ข่าว

สานฝันเป็นจริงต่อยอดซื้อมาขายไปสู่ผลิตภัณฑ์'ชาวเล'

สานฝันเป็นจริงต่อยอดซื้อมาขายไปสู่ผลิตภัณฑ์'ชาวเล'

25 ก.ย. 2558

สานฝันเป็นจริง'คนึงนิตย์ หริรัตน์เสรี'ต่อยอดซื้อมาขายไปสู่ผลิตภัณฑ์'ชาวเล' : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยดลมนัส กาเจ

          จากประสบการณ์ที่ครอบครัวดำเนินธุรกิจรับซื้ออาหารทะเลจากแพปลาหลายแห่ง เพื่อขายส่งไปยังโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปแบบซื้อมาขายไป ประกอบกับคุณอาที่ทำโรงงานแปรรูปจำพวกปลากรอบเพื่อส่งให้ตัวแทนจำหน่ายที่ส่งต่อตามตลาดนัด ทำให้ “คนึงนิตย์ หริรัตน์เสรี” มหาบัณฑิตด้านการเงินจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กลับมาช่วยงานของครอบครัว มองว่า การขายส่งอาหารทะเลสดไปยังโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้คนอื่นนำไปแปรรูปนั้น เป็นธุรกิจต้นน้ำ ความจริงน่าจะนำวัตถุดิบเหล่านี้บางส่วนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเองให้เป็นธุรกิจกลางน้ำ และต่อยอดสู่ธุรกิจปลายน้ำ ด้วยการหาตลาดผู้บริโภค เพื่อความเติบโตของธุรกิจที่มีอยู่ให้ครบวงจร

           ในที่สุด คนึงนิตย์ ได้หารือกับพี่ชาย (ธนะรักษ์ หริรัตน์เสรี) และน้องชาย (ธนะพงษ์ หริรัตน์เสรี) หลังจากที่เธอกลับมาช่วยงานของครอบครัวดูแลด้านการเงินมา 1 ปี ทั้งนี้เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจของครอบครัวสู่ธุรกิจกลางน้ำ และปลายน้ำ ด้วยการแปรรูปปลาทำเป็นผลิตภัณฑ์สแน็กปลากรอบปรุงรส สำหรับคนรุ่นใหม่ในสังคมเมือง ในรูปแบบของอาหารประเภท “รับประทานเล่น” ในนามบริษัท มารีนเนอร์ กรุ๊ป จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยเธอเป็นผู้จัดการ และเจ้าของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป บรรจุซอง ภายใต้เครื่องหมายการค้าหรือแบรนด์ ปลาเทมปุระตรา “ชาวเล”

           “ชีวิตเติบโตมาก็เห็นคุณยายทำธุรกิจแพปลา คุณพ่อเป็นชาวประมง อยู่กับเรือ ทำให้คุณพ่อรู้เรื่องเกี่ยวกับสัตว์น้ำทะเลจำพวกหอย กุ้ง ปู ปลา เป็นอย่างดี และทราบว่าแพปลามีที่ไหนบ้าง คุณพ่อจึงออกมาเป็นพ่อค้ารับซื้อปลาจากแพต่างๆ ใน จ.สมุทรสาคร ส่งโรงงานแปรรูปทำเป็นลูกชิ้น และทอดมัน วันละนับสิบๆ ตัน ตัวฉันเองคิดมาตั้งแต่เด็กแล้วว่า หากโตขึ้นมาต้องมีธุรกิจของตัวเอง ก็คงไม่พ้นที่เกี่ยวกับอาหารทะเล เพราะเรามีพื้นฐานเกิดมาตรงนี้” คนึงนิตย์ ย้อนถึงที่มาก่อนจะเป็นผู้ประกอบการสแน็กปลากรอบตราชาวเลในวันนี้
          
