บรรยินโร่แจ้งเอาผิดพี่สาวชูวงษ์หมิ่นฯ
25 ก.ย. 2558
พ.ต.ท.บรรยิน โร่แจ้งความกองปราบฯดำเนินคดี พี่สาวชูวงษ์ ฐานหมิ่นประมาท เผยจ่อเอาผิด ผบก.ป. สั่งตำรวจค้นบ้านลูกสาวโดยไม่มีหมายค้น
กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 กันยายน 2558 พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรมว.พาณิชย์ ผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุโดยมี พ.ต.ท.บรรยินเป็นคนขับรถ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วรพงษ์ ภคเวส พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดี น.ส.วันเพ็ญ ธนธรรมศิริ อายุ 54 ปี พี่สาวของนายชูวงษ์ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยนำเอกสารข้อความที่มีการโพสต์ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน
พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวว่า วันนี้ (25 ก.ย.) เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.วันเพ็ญ เนื่องจากพบการกล่าวหาผ่านทางโซเชียลมีเดีย คือระบบแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีข้อความที่เข้าขายหมิ่นประมาท เพราะมีการกล่าวหาว่าตนไปแจ้งกรมสรรพากรให้ไปตรวจสอบบริษัทของน.ส.วันเพ็ญ ซึ่งทางผู้สื่อข่าวก็คงเห็นแล้วว่าตนไม่เคยไปเลย เป็นการใส่ร้าย ซึ่งเรื่องของกรมสรรพากรนั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องปกติของหน่วยงานรัฐที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับที่ตนจะไปแจ้งเลย
ทั้งนี้ สำหรับเนื้อหาข้อความที่มีการโพสต์ผ่านทางไลน์นั้น มีข้อความว่า “เมื่อวานนี้ บรรยิน ไปแจ้งกรมสรรพากร ให้มาตรวจสอบบริษัทเรา โดยอ้างว่า ชูวงษ์ เคยบอกว่าบริษัทเราหนีภาษี”
พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวว่า อีกเรื่องที่ตนมาในครั้งนี้ คือกรณีที่ตนได้ทำหนังสือสอบถามแจ้งต่อพนักงานสอบสวน เพื่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับการที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับตนในเรื่องการโอนหุ้น เนื่องจากตนได้ทำหนังสือสอบถามไปนานแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการตอบกลับมาเลย คราวนี้ตนจึงทำหนังสือทวงถามมาเป็นครั้งที่ 2 เพราะว่าตนยังไม่ได้แก้ข้อกล่าวหาในรายละเอียด
“ผมมาติดตามพร้อมทั้งทำหนังสือทวงถามเป็นครั้งที่ 2 กับทาง พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ เกิดเอี่ยม พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กก.1 บก.ป. ผู้รับผิดชอบคดีการโอนหุ้นข้อนายชูวงษ์ ว่า แจ้งความผมในข้อหาปลอมแปลงหุ้นนั้น ปลอมแปลงอย่างไร โกงหุ้นอย่างไร ใครเป็นคนโกง ซึ่งผมเคยทำหนังสือไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่เคยได้รับการตอบกลับจากทางพนักงานสอบสวนเลย” พ.ต.ท.บรรยิน กล่าว
พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ก็มีกรณีในขณะที่ตนเดินทางมามอบตัวสู้คดีแล้ว เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ทาง พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. ได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักของบุตรสาวตนที่ย่านรามอินทรา เกี่ยวกับเรื่องการตั้งพรรคการเมืองโดยไม่มีหมายค้น ขณะนี้ตนได้ตรวจสอบคำสั่งของทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งทาง คสช. มีการแถลงแล้วว่าได้ใช้มาตรา 44 รวม 27 ครั้ง ตนตรวจสอบแล้วไม่มีเรื่องที่สั่งให้ไปค้นที่บ้านบุตรสาวตน ก็คงเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาดำเนินคดีฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ส่วนจะต้องแจ้งความร้องทุกข์หรือไม่นั้น ภายในสัปดาห์หน้าคงจะมีความชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องขออายัดรถยนต์คันเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง โดย พ.ต.ท.บรรยิน ตอบว่า ยังไม่ได้รับการประสานมาแต่อย่างใด และหากมีการออกหมายเรียกและขออายัดรถยนต์คันดังกล่าว คงต้องทำหนังสือไปยังบริษัทเจ้าของรถยนต์ เพราะรถคันนี้ไม่ใช่ของตน และขณะนี้ก็เข้าศูนย์ซ่อมรถไปแล้ว มีการถอดอะไหล่ชิ้นส่วนออกมาเกือบทั้งหมด
พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ตนกับเพื่อนได้จัดตั้งมูลนิธิการกุศลที่ชื่อว่า “มูลนิธิการดำเนินคดีสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม” เพื่อให้ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เข้ามาร้องเรียน โดยได้ปรึกษาหารือกับเพื่อนที่เป็นตำรวจทั้งที่ยังรับราชการ และออกจากราชการแล้ว พร้อมกันนั้นได้เชิญชวน นายประพันธ์ คูณมี , นายพิชิต ชื่นบาน อดีตทนายความพรรคเพื่อไทย และเพื่อนทนายความอีกหลายคนให้มาร่วมด้วย โดยอยู่ในขั้นตอนการไปขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิดังกล่าว
ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า ระหว่างที่ พ.ต.ท.บรรยิน กำลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอยู่นั้น ทาง พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ ผู้รับผิดชอบคดีการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ได้เชิญตัว พ.ต.ท.บรรยิน เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีโอนหุ้นดังกล่าว แต่กลับถูกปฏิเสธ โดย พ.ต.ท.บรรยิน ระบุว่าได้ให้ปากคำไปหมดแล้วไม่มีอะไรจะพูดอีก



