
ตัวแทนร็อดเจอร์ส
26 ก.ย. 2558
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ตัวแทนร็อดเจอร์ส
หลังจากที่ผลงานของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ย่ำแย่ติดต่อกันมาหลายนัดชนิดที่แทบที่ไม่เห็นฟอร์มจากฤดูกาลก่อนๆ หลายคนถึงกับมองว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือคนปัจจุบันไม่สามารถปลุกเร้าลูกทีมให้กลับมาเล่นในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอย่างเดิมได้อีกแล้ว และแน่นอนว่าทางลิเวอร์พูล ก็เริ่มมองหาตัวกุนซือคนใหม่เอาไว้บ้างแล้ว
ความเห็นของ เจมี คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของลิเวอร์พูลบอกว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สมควรจะได้รับโอกาสให้ทำงานต่อและควรจะให้เวลากุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือนานๆ แต่ล่าสุดกลับกลายเป็นว่ากุนซือรายนี้กลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่กำลังจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง
อย่างว่าผลงานที่แพ้เวสต์แฮมในบ้าน ก่อนไปแพ้ “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด กลับมาเสมอ นอริช และล่าสุดถึงจะผ่านเข้ารอบลีกคัพไปได้ แต่การเสมอ คาร์ไลส์ ใน 120 นาที ไม่ใช่สิ่งที่แฟนหงส์คาดหวังแน่นอน ความกดดันจึงตกไปอยู่กับสโมสรอย่างช่วยไม่ได้ แต่ในเรื่องของตัวตายตัวแทนที่จะเข้ามารับตำแหน่งใหม่คงไม่ได้หากันง่ายๆ แม้ว่าจะพอมีตัวเลือกอยู่แล้ว แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ดูแล้วยังเปลี่ยนแปลงได้ลำบาก
รายแรกเป็นตัวเต็งแบบไกลๆ คือ โรนัลด์ คูมัน กุนซือชาวดัตช์ของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ที่ตอนนี้มีอัตราต่อรองอยู่ที่ 20-1 ซึ่งถ้าดูในเรื่องของเกียรติประวัติแล้ว ถือว่าใช้ได้นอกจากผลงานที่เห็นกันในการนำทีมเซาแธมป์ตัน จนมีดาวดังพุ่งขึ้นมาหลายคนแล้วยังเคยเป็นแชมป์ลีกดัตช์มาแล้ว 3 สมัย แชมป์ดัตช์ คัพ 1 สมัย แชมป์โยฮัน ครอยฟ์ ชิลด์ 2 สมัย และในต่างแดนก็มีแชมป์ซูเปอร์คัพ ของโปรตุเกส และโคปา เดล เรย์
จากทีมที่ลุ้นหนีตกชั้น คูมัน ทำให้เป็นทีมที่มีระบบการเล่นแบบยุโรป ปั้นดาวดังทำเงินให้สโมสรมากมาย ฤดูกาลแรกกับเซาแธมป์ตัน กุนซือรายนี้ก็ทำทีมเข้าป้ายเป็นอันดับ 7 เท่ากับที่ ร็อดเจอร์ส ทำทีมลิเวอร์พูลในฤดูกาลแรก แต่เอาจริงๆ แล้ว หากลิเวอร์พูลต้องการตัวตอนนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเซาแธมป์ตัน คงไม่เสี่ยงปล่อยตัวในช่วงกลางฤดูกาลแบบนี้
รายต่อมายังเป็นกุนซือชาวดัตช์เช่นกันคือ แฟรงค์ เดอ บัวร์ กุนซือที่สร้างชื่อขึ้นมากับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม หลังจากที่ผ่านประสบการณ์การเล่นกับทีมใหญ่อย่าง อาแจ็กซ์ และบาร์เซเลนา มาแล้ว ก่อนหน้านี้ทำทีมเป็นแชมป์ลีกดัตช์มาแล้ว 4 สมัย ก่อนจะมาพลาดให้พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ในฤดูกาลล่าสุด รวมทั้งยังครองแชมป์โยฮัน ครอยฟ์ ชิลด์ มาแล้วเช่นกัน และที่ เดอ บัวร์ มีความเป็นตัวเต็งมากกว่า คูมัน ที่ 12-1 ก็เพราะว่าเป็นกุนซือในต่างแดน โอกาสโยกย้ายมีมากกว่า
