
ปรับแผน
ปรับแผน : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ทุกคนอดจะตั้งคำถามไม่ได้คือ มันจะจบลงในสถานะเพียงแค่ “ร่างรัฐธรรมนูญ” หรือไม่ หรือที่สุดแล้วมันจะผ่านการ]'ประชามติและได้ประกาศใช้ในสถานะกฎหมายสูงสุดของประเทศ
ไม่แปลกที่หลายคนจะรู้สึกเช่นนี้ เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้ก็จบลงในสถานะเช่นนี้ จนหลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างฉบับ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” และคณะถึงได้คว่ำไม่เป็นท่า
หากถามถึงการตอบโจทย์ของ คสช. ก็บอกได้เลยว่า คนเขียนเหมือนถอดหัวใจของ คสช. มาเขียนด้วยซ้ำไป เพราะทำตามโจทย์ทั้ง 10 ข้อ ที่ถูกบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 35
หรือกระทั่งความต้องการให้ “ไม่เสียของ” ที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรพวกเขาก็ทำงานแบบตอบโจทย์ได้ครบถ้วน เช่นคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ที่มีทั้งอำนาจเหนือกว่ารัฐบาลปกติ และอำนาจพิเศษในยามสถานการณ์พิเศษ
ซึ่งจนถึงวันนี้ผู้มีอำนาจต่างก็แสดงความยอมรับและเห็นด้วยกับการบัญญัติเรื่องดังกล่าวเอาไว้ และแสดงความต้องการอย่างชัดเจนที่จะให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บัญญัติเรื่องนี้เอาไว้ด้วย
หรือเรื่องการจัดโครงสร้างทางการเมืองใหม่ เช่นระบบเลือกตั้งที่เอื้อต่อการสร้างรัฐบาลผสม หรือระบบตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลปกติแบบถี่ยิบ เหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่ตอบสนองความต้องการของผู้มีอำนาจได้เป็นอย่างดี
และการตอบโจทย์อย่างดีนี้เองทำให้พวกเขาเห็นพ้องต้องกันว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่จำเป็นต้องเริ่มเขียนใหม่ หากแต่ใช้ร่างฉบับที่เพิ่งตกไปนี่แหละเป็นต้นร่าง และปรับแก้ในบางส่วน
ดังนั้นคำถามต่อมาคือ หากร่างฉบับ “บวรศักดิ์” ใช้ได้จริง ทำไมพวกเขาจึงต้องคว่ำลงในชั้น สปช.
หลังจากฝุ่นหายตลบ คำตอบย่อมมีในตัวเองว่า ทั้งหมดมิได้หยุดเพียงเพราะเนื้อหา หากแต่เกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ว่ากันว่าใครบางคนใน คสช. ยังไม่ต้องการให้เรื่องนี้ไปสู่ขั้นตอนการทำประชามติ เพราะหมายถึงการที่ต้องเปิดโอกาสให้เคลื่อนไหวทางการเมือง
แน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการประชามติ ต่อให้ควบคุมขนาดไหนก็ย่อมต้องมีแรงกระเพื่อมเกิดขึ้น ประกอบกับพวกเขายังไม่มั่นใจในสถานการณ์ขณะนี้เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจเองนั้นยังอยู่ในภาวะตกต่ำ หากเร่งนำเข้าสู่สนามประชามติมีแต่จะเสียเปรียบ
นอกจากเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญจะถูกตั้งคำถามจนหลายคนมองว่าจะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งรอบใหม่แล้ว ยังมีนัยแฝงเร้นทางการเมืองอีก คงเป็นการยากที่พวกเขาจะรับได้หากร่างรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำในขั้นประชามติ เพราะฝ่ายที่รณรงค์ต่อต้านย่อมยกมาเป็นแรงกดดันว่า การไม่รับร่างเกิดจากการไม่ยอมรับกระบวนการที่เกิดขึ้น และปัญหาที่จะตามมาจะไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องตัวร่างเท่านั้น
ใครบางคนเชื่อว่า หากให้เวลาทีมเศรษฐกิจชุดใหม่แก้ปัญหา และเศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนจะรับได้กับร่างรัฐธรรมนูญแม้จะขัดหูขัดตาอยู่บ้าง
นี่อาจจะเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ แต่หากวันนั้นมาถึงแล้วทุกอย่างยังไม่เป็นไปตามคาด อาจจะมีแผนอื่นออกมาอีกก็ได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าผู้มีอำนาจขณะนี้ล้วนเป็นนักรบชาญศึกทั้งสิ้น



