
ญี่ปุ่นให้เงินกู้ไทย1,530ล้านปรับปรุงระบบน้ำดื่มในกทม.
รัฐมนตรีต่างประเทศไทย - ญี่ปุ่นเซ็นสนธิสัญญาโอนตัวนักโทษ ขณะเดียวกันญี่ปุ่นประกาศให้เงินกู้ไทย 1,530 ล้านบาทใช้ปรับปรุงระบบน้ำดื่มใน กทม.
เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่โรงแรมเชอรตัน แกรนด์ ลากูนา ภูเก็ตนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับนายฮิโรฟุมิ นากาโซเน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ได้หารือทวิภาคี และในโอกาสนี้ ได้ร่วมกันลงนามสนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับญี่ปุ่นว่าด้วยการโอนตัวผู้ต้องคำพิพากษาและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษา (สนธิสัญญาโอนตัวนักโทษ) ในระหว่างการประชุม AMM / PMC / ARF ที่จังหวัดภูเก็ต
การเจรจาจัดทำสนธิสัญญาดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อปี 2550 ในโอกาสที่ไทยและญี่ปุ่นฉลอง 120 ปีความสัมพันธ์การทูต โดยทั้งสองฝ่ายจะอนุญาตให้นักโทษของแต่ละฝ่ายสามารถกลับไปรับโทษในประเทศบ้านเกิดภายหลังจากถูกจำคุกเป็นเวลาขั้นต่ำสุดตามที่กฎหมายประเทศผู้ส่งระบุไว้ ซึ่งจะช่วยให้นักโทษกลับไปอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวและปรับตัวในการกลับเข้าสู่สังคมเมื่อพ้นโทษได้
ปัจจุบัน มีคนไทยถูกจำคุกในญี่ปุ่น 54 คน ส่วนใหญ่ต้องโทษจากคดีลักทรัพย์และทำร้ายร่างกาย ขณะเดียวกัน มีคนญี่ปุ่นถูกจำคุกในไทย 20 คน ซึ่งส่วนใหญ่ต้องโทษเกี่ยวกับคดียาเสพติด (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2552)
ส่วนผลการหารือทวิภาคี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายความร่วมมือในการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises - SMEs) ทั้งของไทยและญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อการขยายการจ้างแรงงานไทยด้วย นอกจากนั้น ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย ความร่วมมือในกรอบอาเซียน ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค
ญี่ปุ่นให้เงินกู้ไทย1,530 ล.ปรับปรุงระบบน้ำดื่มในกทม.
ขณะเดียวกันนายคาซูโอะ โคดามะ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น แถลงผลการหารือทวิภาคีระหว่างนายฮิโรฟูมิ นากาโซเน รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น กับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศของไทย เมื่อช่วงเช้าวันนี้(22 ก.ค.) ว่า ญี่ปุ่นแสดงความคาดหวังว่าไทยจะประสบความสำเร็จในการจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน อีกทั้งยืนยันว่าญี่ปุ่นและไทยจะร่วมมือกันเพื่อทำให้การประชุมอาเซียนประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นมั่นใจว่าไทยจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและการท่องเที่ยวในประเทศได้ต่อไป นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศจะให้ความช่วยเหลือเงินกู้จำนวน 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 1,530 ล้านบาท) เพื่อปรับปรุงระบบน้ำดื่มในกรุงเทพฯ และจะส่งเสริมให้นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยมากขึ้นด้วยการให้ความช่วยเหลือเงินกู้แก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อีกทั้ง รัฐมนตรีต่างประเทศทั้ง 2 ประเทศยังได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับญี่ปุ่นว่าด้วยการโอนตัวนักโทษผู้ต้องคำพิพากษา และความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษา
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวอีกว่า นอกจากประเด็นทวิภาคีแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองยังได้หารือประเด็นที่ญี่ปุ่นวิตกกังวล คือ ปัญหาเกาหลีเหนือซึ่งญี่ปุ่นเห็นว่าจำเป็นต้องแก้ปัญหาต่างๆที่เกี่ยวกับเกาหลีเหนืออย่างบูรณาการ ขณะเดียวกัน ประชาคมโลกและอาเซียนควรนำมติที่ 1874 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เช่น การไม่ค้าอาวุธกับเกาหลีเหนือ มาปฏิบัติใช้โดยเร็วและมีประสิทธิภาพ และทุกฝ่ายควรอดทนอดกลั้นในการแก้ปัญหานี้ อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นยังหวังจนถึงขณะนี้ว่ารมต.ต่างประเทศเกาหลีเหนือจะเปลี่ยนใจเดินทางมาร่วมประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ก.ค.นี้ ด้วยตัวเอง ซึ่งประตูการเจรจายังเปิดสำหรับเกาหลีเหนืออยู่เสมอ ถ้าเกาหลีเหนือพร้อมกลับเข้าสู่การเจรจา 6 ฝ่าย ญี่ปุ่นก็ยินดีให้การสนับสนุน
ส่วนปัญหาของพม่านั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นหวังว่าพม่าจะปฏิบัติตามมติของกลุ่มต่างๆที่พม่าเป็นสมาชิก อาทิ สหประชาชาติ และอาเซียน ทั้งนี้ขอแสดงความยินดีที่ทูตพม่าได้กล่าวในที่ประชุมสหประชาชาติว่าพม่าจะปล่อยตัวนักโทษทั้งหมด ซึ่งญี่ปุ่นหวังว่าพม่าจะปล่อยตัวนักโทษทั้งหมดรวมถึงนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดีของพม่าด้วย



