ข่าว

สมเด็จพระเทพฯทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่เมืองจีน

สมเด็จพระเทพฯทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่เมืองจีน

22 ก.ค. 2552

คนไทยหลายจังหวัดทางภาคเหนือ-อีสาน ได้ชมสมใจ ชาวอุดรฯ เจอสิ่งมหัศจรรย์ ท้องฟ้าเปิดทันทีที่เกิดสุริยุปราคา และฟ้าปิดทันทีที่ดวงจันทร์คลายตัวออก ที่เชียงใหม่ เห็นเป็นช่วงๆ เหมือนชื่อหมี สลับมีเมฆบดบังเป็นระยะ แต่หลายจังหวัดต้องผิดหวัง โดยที่ภาคใต้มีฝนตกเกือบ

ผู้คนจำนวนมากต่างเฝ้ารอชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา หรือเรียกอีกอย่างว่า สุริยคราส ที่เกิดขึ้นขณะที่ดวงจันทร์หมุนรอบโลก แล้วโคจรไปบังดวงอาทิตย์ ทำให้โลกไม่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ช่วงขณะหนึ่ง ซึ่งจะเห็นได้ในหลายประเทศทั่วโลก

 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังสวนสาธารณะเฉิงซื่อ ซาทัน เมืองจินซานเหว่ย นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเวลา 09.36 น. วันที่ 22 กรกฎาคม เพื่อทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงด้วยแว่นตาดูดวงอาทิตย์ ทรงบันทึกภาพขณะเกิดสุริยุปราคา และทรงเคาะหม้อสเตนเลสที่กงสุลใหญ่จัดเตรียมไว้ให้ ตามประเพณีที่เชื่อว่าการเคาะนี้เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป

 ในการนี้มี รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กราบบังคมทูลข้อมูลปรากฏการณ์ครั้งสำคัญนี้ พร้อมทั้งนำกล้องโทรทรรศน์ไปจัดตั้ง ณ สวนสาธารณะเฉิงซื่อ ซาทัน เพื่อเก็บข้อมูลระหว่างการเกิดสุริยุปราคา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์และทางด้านดาราศาสตร์ของประเทศไทย

 แม้ว่าสภาพอากาศจะมีเมฆมากในช่วงแรกของปรากฏการณ์ แต่ก็พอจะสามารถมองเห็นได้บ้าง ในเวลา 08.30 น.ตามเวลาท้องถิ่นที่เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ได้สังเกตเห็นคราสบังไปแล้ว 15% จนกระทั่งเวลา 09.38 น.ซึ่งเป็นเวลาที่คราสกินดวงอาทิตย์เต็มดวง แต่ก็ไม่สามารถชมปรากฏการณ์ได้ตลอด เพราะเมฆเคลื่อนตัวบดบังดวงอาทิตย์ จนสิ้นสุดปรากฏการณ์ในเวลาประมาณ 10.00 น. ฝนก็โปรยลงมา ทำให้ไม่สามารถชมดวงอาทิตย์ได้ เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

 ปรากฏการณ์สุริยุปราคาในครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาแบบเต็มดวง มีแนวคราสพาดผ่านบางส่วนของประเทศอินเดีย จีน ญี่ปุ่น และมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ โดยช่วงระยะเวลาเต็มดวงยาวนานถึง 6.39 นาที ซึ่งที่สังเกตได้ยาวนานที่สุดคือบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้

อุดรฯฟ้าเปิดแค่ช่วงสุริยุปราคา

 จ.อุดรธานี มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชน กว่า 500 คน พากันไปรอดูปรากฏการณ์สุริยุปราคา ที่บริเวณสนามบาสเกตบอล มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กันตั้งแต่เช้ามืด ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมอุปกรณ์ที่นักศึกษาช่วยกันประดิษฐ์ขึ้น เพื่อใช้ดูปรากฏการณ์สุริยุปราคา และตั้งกล้องดูดาวขนาดใหญ่ 3 ตัว ปรากฏว่าบนท้องฟ้ามีเมฆหนา จนหลายคนทำใจว่า อาจจะไม่ได้เห็นการเกิดสุริยุปราคา แต่ก็ไม่มีใครยอมกลับ

 กระทั่งเวลา 07.00 น. เมฆจึงเริ่มจางหายไป จากนั้นอีก 5 นาที ก็เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาขึ้น โดยเงาของดวงจันทร์เริ่มทับบังดวงอาทิตย์ ทำให้ผู้ที่ไปรอดูต่างตื่นเต้นและหยิบอุปกรณ์ที่เตรียมมา ทั้งกระบอกไม้ไผ่ แผ่นฟิวเจอร์บอร์ด กระดาษแข็ง เพื่อดูปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนใครที่ไม่ได้เตรียมมาก็อาศัยมองดูแสงดวงอาทิตย์เป็นรอยเว้าที่สนามบาสเกตบอล แทน