อย่างไรก็ตามแม้ว่ากุนซือรายนี้น่าจะเรียกเสียงเชียร์จากแฟนบอลหงส์แดงได้ไม่น้อย แต่ก็น่าจะยังเป็นเรื่องเสี่ยงที่จะให้มาทำทีมในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อยามที่ทีมต้องการพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แบบนี้ เพราะยังถือว่าขาดประสบการณ์การทำทีมในพรีเมียร์ลีกอยู่
หากว่าลิเวอร์พูล ยังอยากลองกุนซือใหม่ถอดด้ามที่ยังไม่มีเกียรติประวัติในการทำทีมอีกรอบ แกร์รี มังค์ เป็นหนึ่งในตัวเต็ง ที่อัตรา 8-1 โดยแม้ว่าผู้จัดการทีม “หงส์ขาว” สวอนซี จะยังไม่เคยประสบความสำเร็จใดๆ แต่ก็น่าจะได้วิชาการทำทีมจาก ไมเคิล เลาดรูป มาเต็มๆ และลักษณะการทำทีมก็ไม่ต่างกันเท่าไรนัก
ฤดูกาลแรกที่ มังค์ ทำทีมสวอนซี พาทีมเข้าป้ายถึงอันดับ 8 แม้ว่าในช่วงเดือนมกราคมจะขายกองหน้าคนสำคัญอย่าง วิลเฟรด โบนี ให้แมนฯ ซิตี ซึ่งกุนซือวัย 36 ปี ได้พิสูจน์ตัวเองให้เห็นแล้วว่ามีวิสัยทัศน์ที่ดีในเรื่องตลาดซื้อขายนักเตะ ตัวที่เข้ามาเสริมทำได้อย่างลงตัว แต่ข้อเสียคือยังเป็นกุนซือที่ขาดประสบการณ์ และน่าจะอายุน้อยเกินไปในการทำทีมใหญ่อย่างลิเวอร์พูล
ส่วนข่าวดังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ ลิเวอร์พูลกำลังพยายามติดต่อเอา คาร์โล อันเชล็อตติ อดีตเทรนเนอร์ของ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด เข้ามา ซึ่งเรื่องของดีกรีกุนซือชาวอิตาเลียนถือว่าไม่เป็นรองใครในโลกเหมือนกัน ครองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาแล้ว 3 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 3 สมัย, สโมสรโลก 2 สมัย, อินเตอร์ โตโต 1 สมัย, และมี กัลโช ซีรีส์ เอ, โคปปา อิตาเลีย, อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ, พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, คอมมูนิตี ชิลด์, ลีกเอิง และ โคปา เดล เรย์ อีกอย่างละ 1 สมัย
จากการที่ว่างงานอยู่ทำให้มีอัตราต่อรองอยู่ที่ 6-1 เรื่องบทพิสูจน์คงไม่ต้องพิสูจน์อะไรกันมาก จากการเคยคุมทีมชั้นยอดมาแล้วหลายลีก มีทั้งแชมป์ลีก และแชมป์ระดับยุโรป รวมทั้งเป็นหนึ่งในกุนซือที่ทำให้เชลซีอยู่ในความยิ่งใหญ่ แต่การที่ลิเวอร์พูล ไม่ได้เล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้ลิเวอร์พูลคงดึงตัวได้ยากสักหน่อย
สำหรับเต็ง 1 จริงๆ ยังคงเป็น เจอร์เกน โคลปป์ อดีตกุนซือของ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ ที่นำทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกามาแล้ว 2 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย และเดเอฟเบ ซูเปอร์คัพ 3 สมัย และตอนนี้อยู่ในช่วงว่างงาน ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ลิเวอร์พูลติดต่อให้มาทำทีมแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ไม่ว่าจะเป็นสโมสรหรือว่าแฟนบอลต่างก็อยากได้กุนซือชาวดอยช์รายนี้มาทำทีมด้วยกันทั้งนั้น เพราะเป็นกุนซือที่สร้างทีมด้วยเกมรุก เล่นเร็ว นำทีมที่เล็กกว่าอย่างดอร์ทมุนด์ เอาชนะยักษ์ใหญ่อย่าง “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค มาได้ในบุนเดสลีกา จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่จะเข้ามาสร้างทีมที่แอนฟิลด์เอาชนะทีมเงินถุงเงินถังทีมอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก
ติดก็ตรงที่ เจอร์เกน โคลปป์ กำลังรอดูงานที่บาเยิร์น มิวนิค เหมือนกัน



