
คสช.เผยคดีบึ้มออกหมายจับ13ฝากขัง2
22 ก.ย. 2558
โฆษก คสช. แถลงคืบคดีระเบิดแยกราชประสงค์-สาทรครบเดือนเศษ เผยศาลออกหมายจับ 13 คน ฝากขังเรือนจำชั่วคราว 2 คน ยันจนท.เร่งคลี่คลายคดี ขอปชช.มั่นใจ-แจ้งข้อมูล
22 ก.ย.58 เมื่อเวลา 12.00 น. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ สรุปเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์และท่าน้ำสาทร ตั้งแต่วันเกิดเหตุที่ 17 ส.ค. จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 1 เดือนเศษ ว่า ศูนย์ติดตามสถานการณ์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ชี้แจงความคืบหน้าของการสืบสวน สอบสวนคดีให้ประชาชนทราบมาอย่างต่อเนื่องโดยมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ นำเสนอข้อมูลและการวิเคราะห์ บางกรณีอาจมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากข้อมูลไม่เพียงพอและไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ซึ่งอาจสร้างความสับสนให้กับสังคม รวมถึงส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงขอสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดในภาพรวมอีกครั้ง
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับชายชาวต่างชาติไม่ทราบชื่อ (ชายเสื้อเหลือง) ผู้ต้องหาวางระเบิดที่แยกราชประสงค์ และชายชาวต่างชาติไม่ทราบชื่อ (ชายเสื้อฟ้า) ผู้ต้องหาวางระเบิดที่ท่าเรือสาทร ก่อนเข้าตรวจค้น พูลอนันต์อพาร์ตเม้นต์ เขตหนองจอก สามารถจับกุม นายอาเด็ม คาราดัก ได้ในห้องพักเลขที่ 412 พร้อมของกลางอุปกรณ์และสารประกอบระเบิดจำนวนมาก รวมทั้งหนังสือเดินทางกว่า 100 เล่ม และขยายผลเข้าตรวจค้น ไมมูณาการ์เด้นโฮม เขตมีนบุรี ยึดได้ของกลางที่เป็นอุปกรณ์และสารประกอบระเบิดจำนวนมาก จากห้อง 9106 จึงได้ออกหมายจับผู้เช่าลงชื่อเช่าห้องพัก คือ น.ส.วรรณา สวนสัน และชายชาวต่างชาติไม่ทราบชื่อ
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงิน ทำให้ทราบตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มและนำไปสู่การออกหมายจับผู้เช่าห้องพักที่พูลอนันต์ อพาร์ทเม้นท์ จำนวน 5 ราย เป็นชาวต่างชาติ (นายอาลีโจลัน, นายอาฮ์เม็ด โบซองแลน, ชายชาวต่างชาติไม่ทราบชื่อ ตามภาพสเก็ตซ์, นายอับดุลเลาะห์อับดุลเลาะห์มาน และชายชาวต่างชาติไม่ทราบชื่อ) โดยพบว่ามีความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุระเบิดและศาลได้อนุมัติหมายจับ นายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู สามีของ น.ส.วรรณา ที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาที่พักให้กับขบวนการก่อเหตุที่แยกราชประสงค์
ต่อจากนั้น เจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังบูรพา สามารถควบคุมตัวนายไมไรลี ยูซุฟู ขณะเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมทั้งตรวจพบลายนิ้วมือแฝงปรากฎอยู่บนถังบรรจุสารประกอบระเบิด ที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบภายในห้องพักเลขที่ 414 พูลอนันต์อพาร์ทเม้นท์ ศาลจึงได้อนุมัติออกหมายจับ นายยูซุฟู ในเวลาต่อมา พน้อมนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพใน 4 พื้นที่ ได้แก่ พูลอนันต์ อพาร์ทเมนท์, ไมมูณาการ์เด้นโฮม, สถานีรถไฟหัวลำโพง และพื้นที่แยกราชประสงค์ แล้วนำมาควบคุมตัวและสอบสวนเพิ่มเติม ณ เรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า จากคำให้การของนายยูซุฟู ประกอบกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ พูลอนันต์ อพาร์ทเมนท์ และธนาคารกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ได้พบผู้ต้องหาเพิ่มเติม จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายอาบูดูซาตาเออร์ ดาบูดูเรห์มาน หรือ อิซาน ได้อีก 1 คน ซึ่งน่าจะเป็นบุคคลสำคัญในคดีนี้ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของ น.ส.วรรณา สวนสัน และ นายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู สามี พบว่ามีความเชื่อมโยงถึง นาย อับดุลย์ ทาวาบ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ที่เคยไปพักอาศัยอยู่ที่ จุฑาแมนชั่น เขตพระโขนง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจค้นหอพักดังกล่าว แต่ไม่พบตัว นาย อับดุลย์ ทาวาบ เพราะได้ย้ายของออกไปตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน โดยมี นางปณิฐ์สรา ชาลีรัฐรมย์ เป็นผู้ขนย้ายของไปเก็บไว้ที่หอพักย่านดินแดง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบหอพักในย่านดินแดงด้วย และได้เชิญตัวนางปณิฐ์สรา ชาลีรัฐรมย์ ไปเป็นพยาน จากความเชื่อมโยงดังกล่าวศาลจังหวัดมีนบุรีได้ออกหมายจับ นายอับดุลย์ ทาวาบ เพิ่มอีก 1 คน
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ ศาลได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาแล้วทั้งสิ้น จำนวน 13 คน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน ซึ่งขอฝากขังต่อศาลเป็นครั้งที่ 2 โดยควบคุมตัวไว้ ณ เรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ได้ทุ่มเทและร่วมกันทำงาน เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ทั้งในเรื่องการสืบสวนสอบสวนคดี การช่วยเหลือบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ การรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ แหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนการดูแลนักท่องเที่ยว รวมทั้งการขอความร่วมมือกับมิตรประเทศในเรื่องข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาตามหมายจับ
โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทุกส่วนยังคงเร่งสืบสวน สอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้ได้มากที่สุด เพื่อนำไปสู่การดำเนินคดีผู้กระทำผิด ซึ่งจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการเพื่อให้เกิดความรอบคอบในทุกๆ ด้าน จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ และหากมีข้อมูลใดที่เป็นประโยชน์ในคดีนี้ ขอให้แจ้งผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และสายด่วน 1515 ได้ตลอดเวลา



