ข่าว

'วิษณุ'ร่ำไห้พท.ปัดร่วมสปท.

'วิษณุ'ร่ำไห้พท.ปัดร่วมสปท.

25 ก.ย. 2558

'วิษณุ' อุบตัวเลขฟ้องแพ่ง 'ยิ่งลักษณ์' รอข้อมูล 30 ก.ย.เสนอนายกฯ ชี้ เรียกเกินดีกว่าขาด 'มีชัย' ยังไม่ตกลงนั่ง ปธ.กรธ. อยากจะร่ำไห้ พท.ปฏิเสธเข้าร่วม สปท.

 
                      25 ก.ย. 58  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกำหนดค่าความเสียหาย และคณะกรรมการว่าด้วยการรับผิดทางแพ่งคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว กล่าวถึงความคืบหน้าการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีรับจำนำข้าว ว่า ยังไม่มีอะไรคืบหน้า เพราะกำหนดวันที่ทางคณะทำงานจะต้องส่งรายงานข้อมูลมาให้ตน เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา คือ 30 ก.ย. เพื่อส่งให้กระทรวงการคลังดำเนินการฟ้องร้องต่อไป ก่อนหน้านั้นได้โทรศัพท์ไปสอบถามเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา และได้คำตอบว่า ยังมีเวลาไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้ ส่วนจำนวนตัวเลขที่จะฟ้องนั้นมีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เพราะเกรงว่าจะผิด จึงไม่อยากบอก
 
                      "วันนี้เราไม่ได้พูดเรื่องนโยบายใดว่าถูกหรือผิด นอกจากที่มีการวิจารณ์กันตามหน้าหนังสือพิมพ์เป็นประเด็นวิชาการ ประเด็นเศรษฐกิจ แต่กำลังพูดว่า ท่ามกลางสิ่งที่ดำเนินการนั้นทำให้เกิดอะไรขึ้น คำตอบ คือ เกิดการทุจริตและรั่วไหล รัฐบาลระวังที่จะไปพูดถึงเรื่องนโยบาย เรื่องความชัดเจนในการดำเนินการนั้นใช้อารมณ์ไม่ได้ เมื่อองค์กรที่มีอำนาจ คือ ป.ป.ช. ตั้งเรื่องมา ใครไม่ทำอะไรต่อก็จะมีความผิด ก็ต้องทำต่อ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น"
 
                      เมื่อถามว่า มีข่าวว่าจำนวนเงินที่จะฟ้องร้องประมาณ 5 แสนล้านบาท ในข้อเท็จจริงแล้วมากหรือน้อยกว่านั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ยังต้องสู้กันอีกหลายศาลบอกตัวเลขไม่ได้
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นร้อง สู้คดีโดยฟ้องศาลปกครอง แล้วศาลเห็นว่า การดำเนินการฟ้องร้องของรัฐบาลชุดนี้ถูกต้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องจ่ายค่าเสียหายทันทีใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องดูว่าจำนวนเท่าใดด้วย เพราะเวลาจำเลยคัดค้านเขาต้องค้านทั้งอำนาจและจำนวนเงินที่รัฐบาลยื่นฟ้อง โดยสามารถสู้ได้ทั้งสองศาล ทั้งนี้เชื่อว่ารัฐบาลดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้ว หากเราไปตั้งต้นว่าไม่เป็นธรรมจะดำเนินการทำไม
 
                      เมื่อถามว่า ตัวเลขจำนวนเงิน 5 แสนล้านบาท ที่จะยื่นฟ้องนั้นรวมคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคดีของนายบุญทรง ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่ โดยคำร้องจะแยกเป็นสองประเภท คือ กระทรวงพาณิชย์ เป็นโจทก์ประเภทหนึ่ง กระทรวงการคลัง เป็นโจทก์ประเภทหนึ่ง จำเลยแบ่งเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายบุญทรงและพวก 5 - 6 คน ซึ่งการฟ้องแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน
 
