ข่าว

เปิดใจจำเลยโรฮิงญาพ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์

เปิดใจจำเลยโรฮิงญาพ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์

23 ก.ย. 2558

เปิดใจจำเลยโรฮิงญา พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์: ‘มีคนเสียประโยชน์ค้ามนุษย์ ทำทหารตกเป็นผู้ต้องหา’ : ทีมข่าวอิศรารายงาน

             หลังจากศาลจังหวัดนาทวีอนุมัติหมายจับเพิ่มเติมผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา เป็น ทหาร 4 นาย หลายฝ่ายเฝ้ารอการเข้ามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาของทหารกลุ่มดังกล่าว เพราะที่ผ่านมามีทหารถูกออกหมายจับเพียงคนเดียว คือ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ทำให้หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า มี “กำลังพล” เข้าไปเกี่ยวข้องแค่นี้จริงๆ หรือ

             ทั้งนี้ทหาร 4 นายที่ถูกออกหมายจับ ได้แก่ พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ มากสุวรรณ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสตูล (ผอ.รมน.จว.สตูล) ร.อ.วิสูตร บุนนาค สังกัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร (กอ.รมน.จว.ชุมพร) ร.อ.สันทัด เพชรน้อย สังกัด กอ.รมน.จว.ชุมพร และ น.ท.กัมปนาท สังข์ทองจีน สังกัดทัพเรือภาคที่ 3

             ล่าสุด พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ถูกออกหมายจับว่า ทราบเรื่องที่ถูกออกหมายจับแล้ว ตอนนี้ยังงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็มั่นใจในความบริสุทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์อย่างแน่นอน และการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ กอ.รมน.จว.สตูล ทุกครั้งที่ออกทำงานจะรายงานผลการปฏิบัติงานต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ว่าจะเป็นงานการจับกุมน้ำมันเถื่อน สินค้าหนีภาษี ซึ่งเป็นงานด้านความมั่นคงและภัยแทรกซ้อนที่ทาง กอ.รมน.รับผิดชอบ​​

             “ในช่วงที่มีเรือโรฮิงญามาลอยลำอยู่ในพื้นที่ จ.สตูล ผมในฐานะ กอ.รมน.จังหวัด ได้ร่วมกับทางทหารเรือในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ เข้าไปดูแลช่วยเหลือ อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนก็เคยเข้ามาพูดคุยสอบสวนและตรวจสอบแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องทรัพย์สินและบัญชีการเงิน ซึ่งได้ชี้แจงไปหมดแล้ว หลังจากนั้นได้มีการออกหมายจับ พล.ท.มนัส แต่ไม่ได้ออกหมายจับผม ทำให้นึกว่าไม่มีอะไร กระทั่งล่าสุดมีหมายจับผมด้วย จึงเลยรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น”

             พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ บอกว่า การออกหมายจับน่าจะเกี่ยวกับเรื่องบัญชีการเงิน ซึ่งจริงๆ เคยชี้แจงไปหมดแล้ว

             “ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นการอ้างถึงเรื่องบัญชีการเงินที่เขา (ตำรวจ) คิดว่าเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ ตรงนี้ผมเคยชี้แจงไปแล้วว่า เงินดังกล่าวเป็นงบลับที่ใช้ในการทำงาน ทุกหน่วยงานด้านความมั่นคงก็มีเรื่องงบแบบนี้ แต่หากเป็นเรื่องพยานหลักฐานอื่นที่คิดว่าจะเอาผิดผมในเรื่องคดี ผมเชื่อว่าเขาไม่มี และผมมีหลักฐานการทำงานทุกครั้ง เรื่องนี้ผมได้ชี้แจงผู้บังคับบัญชาแล้ว”

             นายทหารผู้ตกเป็นผู้ต้องหายังวิเคราะห์ว่า อาจเป็นเพราะการทำงานที่เข้าไปขวางผลประโยชน์ของใครหลายคนในพื้นที่ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ถูกออกหมายจับในครั้งนี้