           หลังจากสามพี่น้องตระกูล “หริรัตน์เสรี” เห็นด้วยในหลักการที่จะแปรรูปปลาเป็นสแน็กปลากรอบ คนึงนิตย์ตัดสินใจแปรรูปปลาสลิดที่เธอเห็นว่า มีผู้เลี้ยงในพื้นที่ สมุทรสาคร จำนวนมาก มาเป็นเนื้อปลาสลิดปรุงรสพริกแกงอบกรอบ กับเนื้อปลาทะเลผัดพริกขิงอบกรอบบรรจุถุงขนาด 25 กรัม เบื้องต้นตั้งราคาขายที่ซองละ 28 บาท ติดแบรนด์ “ชาวเล” ซึ่งเป็นชื่อแบรนด์ที่พี่ชายคิดไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อสื่อว่า ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีวัตถุดิบปลาทะเลสดจากชาวเลนั่นเอง

           “เราดูแล้วผลิตภัณฑ์สแน็กปลากรอบ ยังไม่มีในท้องตลาดที่บรรจุซอง ยกเว้นที่เป็นปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ส่วนของคุณอาเป็นปลากรอบตลาดล่างไม่มีแบรนด์ขายในตลาดล่างทั่วไป สินค้าประเภทนี้ที่มีอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นปลาหมึก จำพวกปลาหมึกเต่าทอง ปลาหมึกหยอง หรือปลาหมึกบดทรงเครื่อง แต่ไม่มีปลาและกุ้งปรุงรสอบกรอบ จึงมองว่าปลาและกุ้งปรุงรสอบกรอบก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถสนองความต้องการของผู้บริโภค ที่จะเลือกอาหารเพื่อสุขภาพประเภทปลา ที่ผลิตจากปลาเกล็ดขาวสดๆ จากทะเล ที่ผู้บริโภคจะรับประทานเล่นหรือเป็นกับแกล้มก็ได้”

           ในเบื้องต้นคนึงนิตย์บอกว่า ไม่ได้ศึกษาตลาด แต่ตั้งใจจะเปิดตัวในงานแสดงสินค้าที่จัดสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี หลังจากทราบว่า ธนาคารกสิกรไทย จำกัด จะจัดงานแสดงสินค้าสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กลางกรุง ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อปี 2552 จึงผลิตสินค้าทั้งหมด 6 รายการ ทั้งเนื้อปลาสลิดปรุงรสพริกแกงอบกรอบ กับเนื้อปลาทะเลผัดพริกขิง ผลิตภัณฑ์ปลาเทมปุระ และกุ้งปรุงรส ไปออกบูธครั้งแรก ปรากฏว่าตลาดตอบรับดีมาก สินค้าขายหมดได้เงินมากว่า 5 หมื่นบาท ในเวลา 3 วัน และครั้งนั้นเองมองว่าธุรกิจตัวนี้ตลาดสดใสแน่นอน

           ช่วงแรกคนึงนิตย์ยังอาศัยโรงงานของคุณอาในการผลิตสินค้าชุดแรก แต่หลังจากพบว่าการออกบูธได้รับการตอบสนองอย่างดีจากลูกค้า จึงลงทุนเองสร้างโรงงานเป็นของตัวเอง พร้อมนำสินค้าไปติดต่อเพื่อจำหน่ายตามโมเดิร์นเทรด ทั้งห้างฟู้ดแลนด์ เทสโก้ โลตัส ท็อปส์ ปรากฏว่าได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี สินค้าได้วางตามห้างสรรพสินค้า ขณะเดียวกัน เมื่อมีงานแสดงสินค้าก็ยังออกบูธเหมือนเดิม ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นทั้งที่เป็นคนไทยและชาวต่างประเทศ

           “ตลาดเริ่มโต มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมปรับสูตรการปรุงรส โดยเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้ตรงกับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย อาทิ ผลิตภัณฑ์ปลาเทมปุระได้เพิ่มอีก 2 รสชาติ ได้แก่ รสลาบและรสต้มยำ เป็นต้น” คนึงนิตย์ กล่าว

