
โฮลี่ชีสธุรกิจชีสๆของกลุ่มคนรักการกิน
โฮลี่ชีสธุรกิจชีสๆของกลุ่มคนรักการกิน : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยฐิติพล ขำประถม ภาพ : สมศักดิ์ เนตรทอง
เมื่อพูดถึง “ชีส” เยิ้มๆ สีเหลืองนวล ที่มาพร้อมกับความยืด แค่เพียงคิดถึงภาพของมัน เชื่อว่าคงทำให้หลายคนน้ำลายหก หนึ่งในอาหารผลิตภัณฑ์จากนมชนิดนี้ เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้ประเทศไทยที่รับวัฒนธรรมการกินชีสเข้ามาพร้อมอาหารสมัยใหม่อย่าง เบอร์เกอร์ กับ พิซซ่า โดยมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่หลงใหลในความอร่อยเฉพาะตัวของ “ชีส”
เสน่ห์ของชีสทำให้หนุ่มสาวรุ่นใหม่ผู้รักการกินทั้ง 3 คน อย่าง กัณฐาภรณ์ สุบรรณ ณ อยุธยา, สิทธิพร ญาณวรุตม์วงศ์ และ กีรติ อาภรณ์รัตน์ รวมตัวกันคิดค้นสร้างสรรค์ร้านอาหารแบบชีสๆ ในชื่อเตะหูอย่าง ร้าน Holy Cheese (โฮลี่ชีส) ขึ้นมา เพื่อเสิร์ฟความอร่อยของชีสในรูปแบบของ แซนด์วิชกริลล์ชีส ให้คนไทยได้ลิ้มรสกัน
พวกเขามีอะไรเป็นแรงบันดาลใจ ร้าน Holy Cheese (โฮลี่ชีส) เริ่มต้นจากไหน “ลูกเกด” กัณฐาภรณ์ 1 ใน 3 หุ้นส่วนร้านโฮลลี่ ชีส จะเป็นผู้มาเล่าให้ฟัง ว่า
เดิมผู้ก่อตั้ง โฮลี่ชีส ล้วนเป็นผู้ชื่นชอบในการกินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับ กัณฐาภรณ์ ทำอาชีพเป็นแอร์โฮสเตส และ สิทธิพร เป็น ทราเวล บล็อกเกอร์ จึงมีโอกาสได้เดินทางไปชิมอาหารที่หลากหลายจากทั่วโลก และความชอบกินนี่เอง ทำให้ทั้ง 2 คนได้รู้จักกัน และเป็นแรงบันดาลใจคิดตั้งร้านอาหารของตัวเองขึ้นมา จึงชักชวน กีรติ ที่เป็น วิศวกร ซึ่งรักการทำอาหารมารวมตัวกันทุกสุดสัปดาห์ทดลองทำอาหารต่างๆ สำหรับเป็นเมนูของร้าน เริ่มตั้งแต่ มัฟฟิน ไปจนถึง หมูอบสไตล์อิตาลี ให้ญาติพี่น้องทดลองชิม หลังลองทำเมนูต่างๆ อยู่เกือบปี ก็มาสำเร็จเป็น แซนด์วิชกริลล์ชีส ที่ชูจุดเด่นในไส้ที่อัดแน่นด้วยชีสเป็นจุดขาย ซึ่งทุกคนที่ลองชิมต่างรู้สึกอร่อยและเพลิดเพลินในรสชาติ
สำหรับ แซนด์วิชกริลล์ชีส ที่คิดขึ้นมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ผสมผสานรสชาติและรสสัมผัสที่เคยกินจากที่ต่างๆ มารวมไว้ด้วยกัน เริ่มจากใช้ขนมปัง Ciabatta สไตล์อิตาลี กรอบนอก นุ่มใน สั่งทำพิเศษ มาถึงไส้ของแซนด์วิชมีให้เลือก 2 ชนิด เป็นไส้เนื้ออบสไลด์ และหมูฉีกปรุงเครื่องเทศ ที่ปรุงแบบสโลว์คุกกว่า 8 ชม. ต่อมาก็เป็นชีสที่เป็นจุดเด่น หลังได้ลองให้ชีสชนิดต่างๆหลายชนิด สุดท้ายก็เลือก ใส่ชีสถึง 2 ชนิด คือ มอสซาเรลล่าและเชดด้า เป็นชีสแบบธรรมชาติที่รับประทานง่ายรสชาติถูกปากคนไทย
จากนั้นหาวิธีปรุงเพื่อรักษารสชาติให้สม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากต้องทำสูตรเดิมอย่างไม่คลาดเคลื่อนทุกครั้งแล้ว ยังต้องได้วัตถุดิบจากแหล่งเดิมทุกครั้งด้วย เช่น วัตถุดิบอย่าง ชีส ซึ่งเป็นตัวหลักต้องสั่งนำเข้าโดยตรงมาจากต่างประเทศ เมื่อได้เมนูหลักเกี่ยวกับชีสก็มาคิดชื่อร้านให้ติดหูลูกค้า
“เราคิดชื่อร้าน โดยต้องการให้เป็นชื่อที่จำง่าย ติดใจและติดหู จึงเกิดเป็นชื่อร้านที่พ้องเสียงกับคำอุทานว่า “โฮลี่ชิท” จึงมาแปลงเป็นชื่อร้าน “โฮลี่ชีส” ให้เข้ากับเมนูที่ขายอย่างชัดเจน และเสมือน แซนด์วิชกริลล์ชีส ของเราซึ่งอัดแน่นไปด้วยชีสจนต้องอุทานออกมา”
