
ประชุมคกก.คดีพิเศษรมต.-รองผบ.ตร.หลบขึ้นรถ
ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ รมต. - รองผบ.ตร.หนีให้สัมภาษณ์สื่อมุดลงใต้ดินหลบขึ้นรถ
(22ก.ค.) เวลา 09.30 น.มีการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ครั้งที่ 6 โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาหารือประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ปรากฏว่าไม่มีรัฐมนตรีหรือแม้แต่รองผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด โดยทุกคนเลี่ยงลงไปขึ้นรถที่บริเวณชั้นใต้ดินของอาคารที่จอดรถเดินทางออกไปจากทำเนียบรัฐบาลทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กคพ.มีมติเห็นชอบให้รับคดีความผิดทางอาญาไว้เป็นคดีพิเศษที่จะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนตาม พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 จำนวน 4 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ให้รับกรณีที่กลุ่มบุคคลร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการสร้างราคาหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายรับประกันในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ให้ราคาผิดไปจากภาวะปกติของราคาตลาด (ปั่นหุ้น) ตามที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ได้ส่งรายชื่อบุคคลต้องสงสัยว่ามีพฤติการณ์ในการสร้างราคาหลักทรัพย์ โดยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบตามอำนาจพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2538 มาตรา 243 มาตรา 308 เนื่องจากกลุ่มบุคคลดังกล่าวสร้างราคาหลักทรัพย์ให้บุคคลอื่นเข้าใจว่ามีราคาสูงและมีการยักยอกทรัพย์ของนิติบุคคลและหลบเลี่ยงภาษีอากร ที่มีวงเงินความเสียหายสูงถึง 5,000 ล้านบาท เพราะเห็นว่าคดีกระทบต่อเศรษฐกิจการคลังของประเทศจึงมีมติให้รับเป็นคดีพิเศษ
2.ให้รับกรณีกลุ่มบุคคลร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยหลอกลวงให้โอนเงินผ่านเครื่องเบิกถอนเงินสดอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) ตามที่มีข่าวปรากฏต่อสื่อมวลชน ที่ระบุถึงกลุ่มมิจฉาชีพฉ้อโกงประชาชนด้วยการโทรศัพท์ติดต่ออ้างเป็นเจ้าหน้าที่อ้างกรมสรรพากรหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นการชำระภาษี ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา และเห็นว่ากระทบต่อความาสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงมีใติให้เป็นคดีพิเศษ
3.ที่ประชุมมีมติให้รับคดีฆาตกรรมนายประวิทย์ สัตวุธ ที่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ตามที่ญาติได้ยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษไว้ก่อนหน้านี้ เพราะในช่วงเวลาการเสียชีวิตนั้นตรงกับเวลาที่มีการประกาศสงครามและปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจึงเกรงว่าผู้เสียชีวิตจะถูกฆาตกรรมอำพราง และเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งทาง กคพ.เห็นว่าคดีดังกล่าวมีผลต่อความเชื่อมั่นในการดำเนินคดีอาญาโดยเจ้าพนักงานตำรวจ อีกทั้งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนจึงให้รับเรื่องนี้รับไว้เป็นคดีพิเศษ และ 4.ให้รับคดีที่กรมสรรพากรยื่นขอให้ดำเนินคดีอาญา กับกิจการร่วมค้าบริษัทพรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) บริษัทแพท เอ็นจิเนียส์อิงค์ และบริษัทล็อค วูด แอนดรูส์ นิว แนมอิงค์ (กิจการร่วมค้า พีอี - เพท/แลน) ที่หลีกเลี่ยงภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากร ระหว่างพ.ศ. 2544-2545 มีมูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษ แต่เกิดการกระทำผิดก่อนพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 บังคับใช้ และค้างดำเนินการคณะกรรมการพิเศษจึงมีมติให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจสอบสวนเรื่องดังกล่าว