                      ส่วนความจำเป็นต้องตรวจข้าวในสต็อกให้เสร็จก่อนทั้งหมด จึงจะเรียกค่าเสียหายได้ นายวิษณุ กล่าวว่า ในทางกฎหมาย เมื่อทราบถึงระดับจำนวนหนึ่ง ก็สามารถฟ้องได้ไม่ต้องเทกระสอบนับ ส่วนที่ต้องตรวจข้าว เพื่อประโยชน์สำหรับทุกเรื่อง ทั้งการฟ้องคดี การเยียวยา การฟ้องเรียกค่าเสียหาย และดูว่ามีใครที่ต้องรับผิดชอบอีกบ้าง จึงทำไปเสียทีเดียวเพื่อให้ตัวเลขยุติ เพราะคงไปตรวจสอบทุกเดือนคงไม่ได้
 
                      ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการนำตัวเลขค่าฝากข้าวมานับรวมนั้นทั้งที่มีการประกันราคาข้าวไว้แต่ละขั้นตอน โดยที่มีเซเวอร์เยอร์ดูแล นายวิษณุ กล่าวว่า ตอนนี้มีการทำบัญชีย่อยแยกเอาไว้แล้ว และบางทีเซอเวอร์เยอร์อาจต้องรับผิด
 
                      เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่า การดำเนินการของ ป.ป.ช.อาจจะไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดเหมือนการพิจารณาของศาล นายวิษณุ กล่าวว่า ก็เพราะตรงนี้ถึงต้องนำเรื่องไปฟ้องที่ศาล และเราไม่ขัดข้องที่เรื่องจะไปศาล อย่างลืมว่าคดีที่จะไปศาลมี 2 คดี คือ ที่ฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลยคนเดียว ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กับคดีที่ฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก ประเด็นขายข้าวแบบจีทูจี และยังมีเอกชนที่เกี่ยวข้องแต่เป็นการดำเนินการโดยกระทรวงไม่ใช่การรับผิดทางแพ่ง ซึ่งการฟ้องร้องตรงนี้จะพิสูจน์กันว่าการทำงานของ ป.ป.ช. ถูกหรือผิด และอีกส่วน คือ การฟ้องแพ่ง ที่ต้องไปที่ศาลปกครอง
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝ่ายปฏิบัติประวิงเวลาในการระบายข้าวออก แล้วบอกว่าขาดทุนตัวเลข ตรงนี้จะพิสูจน์ได้อย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เป็นไร โจทก์คือรัฐบาลจะฟ้องเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ก็ว่าไป เมื่อถึงเวลาก็ต้องสืบพยานและให้ความเป็นธรรมว่าตัวเลขที่แท้จริงคือเท่าไหร่กันแน่ แต่คงไม่มากกว่าความเป็นจริง เพราะสุดท้ายต้องดูว่าควาามเสียหายเกิดจากใคร อย่างไร แล้วอะไรที่ต้องหักออกไป ผิดที่รัฐบาลไหน ขนาดไหน เพียงใด แล้วจำเลยผิดจริงหรือไม่ หากผิดจริงแล้วทำผิดแค่ไหน ซึ่งเราจะไปเอาผิดเกินกว่าที่เขาจะต้องรับผิดไม่ได้ ทั้งนี้ปกติโจทก์จะฟ้องเกินไว้ดีกว่าขาด หากฟ้องแล้วขาดแต่ศาลเห็นว่ามีความเสียหายมากกว่านี้ก็จะให้ไม่ได้ เพราะศาลพิพากษาเกินคำขอไม่ได้ แต่ถ้าฟ้องมากแล้วศาลเห็นว่าความเสียหายไม่ถึงก็อาจจะให้ไม่ถึงก็เป็นได้ ยกตัวอย่าง สมัยที่ตนเป็นประธานอนุญาโตตุลาการ มีการฟ้องร้องกันเป็นหมื่นล้านบาท สุดท้ายจ่ายแค่หลักร้อยล้านเท่านั้น เป็นต้น
 
 
 
'มีชัย' ยังไม่ตกลงนั่ง 'ปธ.กรธ.' อยากจะร่ำไห้ พท.ปัดร่วม สปท.
 
