ข่าว

ล้างไพ่พรรคการเมือง

ล้างไพ่พรรคการเมือง

22 ก.ย. 2558

ล้างไพ่พรรคการเมือง : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

            การตอบโต้กลับของ “วิษณุ เครืองาม” มือกฎหมายของรัฐบาล ต่อกรณีที่ “จาตุรนต์ ฉายแสง ” แห่งพรรคเพื่อไทย เสนอร่นระยะเวลาโรดแม็พเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ด้วยสูตร 3-3-3-2  จากที่ “วิษณุ” เสนอ 6-4-6-4  ว่า "4 เดือนสุดท้ายเป็นเรื่องการเตรียมการเลือกตั้ง   หากคิดว่าการหาเสียงเลือกตั้ง 2 เดือนเพียงพอ ก็ต้องรอดูตอนที่กฎหมายพรรคการเมืองที่จะออกมาคราวหน้า ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่ามีการกำหนดเงื่อนไขใดๆ ที่ “พิสดาร” ไปกว่าปัจจุบันนี้หรือไม่ และผมเชื่อว่าพิสดารด้วย ดังนั้นเมื่อพิสดาร พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ เผลอๆ จะต้องไปจดทะเบียนตั้งพรรคใหม่ กว่าจะตั้งพรรคเสร็จ กว่าจะหาสมาชิก กว่าจะลงหาเสียง  เท่านี้คือตัวอย่างว่าจะลดเวลาไม่ได้"

            “วิษณุ” มาพูดเรื่องนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อได้กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “โรดแม็พของรัฐบาลและ คสช.” ในงานสัมมนาของ สนช.  ตอนหนึ่งว่า “พรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมต้องหาสมาชิกใหม่ นับหนึ่งใหม่ เพื่อให้เท่าเทียมกับคนอื่น แต่สามารถใช้ชื่อพรรคเดิมได้”

            แปลความตามคำพูดของวิษณุก็พอสรุปได้ว่า เลือกตั้งคราวหน้า พรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมสิ้นสภาพไป แล้วต้องไปจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ต้องหาสมาชิกพรรคการเมืองกันใหม่ เป็นการนับหนึ่งใหม่เพื่อความเป็นธรรม ไม่ให้พรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม ได้เปรียบพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่มากนัก

            แต่การที่จะให้พรรคการเมืองทีี่มีอยู่เดิมต้องนับหนึ่งกันใหม่  จดทะเบียนตั้งพรรคใหม่ หาสมาชิกพรรคการเมืองกันใหม่ หากจะให้มีผลในทางปฏิบัติ ต้องมีการเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะยกร่างกัน โดยเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล เช่นว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้  ให้พรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมสิ้นสภาพไปและจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ จากนั้นก็ต้องมาเขียนในกฎหมายลูก คือ พ.ร.บ.พรรคการเมือง  เกี่ยวกับการหาสมาชิกพรรคในการจัดตั้งพรรคการเมืองว่าจะต้องใช้จำนวนสมาชิกพรรคการเมืองจำนวนเท่าไหร่และต้องหาสมาชิกพรรคให้ได้ภายในระยะเวลาเท่าไหร่

            แน่นอนว่า การที่ให้พรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม ต้องสิ้นสภาพไป และจดทะเบียนตั้งพรรคใหม่แม้ว่าจะใช้ชื่อเดิมได้ก็ตาม  ก็ย่อมไม่เป็นที่ถูกใจสำหรับพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมและครองสนามเลือกตั้งมายาวนาน อย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่สามารถเข้าใจได้ว่า ทำไมเขาต้องไปจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่และหาสมาชิกพรรคกันใหม่ ซึ่งก็เหมือนกับถูกยุบพรรคกลายๆ ทั้งที่เขาไม่ได้ทำผิดอะไร

            จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนมองว่า เรื่องนี้อาจเป็น “เกมการเมือง” ของ คสช. ที่คิดจะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาแข่งจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเหมือนกับ "พรรคสามัคคีธรรม" ในอดีต ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ก่อตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2534 เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ.2535 ในช่วงก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเดือนมีนาคม พ.ศ.2535 มีการรวบรวมนักการเมืองจากหลายพรรคมาอยู่รวมกันในพรรคนี้ และมีบุคคลในพรรคที่ใกล้ชิดกับคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. ซึ่งเป็นผู้กุมอำนาจรัฐในขณะนั้น

            อย่างไรก็ตาม แม้จะออกกติกาใหม่ ให้ทุกพรรคการเมืองเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ แต่พรรคการเมืองเก่าก็ยังได้เปรียบพรรคการเมืองใหม่อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนเดิมที่มีอยู่ สมาชิกพรรค ฐานเสียงเดิม ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม เอามาใช้ได้  แต่สำหรับพรรคการเมืองใหม่ ไม่มีสมาชิกเลยแม้แต่คนเดียว ต้องมาหาสมาชิกกันใหม่

            ดังนั้นสองพรรคการเมืองใหญ่ก็ยังได้เปรียบอยู่ แต่จะเอาต้นทุนทั้งหมดมาใช้ 100% คงไม่ได้ ต้องมีอะไรบางอย่างที่ต้องทำเพิ่ม ไม่ได้เปรียบพรรคการเมืองใหม่ทั้งหมดเหมือนเดิมอีกแล้ว