ข่าว

‘วิษณุ’เผยมีรายชื่อ‘กรธ.’แล้วรอ‘นายกฯ’เคาะ

‘วิษณุ’เผยมีรายชื่อ‘กรธ.’แล้วรอ‘นายกฯ’เคาะ

24 ก.ย. 2558

‘วิษณุ’ เผยทาบ ‘มีชัย’ นั่งประธานกรธ.แต่ยังไม่ตอบรับ แจงห่วงปัญหาสุขภาพ-ไม่อยากอยู่ในความวุ่นวาย ระบุได้ชื่อกรธ.เผื่อไว้เกิน 21 คนแล้ว รอส่ง ‘นายกฯ’ เคาะ

 
        24 ก.ย.58 เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย เสนอรัฐบาลเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของคู่ขัดแย้งเพื่อสร้างความปรองดอง ว่า เป็นข้อเสนอหนึ่งที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ ทั้งคสช.และรัฐบาลรับฟัง จากนั้นจึงจะนำมาพิจารณาว่าจะผ่อนคลายเพื่อทำให้บรรยากาศดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง ซึ่งในภาวะที่ คสช.เข้ามาคุมอำนาจนั้น มีอะไรบางอย่างที่ก่อให้เกิดความตึงเครียด และเมื่อเข้าสู่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ หรือการรณรงค์เพื่อลงประชามติจะต้องมีการผ่อนปรนความตึงเครียดลง เพื่อสนับสนุนบรรยากาศของการพูดจา และบรรยากาศของความปรองดอง
 
        ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลได้รวบรวมความเห็นของฝ่ายต่างๆ เพื่อพิจารณาในเรื่องของการสร้างความปรองดองบ้างหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลมีการรวบรวม แต่ในคสช.นั้นมีการดำเนินการอยู่ ซึ่งแม้การเรียกนักการเมืองไปปรับทัศนคติ หากเห็นว่ามีความคิดเห็นใดเป็นประโยชน์ ก็จะนำมาพิจารณา ซึ่งบางเรื่องนายกรัฐมนตรี ก็เขียนบันทึกให้รองนายกฯแต่ละด้านรับทราบด้วย อย่างไรก็ตามการสร้างความปรองดองหรือการปฏิรูป ทุกอย่างต้องตบมือสองข้างไม่สามารถทำฝ่ายเดียวได้ ซึ่งรัฐบาลพูดมาโดยตลอด และได้ชี้แจงกับทูตนานาประเทศว่า ขณะนี้บรรยากาศของประเทศอยู่ในช่วงไม่ปกติ  
 
        “แม้ไม่มีปัญหาการตีกัน แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถจัดเสรีภาพให้ประชาชนได้อย่างเต็มที่ นี่คืออาฟเตอร์ช็อคของการยึดอำนาจ ซึ่งต้องเห็นใจคสช.ว่าต้องการเวลาในการแก้ไขปัญหา อยู่ในช่วงระยะที่สองของโร้ดแม็ป ซึ่งนับจากนี้ไปอีก 20 เดือน แต่ก็อาจเร็วกว่านั้นหรือประมาณ 11 เดือน ที่จะเข้าสู่โร้ดแม็ประยะที่สาม คือการเลือกตั้ง ดังนั้นเวลานี้จะมาคาดหมายให้ทุกอย่างเป็นไปเหมือนก่อนที่คสช.จะเข้ามานั้นเป็นไปไม่ได้ เราจึงต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย เชื่อว่าทุกคน อยากเห็นบรรยากาศที่ผ่อนคลาย แต่การกดดันนั้นมาจากหลายฝ่าย จึงต้องขอความร่วมมือกับทุกฝ่ายว่า การแสดงความเห็นสามารถทำได้ แต่ทุกคนต้องระงับยับยั้ง ไม่แสดงความคิดเห็นจนเกิดการยั่วยุจนเกินไป” นายวิษณุ กล่าว 
 
        นายวิษณุ กล่าวถึงความคืบหน้าในการทาบทามนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. เข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ในเงื่อนไขทางกฎหมายไม่ได้ระบุว่า หากนายมีชัยจะเข้ามารับตำแหน่งประธานกรธ. แล้วจะต้องออกจากการเป็นสมาชิกคสช. และที่ผ่านมาตอนที่เป็นสมาชิกคสช.นายมีชัย ก็ไม่ค่อยได้มาประชุม และขณะนี้ตนก็เลยขั้นของการทักทายไปแล้ว ซึ่งหลังจากการพูดคุยทาบทาม ซึ่งนายมีชัย ระบุว่าขอกลับไปคิดก่อน เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ และไม่อยากเข้ามาอยู่ในความวุ่นวายเหล่านี้
 
