
พลังวัยใสสร้างน่านนครโมเดล
22 ก.ย. 2558
ไลฟ์สไตล์ : พลังวัยใสสร้างน่านนครโมเดล
ยุคนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางสังคมและเทคโนโลยีเป็นหนึ่งปัจจัยชักจูงให้วัยรุ่นไทยหลงใหลและฟุ้งเฟ้อกับการใช้ชีวิตติดเทรนด์จนตกอยู่ในวังวนของโลกวัตถุนิยมโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ยังมีวัยรุ่นอีกกลุ่มที่คิดสวนกระแสหันมาใช้ธรรมะเป็นเทรนด์พลิกชีวิต สร้างความหวังใหม่ให้สังคม พวกเขาเป็นเพียงเด็ก ม.ต้น โรงเรียนน่านนคร ที่กล้าลุกขึ้นมาเป็นผู้นำเปลี่ยนกระแสสังคมให้เป็นกระแสแห่งความดี ด้วยการจัดโครงการ “ธรรมะพาสนุก ปลุกพลังวัยใส” ดึงเด็กและเยาวชนใน จ.น่าน เข้าวัดปฏิบัติธรรมทุกวันธรรมสวนะต่อเนื่องกว่า 4 ปี จนประสบความสำเร็จสร้างกระแส “เทรนด์ธรรม” ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในชุมชนได้จริงราวกับเป็นคนใหม่
ธรรมะพาสนุก ปลุกพลังวัยใส เป็น 1 ใน 28 โครงการจิตอาสาภายใต้โครงการทูตความดีแห่งประเทศไทย Gen A : Active Citizen “รวมพลคนรุ่นใหม่หัวใจอาสา” ด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิธรรมดี และองค์กรภาคีเครือข่าย เพื่อเฟ้นหาโครงการจิตอาสาจากเยาวชนทั่วประเทศที่จะมาร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยให้ดีขึ้น "น้องฟ๊อด" เชาว์วัฒน์ ปิงยศ นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนน่านนคร เยาวชนรุ่นบุกเบิกจนตอนนี้ผันตัวมาเป็นแกนนำ เล่าผลของการเข้าร่วมโครงการนี้ว่า รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น การเข้าวัดสอนให้มีสมาธิ มีจิตสาธารณะ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น จากที่เมื่อก่อนไม่เคยช่วยงานบ้านเลย สนใจแต่เรื่องของตัวเอง หลังจากได้เข้าวัดแล้วก็อยากช่วยแม่ทำงานบ้านเท่าที่พอจะทำได้ การเข้าวัดนอกจากจะช่วยให้จิตใจสงบ มีสติ สมาธิแล้ว ยังช่วยขัดเกลาให้เป็นคนดี ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะค่อยๆ หล่อหลอมไปเรื่อยๆ ทำสิ่งดีๆ ได้โดยไม่รู้สึกฝืนใจตัวเอง เชื่อว่าถ้าเยาวชนหันมาเข้าวัด และทำแต่ความดี สังคมก็จะมีแต่สิ่งดีๆ และมีความสุขกันมากขึ้นแน่นอน
ด้านที่ปรึกษาโครงการ อ.สวาท นิติอภิรักษ์ ข้าราชการครูบำนาญ ผู้ริเริ่มก่อตั้งโครงการ กล่าวว่า 4 ปีแล้วทำโครงการนี้ เดิมชื่อ “โครงการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่” เนื่องจากชุมชนละแวกนี้เวลาผู้ใหญ่เลิกจากการทำงาน หรือมีงานเทศกาลต่างๆ มักดื่มเหล้ากันเป็นปกติ แต่ในเด็กปัญหานี้ยังไม่เกิดขึ้น จึงอยากป้องกันไว้ก่อน จึงเกิดความคิดว่าอยากเห็นเด็กและเยาวชนในชุมชนนาปัง สบแก่น หรือชุนชนบ้านใกล้เรือนเคียงใน จ.น่าน มาร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมที่วัดทุกวันพระ ความพิเศษของโครงการนี้คือนอกจากกิจกรรมปฏิบัติธรรม ยังมีการเชิญวิทยากรมาให้ความรู้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความรู้เกี่ยวกับธรรมะกับการใช้ชีวิตประจำวัน และเรื่องของยาเสพติด ปัญหาเหล้า บุหรี่ รวมถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติอีกด้วย
"ที่ผ่านมาพบว่าสถิติการดื่มสุราในชุมชนลดลงต่อเนื่อง ตอนนี้มีเด็กเข้าร่วมถึง 89 คนแล้ว และคิดว่าจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเด็กในโครงการก็จะชักชวนต่อๆ กันไป เด็กทุกคนที่มาจะรู้สึกสนุกและกลับเข้ามาร่วมโครงการอย่างถาวร ซึ่งเรายังเน้นการเสริมสร้างความเป็นผู้นำให้แก่เด็กอีกด้วย ทุกวันนี้ที่เราสร้างวัด สร้างวิหาร เราสร้างกันได้ แต่ถ้าเราไม่คิดที่จะสร้างคนควบคู่กันไปด้วยมันก็ไม่มีความหมายอะไร สิ่งที่เราสร้างใครจะมาดูแล ผมจึงอยากเน้นการสร้างเด็กและเยาวชนควบคู่กันไป หากคนรุ่นเก่าตายไปก็ยังสบายใจว่ายังมีเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะมาสานต่อศาสนา และวัฒนธรรมของเราไปจนชั่วลูกชั่วหลาน ไม่มีวันล่มสลายไปอย่างแน่นอน” อ.สวาท กล่าวทิ้งท้าย



