ข่าว

'หนี้เสีย' แม้จะบริหารได้ แต่กวนใจการบุกไปข้างหน้า

'หนี้เสีย' แม้จะบริหารได้ แต่กวนใจการบุกไปข้างหน้า

24 ก.ย. 2558

สวัสดีเศรษฐกิจ : 'หนี้เสีย' แม้จะบริหารได้ แต่กวนใจการบุกไปข้างหน้า : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                       ผมสะดุดใจกับข่าวสารของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐที่มีขนาดสินเชื่อเกือบ 2 ล้านล้านบาท และถือเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย ที่มีข่าวว่าหนี้เสียของธนาคารช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมาเฉลี่ยต่อเดือนเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ลูกค้ากลุ่มรายย่อยมีปัญหาในการชำระหนี้ แต่ยังดีว่าธนาคารสามารถเข้าไปบริหารจัดการหนี้เสียอย่างทันการณ์ จึงมีผลทำให้หนี้เสียอยู่ในภาวะทรงตัว
 
                       ส่วนของการขับเคลื่อนเงินกู้นาโนไฟแนนซ์ แม้จะมีการพูดว่าเงินที่จะลงไปผ่านกองทุนหมู่บ้านให้กู้ดอกเบี้ยประมาณ 4% จะทำให้เกิดผลกระทบกับนาโนไฟแนนซ์ที่คิดดอกเบี้ย 28–36% นั้น ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน เพราะนาโนไฟแนนซ์เป็นการปล่อยกู้ของเอกชน มีวิธีการประเมินความเสี่ยงแบบเอกชน มียอดให้กู้สูงสุดต่อรายไม่เกินแสนบาท ท้ายสุดเงินกู้ต้องนำไปทำธุรกิจ แต่เงินกู้ผ่านกองทุนหมู่บ้าน มุ่งพยุงเศรษฐกิจฐานราก และมุ่งให้นำเงินนี้ไปใช้อะไรที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในครัวเรือน 
 
                       ที่สำคัญคือกระบวนการให้กู้จะเป็นไปตามการประเมินและแบบแผนของกองทุนหมู่บ้านที่ได้รับเกรดการจัดการในระดับที่สูง ในมุมผู้เขียนคิดว่าไม่ช้าไม่นานการให้กู้แบบนาโนไฟแนนซ์ก็จะต้องเกิดแน่ เพียงแต่เวลานี้ผู้ให้บริการกำลังคลำหาโมเดลที่ใช่และเอาไปลุยได้บนความเสี่ยงที่คุมได้ตามแผนธุรกิจ เพราะหลังจากกระทรวงการคลังได้พิจารณาอนุญาตให้เอกชนประกอบธุรกิจไปแล้วมากกว่า 12 แห่ง ก็มีเพียงไม่กี่บริษัทในเวลานี้ที่เริ่มอนุมัติสินเชื่อให้ประชาชนบ้างแล้ว โดยให้วงเงินยังไม่มากนักเป็นหลักหมื่นบาทและยังมีสาขาให้บริการกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นหลัก
 
                       มีการระบุในข่าวว่าการปล่อยกู้ลูกค้ารายใหม่ๆ อาจทำให้บริษัทต้องพิจารณาศักยภาพหรือความสามารถในการชำระคืนอย่างรอบคอบ...โดยพบว่าผู้ยื่นขอกู้นาโนไฟแนนซ์ บางรายมีหนี้สินจำนวนมากและอาจจะมีประวัติการกู้ยืมที่ตรวจสอบจากฐานข้อมูลของเครดิตบูโรไม่ค่อยดีนัก ดังนั้น เมื่อเอาภาระหนี้ที่ต้องจ่ายมาเทียบกับรายได้ที่เข้ามาจึงอาจไม่สามารถพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้ลูกค้าที่ยื่นขอกู้ได้
 
                       “ช่วงนี้บริษัทโดนสองเด้งเลยคือ ทั้งเรื่องการหาลูกค้าใหม่ๆ ที่มีศักยภาพพอจะให้กู้ได้ก็ยากขึ้น เนื่องจาก 1.มีปัญหาหนี้สินเยอะ 2.แถมยังมาเจอเงินกู้จากกองทุนหมู่บ้านตามโครงการรัฐบาลตัดหน้าปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำมากๆ เข้าอีก 3.ผู้กู้ยืมเงินกู้น่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน และอาจเปลี่ยนใจไปกู้ยืมเงินจากกองทุนหมู่บ้านแทนนาโนไฟแนนซ์ในช่วงเวลานี้”
 
                       ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่า
 
                       1.ขึ้นชื่อว่ามีเงินมีหนี้มาให้กู้ ท่านที่อยากมีเงินสดมาใช้มาจ่ายไม่เคยกลัวไม่เคยหนีกันเลย ไม่ว่าดอกจะถูกจะแพง
 
                       2.คำว่าออม คำว่าประหยัด ประโยชน์ในตอนคิดคำนึงตอนจะใช้ไม่รู้หายไปไหนแล้ว
 
                       3.คำบอกเล่า และกล่าวถึงของคนให้กู้ที่ว่า ...ตอนนี้นะ ต้องระวังนะ หนี้เสียเพิ่มนิดนึงนะ... หนี้เสียแม้ว่าจะคุมได้แต่ก็ยังมีการเพิ่มมาให้กังวลพอสมควร
 
                       4.หรือว่าเรานั้นหมุนหนี้ แทนหมุนเงินไปแล้วเวลานี้
 
 
 
 
---------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : 'หนี้เสีย' แม้จะบริหารได้ แต่กวนใจการบุกไปข้างหน้า : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)