามารัต ที่สร้างขึ้นเพื่อลดความแออัดของฝูงชน และป้องกันเหตุเหยียบกัน  
 
          นายซาอิด โอฮาดี หัวหน้าองค์การด้านพิธีฮัจญ์ของอิหร่าน กล่าวว่า มีการปิดเส้นทาง 2 เส้น ในบริเวณใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นจุดที่ฝูงชน เข้าไปปาก้อนหินใส่เสาหลัก 3 เสา โดยไม่ทราบเหตุผล และการปิดเส้นทางดังกล่าวน่าจะเป็นสาเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เขาบอกด้วยว่า การปิดสองเส้นทาง ทำให้เหลือแค่ 3 เส้นทาง ผู้รอดชีวิตคนหนึ่ง บอกว่า เห็นคนเหยียบขึ้นไปบนคนที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ และอีกหลายคนก็เหยียบย่ำตาม ซึ่งในคลิปวิดีโอที่ถ่ายโดยมือสมัครเล่น และถูกเผยแพร่ในโซเชียล มีเดีย ได้แสดงให้เห็นศพของชายคนหนึ่งสวมใส่เสื้อผ้าที่ใช้ในการประกอบพิธี นอนอยู่ใกล้กับรถวีลแชร์ที่อยู่ในสภาพยับเยินและขวดน้ำหลายขวด  ผู้รอดชีวิตอีกคนหนึ่งบอกว่า ฝูงชนต่างปีนป่ายกัน ตะเกียกตะกายหาอากาศหายใจ และตำหนิทางการซาอุดิอาระเบีย ไม่ได้มีการเตรียมพร้อมรับมืออย่างเพียงพอ 
 
          ทุ่งมีนาเป็นที่ตั้งเต็นท์ของผู้แสวงบุญมากกว่า 160,000 เต็นท์ ซึ่งผู้แสวงบุญส่วนหนึ่งจากทั้งหมดเกือบ 2 ล้านคน ใช้เป็นที่พักแรมในระหว่างการไปร่วมประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งในขณะที่เกิดเหตุเหยียบกันตาย 
 
          ผู้แสวงบุญก็ยังพยายามเบียดเสียดกันไปยังทุ่งมีนา เพื่อขว้างปาก้อนหินใส่เสาหลักที่เป็นตัวแทนของวิญญาณที่ชั่วร้าย  ส่วนในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยในชุดสีส้มทับด้วยเสื้อกั๊กสีเหลืองเข้าไปพื้นที่เกิดเหตุ โดยทางการได้ระดมเจ้าหน้าที่ราว 4,000 คน และรถพยาบาลราว 220 คัน ไปช่วยผู้บาดเจ็บ และมีเฮลิคอปเตอร์บินตรวจการอยู่ด้านบน



 

“ผู้นำสูงสุดอิหร่าน”โวยซาอุฯต้องรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรม
          อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วันแก่ชาว อิหร่านที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุเหยียบกันตายที่ทุ่งมีนา ใกล้นครมักกะห์ของซาอุดิอาระเบียเมื่อวันพฤหัสบดี  หลังจากทางการอิหร่านแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิต 90 คนและผู้บาดเจ็บ 60 คน นอกจากนี้เขากล่าว่ารัฐบาล ซาอุดิอาระเบียควรรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรม การบริหารจัดการผิดพลาด และการขาดมาตรการ ที่เหมาะสมที่เป็นต้นเหตุของหายนะครั้งนี้
 
          ก่อนหน้านั้นคณะผู้แทนฮัญจ์ของอิหร่านกล่าวโทษว่าการปิด 2 เส้นทางที่จะไปยังจุดขว้างปาเสาหินเป็น ต้นเหตุให้เกิดการเหยียบกันตาย ที่จนถึงขณะนี้มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 700 คน และ มีชาวอินโดนีเซียเสียชีวิตด้วย 2 คน
 
          ผู้อยู่ในเหตุการณ์หลายคนกล่าวตำหนิทางการซาอุดิอาระเบียต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น โดยผู้แสวงบุญชาวลิเบียคนหนึ่ง บอกว่า ตอนที่มีฝูงชนแออัด ตำรวจได้ปิดทางเข้าออกในบริเวณที่พักผู้แสวงบุญจนเหลือทางเดียว และดูเหมือนว่าตำรวจบางคนไม่มีประสบการณ์ และไม่รู้จักถนนและสถานที่โดยรอบและผู้อยู่ในเหตุการณ์หลายคนพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูด
 
          ขณะเดียวกันอีร์ฟาน อัล-อลาวี ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิวิจัยมรดกอิสลาม ในนครมักกะห์บอกว่า ตำรวจไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างเหมาะสมและขาดทักษะด้านภาษาในการสื่อสารกับผู้แสวงบุญชาวต่างชาติ รวมทั้งไม่มีทักษะในการควบคุมฝูงชน 
 
          ขณะเดียวกันผู้แสวงบุญชาวอียิปต์คนหนึ่ง บอกว่า ซาอุดิอาระเบียได้ทุ่มงบจำนวนมากเพื่อจัดพิธีฮัจญ์แต่ยังขาดการจัดการที่ดี  โดยบอกว่าควรมีการควบคุมฝูงชนที่จะเข้าออกภายในแคมป์ที่พักให้ดีขึ้น  โดยควรแยกถนนเส้นหนึ่งสำหรับทางเข้า และอีกเส้นสำหรับทางออก และหากมีตำรวจเฝ้าบนถนนทุกเส้นและควบคุมฝูงชน ก็คงจะไม่เกิดโศกนาฏกรรม พิธีขว้างหินจะยังคงมีต่อในวันนี้และวันเสาร์ แต่ผู้แสวงบุญบางคนบอกว่ายังหวาดกลัวที่จะผ่านตรงจุดเกิดเหตุเหยียบกันตาย