        เมื่อถามว่า หากนายมีชัยปฏิเสธ ได้คิดหาคนที่จะแทนไว้แล้วหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขอไม่พูด เพราะหากเอาชื่อเขามาเป็นข่าวคงไม่ดี ซึ่งมีรายชื่อไว้อยู่แล้วเป็นชื่อของผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลายแหล่ เนื่องจากตนไม่ได้เป็นคนเลือกเพียงคนเดียว มีคนอื่นๆ เป็นผู้ร่วมแสวงหาเช่นเดียวกัน ซึ่งการที่ตนเลือกนั้นจะซ้ำกับคนอื่นๆหรือไม่ก็ยังไม่รู้ แล้วจากนั้นก็จะเอารายชื่อมารวมกันเพื่อให้นายกฯ พิจารณาแต่งตั้ง สำหรับนายมีชัย นั้นก็มีเวลาให้ตัดสินใจก่อนที่นายกฯ จะกลับจากการประชุมยูเอ็น ในวันที่ 1 ต.ค. เพราะนายมีชัย ได้ถามว่านายกฯ จะกลับเมื่อไหร่ เมื่อได้คำตอบว่าเป็นวันที่ 1 ต.ค. เขาจึงบอกว่าค่อยเอาไว้พูดกัน
 
        “สำหรับกรธ. ก็ได้พบกับบางคน ถ้าจะพูดกันจริงๆ ก็ถือว่าได้เยอะแล้ว มากกว่าที่ผมเคยบอกในคราวก่อนว่า ยืนรออยู่บนท่า 4-5 คน ซึ่งวันนี้ก็หลายคนมากขึ้นแล้ว แต่บางคนก็ยังมีเงื่อนไข ซึ่งกันและกันอยู่ ซึ่งหลายคนก็ต้องถามว่าใครเป็นประธานกรธ. เช่น ถ้าคนนั้นไม่เป็น ก็ไม่เอา คนนั้นเป็นถึงจะเอา และยังมีคนที่ขอเคลียร์เรื่องคุณสมบัติ ขณะที่บางคนก็คิดถึงเรื่องความเร่งรัดของเวลา จึงต้องคิดถึงเวลาของตัวเองว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าทำแบบเอ้อระเหย ก็พอจะมาทำให้ได้ ซึ่งก็ต้องเห็นใจว่าต้องทำแบบรีบ และเขาต้องตัดสินใจ ว่าจะลาออกจากงานเก่าของเขาด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้ไม่สามารถบอกได้ว่ามีการทาบทามเป็นจำนวนเท่าไร แต่ถือว่าเกินจำนวน 21 คนไปแล้ว เพราะใช่ว่าเขาจะรับทุกคน” นายวิษณุ กล่าว 
 
        เมื่อถามว่า มีชื่อของนักกฎหมายรุ่นใหม่ที่เคยบอกว่าอยากได้บ้างหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มี แต่ขึ้นอยู่กับว่า เมื่อถึงเวลาจริงๆ นักกฎหมายรุ่นใหม่ๆเหล่านั้น จะรับหรือไม่ หลังจากได้คุยกันแล้วบุคคลต่างๆก็มีเงื่อนไขของตนเอง อย่างเช่นก่อนหน้านี้นายเจษฎ์ โทณะวณิก ในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นคนเก่ง แต่ในความเก่งนั้นต้องคิดอะไรหลายๆอย่างทั้งความรู้และประสบการณ์ เราต้องการทุกอย่างผสมกัน และในกรธ.ก็จะมีสมาชิกเป็นผู้หญิงด้วย 
 