ก่อนจะมาเป็น ร้านโฮลี่ชีส ที่ตลาดนัดรถไฟ รัชดาฯในวันนี้ “ลูกเกด” เล่าว่า โฮลี่ชีส เริ่มต้นจากการออกร้านเป็นบูธเล็กๆ ตามงานอีเวนท์ ตั้งร้านครั้งแรกที่งานตลาดของทำมือ นอยส์ มาร์เก็ต เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ทั้งที่ตามมาจากการโปรโมทร้านผ่านเฟซบุ๊ก และคนที่มาร่วมงาน จนขายหมดก่อนงานจะจบเสียอีก แต่เมื่อมาถึงการออกร้านครั้งที่ 2 ก็เจอกับปัญหา เพราะอีเวนท์จัดชนกับอีเวนท์ที่ใหญ่อีกแห่ง ทำให้ของเหลือเยอะมาก จากนั้นก็เก็บเอาความผิดพลาดเป็นประสบการณ์ ในการออกงานครั้งต่อไป จนผ่านงานอีเวนท์มา 4 ครั้ง ก้าวผ่านความผิดพลาดต่างๆ ประกอบกับได้เห็นกลุ่มลูกค้าขาประจำที่ตามมากินทุกครั้งที่ออกบูธ และลูกค้าหน้าใหม่ที่แวะเวียนมาไม่ขาด รวมถึงยอดขายเฉลี่ย 100-150 ชิ้นต่องาน จึงตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้ว ที่จะตั้งร้านประจำเป็นหลักเป็นแหล่งขึ้นมา
“ทุกครั้งที่ออกบูธจะพบกับปัญหาต่างๆ ให้ได้เรียนรู้การทำธุรกิจร้านอาหารและเปลี่ยนแปลงร้านให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ทั้งการเตรียมของให้พอเหมาะกับลูกค้า, การจัดวางอุปกรณ์ในพื้นที่จำกัด และพัฒนาวิธีการปรุงให้เร็วทันใจ จนรู้สึกมั่นใจในการบริการ รวมถึงมีลูกค้าขาประจำที่ตามเราไปทุกงาน จึงตัดสินใจเปิดร้านประจำขึ้น”
ลูกเกด เล่าต่อว่า ร้านโฮลี่ชีส ที่ตลาดนัดรถไฟ รัชดาฯ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันพืชมงคล ที่ผ่านมา โดยการชักชวนจากร้านที่ออกบูธในงานอีเวนท์ด้วยกัน การตกแต่งร้านได้เพื่อนที่เป็นนักตกแต่งภายในมาช่วยออกแบบ ใช้ไม้, เหล็ก และสีเหลือง เป็นหลัก ให้ดูทันสมัยและความรู้สึกแบบโฮมเมค ใช้เงินลงทุน 4 แสนบาท มีพนักงานทั้งหมด 4 คน เปิดวันพุธ-อาทิตย์ โดยหุ้นส่วนทั้งสามจะผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลร้านจากวันหยุดของงานประจำ ปัจจุบันร้านมีเมนูทั้งหมด 9 เมนู เป็น แซนด์วิชกริลล์ชีส 7 เมนูในแบบต่างๆ มีเมนูกินเล่น ชีสทอดยาว 9 นิ้ว, เมนูของหวาน เมลโล เทลลา ที่มีส่วนประกอบเป็นชีสแบบพิเศษของนอร์เวย์ และร้านมีซอสสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นเอง โดยได้แรงบันดาลใจจากอาหารเบลเยียม ให้เลือกใส่ได้ตามใจชอบถึง 2 แบบ
กลุ่มลูกค้าที่มาอุดหนุนนอกจากลูกค้าประจำที่แวะเวียนมาไม่ขาด ก็ยังได้ลูกค้าใหม่ๆ เป็นคนในพื้นที่อย่างพนักงานออฟฟิศ และนักท่องเที่ยว ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เห็นรีวิวต่างๆ จากอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันร้านขายได้วันละ 160-200 ชิ้น ทำให้สามารถคืนทุนได้ในเวลาเพียง 2 เดือนครึ่ง และแม้จะมีร้านประจำแล้ว แต่โฮลี่ชีส ก็ยังคงออกอีเวนท์เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อเพิ่มกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของร้านได้ที่ https://www.facebook.com/holycheesebkk
ตอนนี้ โฮลี่ชีส มองไปถึงการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ทั้งเมนู ไก่ และปลา เพิ่มขึ้น ตอบรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า รวมไปถึงการขยายสาขาให้มากขึ้นด้วย ขณะนี้กำลังศึกษาเรื่องแฟรนไชส์ เพื่อขยายกิจการต่อไป
นั่นคือเรื่องราวธุรกิจแบบชีสๆ ที่ยืดยาว จากความรักในการกินของกลุ่มคน มาต่อยอดเป็นธุรกิจที่สร้างสรรค์จุดขายแบบเยิ้มๆ ที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์จนมีร้านเป็นของตัวเอง
เมนูของหวานจากชีส
กัณฐาภรณ์ สุบรรณ ณ อยุธยา กล่าวว่า ร้านมีเมนูของหวานจากชีสเป็นต้นตำรับของตัวเอง ซึ่งเกิดจากการได้ไปชิมชีสชนิดหนึ่งของประเทศนอร์เวย์ เป็นชีสที่มีรสคาราเมล มีรสเค็มๆ หวานๆ เข้ากับช็อกโกแลตนูเทลาได้เป็นอย่างดี จึงกลับมาลองทำ โดยเพิ่มมาสเมลโลเข้าไปให้เพิ่มรสสัมผัส และดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ประกบด้วยขนมปังสไตล์อิตาลี ออกมาเป็น เมนูของหวาน “เมลโล เทลลา”



