ข่าว

‘สุดารัตน์’ย้ำชัด!ไม่ร่วม‘สปท.’

‘สุดารัตน์’ย้ำชัด!ไม่ร่วม‘สปท.’

21 ก.ย. 2558

‘สุดารัตน์’ ย้ำชัดไม่ร่วมวง ‘สปท.’ แนะ ‘คสช.-รบ.’ เปิดเวทีให้ ‘นักการเมือง-คู่ขัดแย้ง’ ร่วมหารือหาทางออกให้ประเทศ ย้ำแผนเซ็ทซีโร่ไม่ช่วยคลายขัดแย้ง 2 พรรค

 
       21 ก.ย.58 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการคัดเลือกบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้โควต้าของตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วม ว่า ส่วนตัวยืนยันว่าไม่มีแกนนำรัฐบาล หรือ คสช. คนใดที่ติดต่อทาบทามให้เข้าร่วม ทั้งนี้ตนไม่ประสงค์จะเข้าไปเป็นสมาชิก สปท. อย่างไรก็ตาม ตนมองว่ากรณีที่นักการเมืองจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมในสภา สปท.นั้น ไม่เกี่ยวกับการได้หรือเสียโอกาส เพราะประเด็นขับเคลื่อนปฏิรูปจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ดังนั้นตนขอเรียกร้องไปยัง คสช.หรือรัฐบาล ในฐานะผู้มีอำนาจที่จะนำประเด็นไปแก้ไขปัญหา จัดเวทีเพื่อให้นักการเมืองแต่ละพรรค รวมถึงพรรคการเมืองคู่ขัดแย้ง เข้าร่วมปรึกษาหารือ หรือเปิดให้ผู้มีความรู้มีความเชี่ยวชาญระดมความเห็นเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ซึ่งตนขอเรียกเวทีดังกล่าวว่าเป็นเวทีกล่อมเกลา เพื่อนำประเด็นที่เป็นปัญหาซึ่งเห็นร่วมกันนำไปสู่แนวทางแก้ไข เช่น การเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ, ทำแผนปฏิรูป เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นเจ้าภาพในการระดมความเห็นและแก้ปัญหา ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการยอมรับในงานปฏิรูป และเมื่อได้รับการยอมรับและเชื่อถือแล้วแผนปฏิรูปจะประสบความสำเร็จ
 
       “ดิฉันมองว่าการจัดเวที ซึ่งอาจให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เป็นผู้สร้างเวทีให้นักการเมืองได้ร่วมปรึกษาหารือ เพื่อหาทางออกและแก้ไขความขัดแย้งจะเหมาะสมมากกว่าที่ให้คู่ขัดแย้งเข้ามาทำหน้าที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปฯโดยการสร้างเวทีดังกล่าวนั้นต้องละการตั้งโจทย์ที่ว่านักการเมืองฝ่ายนั้นเป็นคนดีหรือนักการเมืองฝ่ายนั้นทุจริต โดยประเด็นนี้ดิฉันมองว่าหากคสช.สนับสนุนในการจัดเวทีจะทำให้เกิดความสำเร็จมากขึ้น” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
 
       คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า กรณีของการเซ็ทซีโร่พรรคการเมืองนั้นตนไม่ทราบเป้าหมายคืออะไร หากให้ถือเป็นการเริ่มต้นพรรคการเมืองใหม่ทั้งหมดเพื่อสร้างความเท่าเทียมกันหลังจากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้นั้น ตนมองว่าไม่จำเป็น เพราะหากจะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองที่จัดตั้งใหม่สามารถมีคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ควรเขียนไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะเหมาะสม แต่หากต้องการสลายขั้วขัดแย้งระหว่าง 2 พรรคการเมืองใหญ่นั้น ตนมองว่าเป็นเพียงแค่เปลือก เพราะการจะแก้ไขขัดแย้งหรือสร้างความปรองดองได้ ต้องไม่ใช่ใช้อำนาจหรือกฎหมายมาบังคับ และไม่ใช่การเซ็ทซีโร่