             “อีกประเด็นที่ผมเชื่อก็คือ การปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาของผม หากไปย้อนดูการปฏิบัติงานของผมในฐานะรอง ผอ.รมน.จว.สตูล จะพบว่าจับกุมน้ำมันเถื่อนและการบุกรุกป่าอย่างต่อเนื่อง เป็นธรรมดาที่ผู้เสียผลประโยชน์จะไม่พอใจผมและต้องการเล่นงานผม หากมองกันตรงๆ งานเรื่องโรฮิงญา บุคคลต่างด้าว การค้ามนุษย์ ใครรับผิดชอบในการดูแลปราบปรามและจับกุม คำตอบก็คือตำรวจ แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ทหารกลับตกเป็นผู้ต้องหา ถูกออกหมายจับ ขณะที่ตำรวจผู้ที่มีหน้าที่ดูแลโดยตรงไม่ถูกจับ ไม่ถูกออกหมายจับ ลงโทษก็แค่ย้ายสับเปลี่ยน ซึ่งบางคนการย้ายกลับกลายเป็นเรื่องดี ได้ไปอยู่ในที่ดีขึ้นอีกต่างหาก”

             พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ ยังกล่าวถึงกำหนดเวลาการไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายจับว่า ต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยทางพนักงานสอบสวนต้องทำเรื่องมายังต้นสังกัด และจะมีนายทหารพระธรรมนูญเข้ามาดูแลประสานงานกับทางพนักงานสอบสวน ซึ่งตอนนี้ได้ชี้แจงไปแล้วว่ายังไม่สามารถเข้าไปพบพนักงานสอบสวนได้ เนื่องจากยังติดภารกิจอยู่ แต่หลังเสร็จภารกิจคาดว่า หลังวันที่ 10 ตุลาคม จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน แต่จะเป็นที่หาดใหญ่ หรือที่กรุงเทพฯ ต้องรอดูอีกครั้งว่าในตอนนั้นจะมีการโอนย้ายคดีไปยังศาลอาญาหรือไม่ ถ้าโอนย้ายแล้วก็คงเข้าไปพบพนักงานสอบสวนที่กรุงเทพฯเลย

             ด้านความเห็นของฝ่ายตำรวจ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ในฐานะหัวหน้างานสอบสวนในคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา ยืนยันว่า หลังจากศาลจังหวัดนาทวีอนุมัติออกหมายจับนายทหารที่มีส่วนพัวพันในคดีนี้เพิ่มอีก 4 นายแล้ว ทางทีมสอบสวนยังคงมีการทำงานกันอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะรอรับมอบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับทุกเวลา เมื่อมีผู้ถูกออกหมายจับเป็นทหารก็ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกระทรวงกลาโหม ที่ว่า หากมีทหารถูกออกหมายจับทางพนักงานสอบสวนจะต้องทำหนังสือไปถึงต้นสังกัดและผู้บังคับบัญชาของทหารรายนั้นๆ เพื่อขอให้ส่งมอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งได้ดำเนินการในขั้นตอนนี้แล้ว แต่ล่าสุดยังไม่ได้รับการประสานในการเข้ามอบตัวแต่อย่างใด

             “ขณะนี้ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ไปแล้ว 153 หมายจับ จับกุมและมอบตัวแล้ว 90 คน อยู่ระหว่างหลบหนีอีก 63 คน ในคดีฟอกเงิน ออกหมายจับ 77 หมายจับ จับกุมแล้ว 37 คน หลบหนี 40 คน โดยทั้งสองคดีนี้สำนักงานอัยการสูงสุดได้เข้ามาร่วมดำเนินการ เนื่องจากเป็นคดีที่มีการกระทำผิดทั้งในและนอกราชอาณาจักร ซึ่งคณะทำงานคดีอยู่ระหว่างการเร่งรัดการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อจะนำส่งสำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการต่อไป”

             ขณะที่ เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดนาทวีได้นัดพร้อมพนักงานอัยการและจำเลย เพื่อเตรียมโอนคดีนี้ไปยังศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์ ซึ่งวันที่ 10 ตุลาคมนี้ ศาลจังหวัดนาทวีได้แจ้งให้ฟังคำสั่งศาลฎีกาว่าจะให้มีการโอนคดีนี้ไปยังศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์หรือไม่