ข่าว

ผบช.น.ติดใจ'ตั๊น จิตภัสร์'กปปส.

ผบช.น.ติดใจ'ตั๊น จิตภัสร์'กปปส.

23 ก.ย. 2558

บช.น.ย้ำ พิจารณาตามหลักเกณฑ์ 3 ข้อหลัก 'ศรีวราห์' เผยส่วนตัวหนักใจคุณสมบัติ 'ตั๊น จิตภัสร์' กปปส. 'ดีเอสไอ' แจงตาม ก.ม. 'มอบตัว' หมายจับสิ้นผล

 
                      23 ก.ย. 58  จากกรณี น.ส.จิตภัสร์ กฤษดากร หรือ ตั๊น แกนนำ กปปส. สมัครเข้ารับราชการตำรวจ ตำแหน่งรองสารวัตรสังกัดฝ่ายอำนวยการ 191 ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) อ้างมีความจำเป็น เนื่องจากขาดผู้มีความรู้ความสามารถด้านการประสานงานกับต่างประเทศ ต่อมามีกระแสข่าวว่า น.ส.จิตภัสร์ ยอมถอนตัวเลิกสมัครเป็นตำรวจ หลังถูกต่อต้านหนัก โดยมีการณรงค์ผูกริบบิ้นสีดำ ภายหลังจากที่เดินทางมาสอบสัมภาษณ์ที่ บช.น. เมื่อวันที่ 18 กันยายน จนกระทั่งได้เดินทางไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา
 
                      ล่าสุด พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบก.จร ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า การรับเข้าเป็นข้าราชการตำรวจ จะต้องมีการพิจารณา 3 ข้อหลัก คือ เรื่องความรู้ , บุคลิกลักษณะ สุขภาพร่างกาย และความเหมาะสม โดยกระบวนการขั้นตอนหลังจากที่ น.ส.จิตภัสร์ สอบสัมภาษณ์วัดความรู้ ซึ่งเบื้องต้น น.ส.จิตภัสร์ สอบสัมภาษณ์วัดความรู้ความสามารถเบื้องต้นผ่านแล้ว จึงเข้าสู่กระบวนการตรวจร่างกาย ตามที่มีข่าวว่าได้เข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขั้นตอนต่อไป ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จะมีการทำหนังสือสอบถามผลการตรวจไปยังโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งหากผลการตรวจร่างกายผ่าน ก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมในทุกๆ ด้าน 
 
                      พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบความเหมาะสม โดยเฉพาะคุณสมบัติตามที่ระเบียบ กฎหมาย กำหนดไว้ ได้แก่ เป็นผู้มีคุณธรรม มีศีลธรรม ยอมรับการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตย ไม่สร้างความขัดแย้ง แตกแยกภายในประเทศ ส่วนเรื่องการถอนหมายจับในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏของ น.ส.จิตภัสร์ นั้นเป็นเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่จะเป็นผู้พิจารณา โดยข้อหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ประเทศไทยเป็นระบอบกล่าวหา ใครที่ขัดขวางการทำงานของภาครัฐ ก็จะถูกดำเนินคดี
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามที่กระแสการต่อต้านการเข้ารับราชการของ น.ส.จิตภัสร์ นั้น กังวลว่าจะเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติหรือไม่ พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวว่า ไม่เป็นปัญหา เพราะตนเชื่อว่าคณะกรรมการจะมีความเป็นกลาง พิจารณาตามข้อเท็จจริง และจะสามารถตอบคำถามประชาชนและข้าราชการตำรวจได้ ซึ่งต้องย้ำอีกว่า การสมัครของ น.ส.จิตภัสร์ เป็นไปตามสิทธิ์เท่านั้น กระบวนการยังไม่สิ้นสุด
 
 
 
ผบช.น.หนักใจคุณสมบัติ 'ตั๊น จิตภัทร์' กปปส.
 
 
                      เมื่อเวลา 13.30 น.  พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้ากรณี น.ส.จิตภัสร์ สมัครเป็นข้าราชการตำรวจ ว่า ขั้นตอนในขณะนี้อยู่ระหว่างรอคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งการเปิดตำแหน่งดังกล่าวเป็นไปตามการร้องขอของหน่วยต้นสังกัด จากนั้นทาง บช.น.ได้ทำการเสนอไปทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ดำเนินการเปิดสอบ ส่วนในการพิจารณาคุณสมบัติต้องนำเสนอ ตร. ซึ่งกระบวนการสอบเพื่อเข้ารับราชการนั้นยังไม่เสร็จสิ้น คาดว่า 1 - 2 วันนี้คงจะทราบผล
 
                      เมื่อถามว่า น.ส.จิตภัสร์ ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาการกระทำผิดตามหมายจับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถือเป็นการขาดคุณสมบัติหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นข้อหนึ่งที่ทำให้ขาดคุณสมบัติได้ ต่อข้อซักถามว่า คดีความไม่ถึงที่สิ้นสุด ก็สมัครได้หรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ก็ต้องให้คณะกรรมการที่ทำการคัดเลือกพิจารณา
 
                      ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ส่วนใหญ่กรณีที่เกิดขึ้นลักษณะดังกล่าว คณะกรรมการคัดเลือกจะพิจารณาอย่างไร พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ต้องดูผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง กราบเรียนว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามกฎและระเบียบ การพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติเป็นอำนาจของ ตร.
 