 ทั้งนี้ ดวงจันทร์ได้ค่อยๆ เคลื่อนเข้าบดบังดวงอาทิตย์ จากทางซ้ายมือของคนดู จนกระทั่งกินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของดวงอาทิตย์ โดยใช้เวลาทั้งหมด 1 ชั่วโมง 25 นาที กระทั่งเวลา 08.30 น.ดวงจันทร์จึงเริ่มเคลื่อนตัวออกจากดวงอาทิตย์ พร้อมกับการเริ่มมีเมฆเคลื่อนเข้ามาปกคลุมท้องฟ้าและบดบังดวงอาทิตย์อีกครั้ง หลังจากที่ดวงจันทร์เคลื่อนตัวออกจนหมด สร้างความแปลกใจให้แก่นักเรียน นักศึกษาและชาวบ้านที่ไปรอดูเป็นอย่างมาก

นักศึกษา ม.ขอนแก่น เกือบพลาด

 จ.ขอนแก่น คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ใช้ดาดฟ้าอาคาร SC 08 ของคณะ ในการจัดกิจกรรมดูปรากฏการณ์สุริยุปราคา โดยมีนักศึกษาจำนวนมากไปรอชม แต่ปรากฏว่า ตั้งแต่เช้ามืดมีเมฆฝนปิดบังท้องฟ้าและมีฝนตกลงมาเป็นช่วงๆ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นได้ แม้ใช้กล้องโทรทรรศน์ที่ทางคณะนำมาติดตั้งส่องดู ก็เห็นเพียงเงารางๆ เท่านั้น อาจารย์จากภาควิชาฟิสิกส์จึงบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์สุริยุปราคา และข้อแนะนำในการชมที่ถูกต้องแก่นักศึกษาแทน กระทั่งเวลา 08.50 น. ท้องฟ้าจึงเริ่มเปิด และเห็นดวงจันทร์เข้าบดบังดวงอาทิตย์ ร้อยละ 40 แต่การมองเห็นก็ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากยังมีเมฆหนา

 นายไชยพงษ์ เรืองสุวรรณ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.ขอนแก่น กล่าวว่า การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาในครั้งนี้ ประเทศไทยจะมองเห็นเป็นบางส่วนเท่านั้น แต่ที่ประเทศจีน จะมองเห็นเป็นสุริยุปราคาวงแหวน และในวันที่ 15 มกราคม 2553 ผู้คนทั่วโลกจะได้เห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาอีกครั้ง โดยเฉพาะประเทศไทย จะมองเห็นร้อยละ 60

นร.ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ชมสมใจ

 จ.ศรีสะเกษ ที่โรงเรียนบ้านพนมชัย ต.ห้วยตามอญ อ.ภูสิงห์ ตั้งอยู่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา คณะครูได้นำเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ถึงป.6 จำนวน 119 คน รวมทั้งผู้ปกครองอีกจำนวนมาก พร้อมนำอุปกรณ์ง่ายๆ ที่หาได้ในพื้นที่ อาทิ กระจกรมควัน แผ่นฟิล์มเอกซเรย์ หน้ากากที่ใช้อ๊อกเชื่อมโลหะ มารอดูการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา กันตั้งแต่เช้า กระทั่งเวลา 07.40 น.ท้องฟ้าจึงเริ่มเปิด และเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาอยู่นาน 40 นาที ดวงจันทร์จึงคลายออก สร้างความดีใจให้แก่เด็กนักเรียนและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

 นายขวัญชัย วงศ์พินิจ อายุ 48 ปี ผู้ปกครองนักเรียนชั้นอนุบาล กล่าวว่า เคยเห็นปรากฏการณ์นี้มาหลายครั้งแล้ว และทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ก็จะออกมาสังเกตดูทุกครั้ง แต่ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์อะไร 

 ด.ช.วีรพล บุตรราช อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.6 กล่าวว่า ได้เรียนรู้เรื่องการเกิดสุริยุปราคาเมื่อตอนอยู่ชั้น ป.5  และเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการเกิดสุริยุปราคาของจริงและตื่นเต้นมาก

เชียงใหม่ มีเมฆบังบางช่วง

 ส่วนทางภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมกับสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ในการชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา ขึ้นที่สนามรักบี้ด้านหน้า มช. พร้อมตั้งกล้องโทรทรรศน์ 2 ตัว ไว้ให้ผู้ที่สนใจใช้ส่องดู โดยมีนักเรียน นักศึกษา ประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวเข้าชมจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการรับสัญญาณถ่ายทอดการเกิดสุริยุปราคาจากประเทศจีน มาให้ได้ชมด้วย

 ทั้งนี้ ที่ จ.เชียงใหม่ จะเริ่มเกิดสุริยุปราคาในเวลา 07.02 น. แต่ปรากฏว่าท้องฟ้ายังปิด จึงทำให้ไม่เห็นการเริ่มต้นของปรากฏการณ์สุริยุปราคา กระทั่งเวลา 07.12 น. ท้องฟ้าจึงเริ่มเปิดและค่อยๆ เห็นการเกิดสุริยุปราคา สลับกับมีเมฆเข้ามาบดบังเป็นช่วงๆ และเริ่มเคลื่อนออกในเวลา 08.40 น. จนสิ้นสุดการบังเวลา 09.11 น.

 ด.ช.กิตติพงศ์ สุแหวง นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านเชิงดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตื่นเต้นมากเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสุริยุปราคา รู้สึกประทับใจมาก แม้จะมีเมฆบังเป็นบางช่วง