        เมื่อถามว่า คณะทำงานวิเคราะห์สาเหตุที่ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2558 ถูกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติไม่เห็นชอบ นอกจากวิเคราะห์สาเหตุแล้วจะมีการทำงานด้านอื่นด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี เมื่อวิเคราะห์เสร็จแล้วก็ถือว่าจบ คณะทำงานชุดนี้ไม่มีเงินเดือน ไม่มีเบี้ยประชุม แต่เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อรับทราบและปรับปรุงแก้ไข แต่คงไม่ถึงขั้นการศึกษาเพื่อใช้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะเป็นหน้าที่ของกรธ.ทั้ง 21 คน ที่จะต้องไปทำเอง ซึ่งคณะทำงานชุดนี้ดูเพียงว่าร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2558 มีปัญหาอย่างไร ซึ่งบางเรื่องเป็นปัญหาด้านความรู้สึก เช่น ไม่ว่าเขียนรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไรก็จะไม่ชอบ เพราะเกี่ยวข้องกับคสช. บางเรื่องเกี่ยวกับการเมือง เช่น อยากให้รัฐบาลอยู่ต่อ แต่บางเรื่องก็เกี่ยวข้องกับด้านนิติศาสตร์
 
 
 
‘พรเพชร’ หนุน ‘มีชัย’ นั่งปธ.กรธ. ชี้หลักการต้องเลือกคนในก่อน
 
 
        24 ก.ย. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะไปทาบทามนายมีชัย ฤชุพันธ์ ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า นายมีชัยเป็นส่วนหนึ่งของคสช.มาตั้งแต่แรก เพราะนายมีชัยเป็นที่ปรึกษาคสช. ดังนั้นเมื่อมีภารกิจอะไรก็ต้องนึกถึงผู้ที่อยู่ด้วยกันมาก่อน ซึ่งการทาบทามจึงถูกต้องโดยหลักการ
 
        ส่วนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาแล้วคงไม่กลับมาอีก ดังนั้นนายมีชัยสามารถมาเป็นได้เลย โดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมายอะไร ส่วนนายมีชัยจะมีความเหมาะสมหรือไม่ ควรเป็นสิ่งที่คนอื่นประเมิน ขณะที่คสช.จะพิจารณาใครต้องอยู่บนหลักการที่ตนพูดคือ ร่วมหัวจมท้ายกันมาก่อน ส่วนชื่อนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นทางเลือก แต่เราต้องดูคนของเราก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าปิดกั้นคนอื่น คสช.จะหาคนที่เหมาะสมหรือคนที่อยากเป็นก็ให้เข้ามา แต่ตนไม่ได้สัญญาณจากนายอานันท์ การทาบทามต้องเรียงตามความเหมาะสม ถ้าข้ามฟากไปต้องมีเหตุผลพิเศษ  
 
        นายพรเพชร กล่าวว่า ส่วนตัวคงไม่มีความเหมาะสมจะนั่งประธานกรธ. ถ้าจะไปเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย ส่วนที่มีข่าวจะผลักดันสมาชิกสนช.มาเป็นกรธ.นั้น ไม่ใช่เฉพาะสนช. แต่ยังมีอีกหลายส่วนที่เสนอตัวเข้ามาเป็น ซึ่งในส่วนสมาชิกกรธ.ไม่มีปัญหา แต่ที่ยังไม่ลงตัวคือตำแหน่งประธานกรธ. ขณะนี้มีสนช.บางส่วนเสนอตัวเป็นกรธ. แต่คนที่จะตัดสินใจคือ คสช. โดยมีหลักการพิจารณา 2 ปัจจัยคือ 1.ดุลยพินิจของหัวหน้าคสช. และ 2.คนที่จะมาเป็นประธานกรธ.
 
        เมื่อถามว่า มีข้อเสนอให้สนช.พิจารณาออกกฎหมายลูกไปก่อนเพื่อร่นเวลาโรดแม๊ป นายพรเพชร กล่าว่า หากรัฐธรรมนูญมีความชัดเจนในหลักการแต่เนิ่นๆก็สามารถร่างกฎหมายลูกไปก่อนได้ แต่ถ้ารัฐธรรมนูญยังโลเล สนช.คงไม่อยากร่างฟรี แต่บางอย่างสามารถเตรียมการได้ ในฐานะประธานสนช.ต้องดูทิศทาง ถ้ามีสนช.เป็นกรธ.ด้วยก็ดี จะได้รู้ทิศทางเพื่อเตรียมการได้ถูกต้อง ระหว่างนี้สนช.สามารถเตรียมการไปก่อนได้ ถ้าไม่มีอะไรที่เหาะเหินเกินลงกาแบบที่นายวิษณุ เคยพูด