                      ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า ก่อนหน้าที่ผ่านมา ต้นเรื่องมาจาก 191 เสนอมาให้ บช.น. ก่อนเสนอให้ ตร. โดย พล.ต.ท.ศรีวราห์ ตอบว่า ต้องมีต้นเรื่องมา ถ้าไม่มีต้นเรื่องมาก็ทำไม่ได้ นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังถามว่า ถ้า ผบช.น. เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ เห็นว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติเป็นผู้ถูกกล่าวหา จะพิจารณาอย่างไร พล.ต.ท.ศรีวราห์ บอกว่า ก็ตอบยาก เพราะต้องดูว่าถูกกล่าวหาโดยการกลั่นแกล้งมา หรือว่ากระทำผิดโดยเจตนา ก็ต้องดูข้อเท็จจริงแต่ละกรณีไป
 
                      เมื่อถามว่า น.ส.จิตภัสร์ เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับการชุมนุมจะให้ผ่านคุณสมบัตินั้นหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ก็คงจะลำบาก ถ้าส่วนตัวของตนเอง ในการพิจารณากรณีดังกล่าว คงจะลำบาก ส่วนคณะกรรมการคัดเลือกจะพิจารณาอย่างไร ก็เป็นส่วนของคณะกรรมการพิจารณา เพราะคณะกรรมการคัดเลือกก็มีหน้าที่พิจารณามาถึงตน จากนั้นตนก็เซ็นส่งต่อขึ้นไป ซึ่งคณะกรรมการกับตนอาจจะมีความเห็นไม่ตรงกัน
 
                      เมื่อถามว่า เราสามารถมีอำนาจแย้งคณะกรรมการคัดเลือกหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ต่างคนต่างก็มีความเห็น แต่ก็ยื่นให้ ตร.พิจารณาอีกครั้ง เพราะเป็นผู้ออกคำสั่ง แต่ตนยืนยันว่า พิจารณาตามกฎหมายและระเบียบ ถ้าผิดพลาดไป คนพิจารณาก็ต้องรับผิดชอบหนังสือที่ตัวเองเซ็น คนที่เกี่ยวข้องก็มีสิทธิ์ฟ้องร้องได้ ทุกอย่างอยู่ที่กฎหมายและระเบียบ
 
                      ทั้งนี้มีรายงานข่าวระบุว่า ขั้นตอนการรับ น.ส.จิตภัสร์ เข้ามาบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจนั้น อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ โดย บช.น.ตั้งขึ้นมาเป็นผู้พิจารณาภายหลังจากการสอบสัมภาษณ์เสร็จสิ้น ทางคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ จะเป็นผู้รวบรวมผลการตรวจสอบ โดยจะส่งให้หน่วยงานอื่นๆ ที่ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม อาทิ ส่งตัวให้ รพ.ตำรวจ เพื่อตรวจร่างกาย กองทะเบียนประวัติอาชญากร (ทว.) ทำการตรวจสอบประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ จากนั้นคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ ส่งข้อมูลให้คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้ง เพื่อดูว่าสิ่งที่ตรวจสอบมาเป็นจริงหรือไม่ ขัดต่อข้อห้ามการเป็นตำรวจหรือไม่ หากสรุปผลการตรวจสอบเสร็จสิ้น ก็ส่งให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ในฐานะ ผบช.น. ลงนามชี้ขาดการตรวจสอบดังกล่าว ก่อนส่งไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อให้พิจารณาเสนอรายชื่อบรรจุ ก่อนจะให้ทาง บช.น. ออกคำสั่งบรรจุ น.ส.จิตภัสร์ เป็นตำรวจ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติ
 
 
 
ดีเอสไอ แจงหมายจับ 'ตั๊น' สิ้นสภาพตามข้อบังคับประธานศาลฎีกา
 
 
                      พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า ดีเอสไอแอบถอนหมายจับ หรือยกเลิกหมายจับ น.ส.จิตภัสร์ ว่า น.ส.จิตภัสร์ เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีชุมนุมทางการเมือง คดีที่ 261/2556 ซึ่งมติคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) รับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2556 โดยพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องส่งให้พนักงานอัยการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2557 ซึ่งพนักงานอัยการสั่งฟ้อง และขอให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอยื่นขออนุมัติหมายจับจากศาล ต่อมา น.ส.จิตภัสร์ ได้เข้ามอบตัว และได้รับการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 68 กำหนดว่า ให้หมายจับสิ้นผลไปหากมีการจับตัวแล้ว พนักงานสอบสวนจึงได้รายงานการปฏิบัติตามหมายศาลให้ศาลทราบ เป็นไปตามข้อบังคับประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการออกคำสั่งกฎหมายอาญา 2548 ซึ่งถือเป็นกระบวนการทำงานปกติ ไม่ใช่เป็นการแอบถอนหมายจับแต่อย่างใด
 
                      พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของ น.ส.จิตภัสร์ ที่เข้ารับสมัครเป็นข้าราชการตำรวจนั้น เป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะพิจารณาตาม พ.ร.บ.ตำรวจ 2547