           กระนั้นบนเส้นทางธุรกิจสแน็กปลา-กุ้งอบกรอบ ของ คนึงนิตย์ ที่ผงาดขึ้นมาอย่างชัดเจน และถือว่าเป็นการแจ้งเกิดอย่างแท้จริงหลังจากเธอเข้าร่วมงานการจับคู่ธุรกิจ จัดขึ้นระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด เจ้าของร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ในปี 2555 จากนั้นได้เสนอสินค้าไป ทางเซเว่นฯให้ความสนใจและส่งทีมคิวซีเข้าไปตรวจโรงงาน ทางเซเว่นฯแนะนำให้ปรับปรุงระบบที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ จนได้รับการรับรองระบบมาตรฐานจีเอ็มพี และเอชเอซีซีพี และรับรองเครื่องหมายฮาลาลด้วย ทางฝ่ายจัดซื้อของเซเว่นฯ ได้ติดต่อให้นำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในเซเว่นฯ ในปี 2555 จนถึงวันนี้ ทำให้ยอดขายของผลิตโตขึ้นปีละ 10-15%

           ปัจจุบันตลาดหลักของผลิตภัณฑ์ตราชาวเลกว่า 50% อยู่ที่เซเว่นอีเลฟเว่น อย่างในปี 2557 จะมียอดขายผ่านร้านเซเว่นฯ กว่า 10 ล้านบาท คนึงนิตย์ตั้งเป้ายอดขายปี 2558 เติบโตประมาณ 15% และในอนาคตมีแผนพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อรองรับลูกค้าที่โตวันโตคืน พร้อมต้องขยายตลาดส่งออกด้วย

           "การทำธุรกิจกับเซเว่นฯ เราจะได้ความคิดใหม่ในการพัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ เพราะตอนแรกสินค้าชาวเลยังไม่มีบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับร้านสะดวกซื้อ ทางทีมงานจากเซเว่นฯ คอยให้คำแนะนำตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ ขนาดซอง วัสดุที่ใช้ การจัดวางสินค้า และการวางแผนการตลาด นอกจากนี้ทางเราเองก็ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดี เพราะการประกอบธุรกิจอาหารนั้น เรื่องความปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้บริโภค” คนึงนิตย์ให้เหตุผล

           เจ้าของธุรกิจสแน็กปลาอบกรอบมองถึงตลาดในต่างแดนว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ชาวเลได้ส่งไปจำหน่ายยัง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ นอร์เวย์ เกาหลี และฮ่องกง หลังจากกลุ่มประเทศในอาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปลายปีนี้ เธอกำลังมองตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่มีกำลังซื้อสูง และสินค้าตราชาวเลก็ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องไม่ยากนักที่จะขยายตลาดส่วนนี้ได้ในอนาคต

           “การทำธุรกิจสมัยใหม่จะอยู่กับที่ไม่ได้แล้ว ที่ผ่านมาบ้านเราทำอะไรเป็นหลายอย่าง บางคนอาจแปรรูปได้ แต่ปัญหาคือตลาด คนรุ่นใหม่ต้องมองรอบด้าน อย่างครอบครัวฉันคุณยายมีแพปลา รุ่นคุณพ่อต่อยอดซื้อปลาจากแพปลาเพื่อส่งให้โรงงาน มาถึงรุ่นฉันถือเป็นทายาทรุ่น 3 ที่อยู่กับธุรกิจปลาทะเล ต้องมาแปรรูปเอง เราหาตลาดเอง จึงจะอยู่ได้” คนึงนิตย์กล่าวอย่างมั่นใจ

           นับเป็นคนรุ่นใหม่ที่ประสบผลสำเร็จได้อย่างงดงาม โดยอาศัยพื้นฐานของครอบครัวมาต่อยอดทางธุรกิจ ทำให้วันนี้สแน็กปลากรอบ “ชาวเล” เป็นผลิตภัณฑ์อาหารประเภทรับประทานเล่น ที่เพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคได้เป็ยอย่างดี