 
                      นายวิษณุ กล่าวถึงความคืบหน้าการทาบทาม นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับตำแหน่งประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า นายมีชัย ทราบถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลแล้ว ท่านกำลังคิดอยู่ ระหว่างนี้ ก็ลองดูคนอื่นพลางๆ และตอนนี้ก็มีหลายคนที่ไปทาบทามบุคคลต่างๆ อยู่ ไม่ใช่เฉพาะตัวประธาน และสุดท้ายแล้ว ไม่ใช่ว่าหัวหน้า คสช.จะเอาตามที่มีการทาบทามทั้งหมด เพราะเราต้องทาบทามเกินจำนวน 21 คน ซึ่งส่วนตัว ได้ทาบทามประมาณ 6 - 7 คน บางคนก็สิบกว่าคน รวมไปรวมมาก็ประมาณ 30 - 40 คน แล้วค่อยมาดูถึงความเหมาะสม ไม่ใช่เฉพาะคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น เช่น จะเอา กมธ.ยกร่างฯ ชุดเก่า จะเอาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเอาสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คนรุ่นเก่ากี่คน รุ่นใหม่กี่คน หรือไม่อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องของหัวหน้า คสช.ที่จะพิจารณาจากบัญชีทั้งหมด ดังนั้นจะเปิดเผยชื่อตอนนี้ยังไม่ได้ เพราะถ้าหัวหน้า คสช.ไม่เลือก ก็จะเสียหาย จึงต้องทำให้ละเมียดละไม ให้เจ้าตัวเขารู้ตัวซักนิด แต่ไม่รับปากว่าจะได้ และเขาก็ไม่รับปากว่าจะเอา และยอมรับว่า แม้จะมีการทาบทามจำนวนมาก ก็ยังมีความลำบากใจอยู่ เพราะยังไม่ตอบรับกันทุกคน ยังมีเงื่อนไขต่างๆ อยู่
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่านแบ่งรับแบ่งสู้คืออย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า แบ่งสู้มากกว่าแบ่งรับ แล้วท่านจะบอกกับนายกฯ อีกทีหนึ่ง เพราะจะปฏิเสธหรือรับผ่านคนอื่นก็ไม่ดี
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมอยากให้เอาคนที่น่าเชื่อถือ นายวิษณุ กล่าวว่า ทราบว่าสังคมอยากได้คนน่าเชื่อถือ ทำให้มีความหวังในสังคม แต่มันต้องผสมกันหลายๆ อย่าง หากเอาแบบโลกสวยหมดก็ไม่ได้ โลกร้ายหมดก็ไม่ได้
 
                      ส่วนการสรรหาสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่เกี่ยวข้อง แต่ทราบว่าขณะนี้ได้มาเยอะพอสมควรแล้ว มีคนดูอยู่ และมีบางพรรคการเมืองขนาดเล็กส่งรายชื่อมาให้ตน เลยต้องส่งต่อไปให้คนที่มีหน้าที่ เพราะใครอยากจะส่งรายชื่อเป็นสมาชิก สปท.ก็ให้ส่งไปที่ คสช.โดยตรง
 
                      ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่าไม่เข้าร่วมเป็น สปท. นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เป็นไร แต่ก็จะมีหนังสือพิมพ์บางฉบับบอกว่าตนไม่แคร์ ไม่ง้อ ซึ่งไม่ได้หมายความเช่นนั้น อยากจะร่ำไห้ด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อเขาไม่สนใจก็ต้องบอกว่าน่าเสียดาย เพราะเป็นโอกาสที่จะเข้ามาเสนอผลักดันเรื่องอะไรได้หลายอย่าง อย่างน้อยก็เป็นเวทีที่จะพูดอะไรออกมาให้ได้ยินทั้งประเทศ