
วิบากกรรมของมิสเตอร์ ควอลิตี้
26 ก.ย. 2558
เวิลด์วาไรตี้ : วิบากกรรมของ มิสเตอร์ ควอลิตี้ : โดย...วัจน พรหโมบล
ในช่วงต้นเดือนกันยายน บรรยากาศของโฟล์คสวาเกน กรุ๊ป ที่คุมบังเหียนโดยชายที่ชื่อว่า มาร์ติน วินเทอร์คอร์น นั้นดูจะสดใสเป็นพิเศษ ในช่วงที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของค่ายโฟล์คนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างที่สุด ต่อนายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กแห่งเยอรมนี นางอังเกลา แมร์เคิล ในงานไอเอเอ ออโต้ โชว์ งานแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกงานหนึ่ง ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี
นายวินเทอร์คอร์นที่ได้ชื่อว่า “มิสเตอร์ ควอลิตี้” มีสีหน้าสดใสระหว่างการนำเสนอผลงานชิ้นล่าสุดของโฟล์คสวาเกน กรุ๊ป ที่มีรถยนต์หลากแบรนด์อยู่ในเครือ ทั้งโฟล์คสวาเกน ออดี้ สโกดา เบนท์เลย์ แม้กระทั่งรถสปอร์ตอย่าง ลัมโบร์กินี
แต่อีกไม่กี่วันถัดมาความสดใสบนใบหน้าของซีอีโอโฟล์คสวาเกนก็ถูกทดแทนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เช่นเดียวกับชื่อเสียงของโฟล์คสวาเกนที่สั่งสมมาหลายทศวรรษก็แทบถูกทำลายลงในทันที เมื่อมีการเปิดเผยจากทางฝั่งสหรัฐอเมริกาว่า ค่ายรถโฟล์คสวาเกน “โกง” ผลทดสอบปริมาณการปล่อยมลภาวะจากเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ที่ติดตั้งอยู่ในรถหลากหลายรุ่นในเครือโฟล์คสวาเกน
ค่ายรถแห่งนี้ใช้วิธีการที่แยบยลและยากต่อการตรวจจับ โดยใช้การติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ตรวจจับเครื่องมือที่ใช้ทดสอบปริมาณไอเสีย ซึ่งถ้ามันตรวจจับได้ว่ากำลังถูกทดสอบอยู่นั้น ก็จะสั่งการให้เปิดระบบควบคุมปริมาณไอเสียที่มีติดตั้งอยู่ในตัวรถ “ทำงาน” แต่เมื่อปราศจากเครื่องมือทดสอบมาเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ ซอฟต์แวร์ตัวนี้ที่ฝังอยู่ในกล่องคอมพิวเตอร์ควบคุมรถยนต์จะสั่งให้ระบบควบคุมปริมาณไอเสีย “ไม่ทำงาน”
เมื่อถูกกดดันจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ที่เริ่มดำเนินคดีเพื่อเรียกค่าปรับมูลค่ากว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว และฝรั่งเศสก็เรียกร้องให้ประเทศในยุโรปร่วมกันสอบสวนโฟล์คสวาเกน เช่นเดียวกับรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ออกมากระหน่ำค่ายรถยนต์เมืองเบียร์แห่งนี้อีกทาง
โฟล์คสวาเกน จึงคายความจริงออกมาว่า นอกเหนือจากรถยนต์ราว 5 แสนคันที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ที่เป็นปัญหาตั้งแต่แรกนั้น ยังมีรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ร่วม 11 ล้านคันทั่วโลกติดตั้งซอฟต์แวร์ฉ้อฉลตัวนี้ด้วย
เมื่อมีกระแส “แฉ” เล่ห์กลของโฟล์คสวาเกนออกมาอย่างรุนแรงเช่นนี้ ก็ทำให้ชื่อเสียงของ “มิสเตอร์ ควอลิตี้” ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นซีอีโอที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของโฟล์คสวาเกน ที่กู้สถานการณ์ของเครือโฟล์ค จากเงื้อมมือของนายเฟอร์ดินาน เพียช หลานของผู้บริหารโฟล์คสวาเกนคนแรก แทบไม่เหลือชิ้นดี
นายวินเทอร์คอร์น ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ยึดมั่นความสมบูรณ์สูงสุด และเข้มงวด ดูแลรายละเอียดในทุกสิ่งเขายังเคยกล่าวติดตลกกับผู้้สื่อข่าวในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นหนึ่งว่า “ผมรู้จักนอตทุกตัวในรถคันนี้” ที่แสดงถึงบุคลิกที่ละเอียดของผู้กุมบังเหียนโฟล์คสวาเกนได้เป็นอย่างดี
หลังจากมีเรื่องอื้อฉาวนายวินเทอร์คอร์นได้กล่าวขอโทษอย่างสุดซึ้งต่อเหตุที่เกิดขึ้น และยอมรับว่า ณ เวลานี้ ยังไม่มีคำตอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด
เส้นทางการเติบโตของนายวินเทอร์คอร์นนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นลูกหม้อของโฟล์คสวาเกนตัวจริง เพียงช่วงต้นของการทำงานที่เขาทำงานให้บ๊อชเท่านั้น เขาเริ่มต้นทำงานในเครือโฟล์คสวาเกนในตำแหน่ง ผู้ควบคุมคุณภาพรถยนต์หรู “ออดี้” เมื่อปี 2524 ก่อนที่จะย้ายมาทำหน้าที่ผู้ควบคุมคุณภาพของโฟล์คสวาเกน และขึ้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิคแบรนด์โฟล์คสวาเกน ในปี 2539 และไล่ขึ้นมาเรื่อยๆจนเป็นซีอีโอของกลุ่มในปี 2550
เมื่อเร็วๆ นี้ โฟล์คสวาเกนเซ็นสัญญาต่ออายุการจ้างนายวินเทอร์คอร์นให้ดำรงตำแหน่งซีอีโอ จนถึงปี 2561 หลังจากที่นายวินเทอร์คอร์นสามารถนำโฟล์คสวาเกนเข้าไปเบ่งบานในตลาดจีน และพยายามเจาะตลาดสหรัฐอเมริกาที่มีคู่แข่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่นจำนวนมาก ฟื้นธุรกิจของเครือโฟล์คสวาเกนจนทำกำไรได้มากถึง 202,000 ล้านยูโร เมื่อปี 2557 หรือเกือบ 20 เท่าเมื่อเทียบกับกำไร 11,000 ล้านยูโร เมื่อปี 2550
แต่เมื่อนายวินเทอร์คอร์น ที่เป็นผู้สร้างความแข็งแกร่งของอาณาจักรโฟล์คสวาเกน กลับทำลายชื่อเสียงของเครือและตนเองเช่นนี้ จึงมีแต่นายวินเทอร์คอร์นเท่านั้นที่จะรู้ชะตากรรม



