
ขนส่งไทยในเออีซี
22 ก.ย. 2558
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ขนส่งไทยในเออีซี : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ยุคนี้สมัยนี้จะพูดถึงการพัฒนาธุรกิจอะไรสักอย่างหนึ่ง ถ้าไม่อ้างอิงเออีซี หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก็ดูจะเป็นการกล่าวอ้างที่เชยหรือล้าสมัยเป็นอย่างยิ่ง ธุรกิจต่างๆ ล้วนจับตามองการเปิดประชาคมอาเซียนกันอย่างตาไม่กะพริบ ส่วนใหญ่ก็มองโลกในแง่ดีว่า เมื่อพรมแดนเปิดแล้ว แต่ละรายจะสามารถขยายตลาดออกไปได้อย่างไร้ขอบเขต และหน่วยงานที่มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ จ่ายเงินหลายร้อยล้านบาทให้กับสื่อของประเทศไทยเพื่อประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้
ธุรกิจรับขนส่งสินค้าทางบกหรือที่เรียกกันตามศัพท์สมัยใหม่ว่าโลจิสติกส์ เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่นักประชาสัมพันธ์ต่างวาดวิมานบนอากาศเอาไว้อย่างสวยหรูว่า ผู้ประกอบการของไทยมีความชำนาญมากกว่าประเทศอื่นๆ และมีเครื่องไม้เครื่องมือสำคัญคือรถยนต์สำหรับบรรทุกและลากจูงคอนเทนเนอร์พร้อมสรรพกว่าผู้ประกอบการในประเทศอื่นๆ การเปิดเสรีในอาเซียนครั้งนี้ ธุรกิจรับขนส่งสินค้าทางบกของไทยจะได้ประโยชน์สูงสุด
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น แม้ว่าธุรกิจรับจ้างขนส่งสินค้าทางบกของไทยจะมีข้อได้เปรียบจริงดังที่ว่า แต่อุปสรรคอันใหญ่หลวงที่ขวางหน้าอยู่และเกิดขึ้นมาแล้วในทุกวันนี้ รวมถึงการเตรียมพร้อมที่จะเข้ามาต่อสู้ในธุรกิจนี้ของประเทศคู่แข่งซึ่งเป็นเพื่อนอาเซียนด้วยกัน กลับไม่มีใครเอาข้อมูลจริงที่เกิดขึ้นออกมาเผยแพร่ให้คนไทยได้รับรู้กันอย่างกว้างขวาง
ย้อนหลังไปเพียงแค่ห้าหกปีผู้รับเหมาขนส่งสินค้าทางรถยนต์ของไทย สามารถใช้รถยนต์บรรทุกที่จดทะเบียนในประเทศไทย วิ่งรับส่งสินค้าเข้าไปได้ทั่วทั้งประเทศลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, พม่า ข้ามไปถึงประเทศจีนในหลายมณฑล ส่วนทางทิศใต้คือ มาเลเซียและสิงคโปร์นั้นผู้ประกอบการของไทยเข้าไปยึดหัวหาดเอาไว้ได้นานมาแล้ว
อุปสรรคปัจจุบันนี้เกิดขึ้นทางด้าน ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม และ จีน ซึ่งขนส่งของไทยเคยครองความยิ่งใหญ่อยู่ก่อน แต่ด้วยความที่ไทยเป็นประเทศเดียวที่ใช้ระบบการจราจรแบบชิดขอบทางด้านซ้าย และใช้รถยนต์ที่มีพวงมาลัยอยู่ด้านขวาของตัวรถ และประเทศที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ล้วนแต่มีความสัมพันธ์และได้รับความช่วยเหลือเกือบทุกด้านจากจีน
บวกกับนักธุรกิจชาวเวียดนามเริ่มปรับตัวได้ และมีทั้งทุนและเทคนิคความรู้ในการประกอบการพอสมควร จึงเริ่มปรับปรุงและพัฒนาระบบการขนส่งสินค้าโดยรถยนต์เข้ามาแข่งขันกับไทย รถยนต์บรรทุกสินค้าของไทยซึ่งเป็นรถยนต์แบบพวงมาลัยขวา จึงมีข้ออ้างเกี่ยวกับความปลอดภัยทำให้ต้องถูกจำกัดในบางพื้นที่ หรือหากจะได้รับการผ่อนปรนให้เข้าไปวิ่งได้ก็ต้องมีรายจ่ายต่างๆ เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันนี้รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ของไทย ที่เคยเข้าไปทำมาหากินทั่วประเทศลาวและกัมพูชา ก็เริ่มลดพื้นที่ลงเหลือตามบริเวณพื้นที่รอบชายแดนระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านเท่านั้น ส่วนพื้นที่ลึกเข้าไปจากชายแดนและในเมืองใหญ่ๆ ทั้งหลายเริ่มถูกรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ผลิตจากจีน ดำเนินการโดยผู้ประกอบการชาวจีนร่วมกับผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น
ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับคำว่า “ค่าเหยียบแผ่นดิน”, ค่าประกันความเสี่ยงสำหรับรถยนต์พวงมาลัยขวา ฯลฯ เริ่มถูกนำมาใช้แพร่หลายมากขึ้น อุปสรรคต่างๆ เหล่านี้หากภาครัฐของไทยยังนิ่งนอนใจไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเจรจากับภาครัฐของเพื่อนบ้านอาเซียน ธุรกิจรับจ้างบรรทุกขนส่งสินค้าของไทยที่คิดฝันกันว่าจะรุ่งเรืองเจริญเติบโต ก็จะไม่สามารถเติบโตได้อย่างที่หลายคนตั้งความหวังกันเอาไว้แน่นอนครับ
---------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ขนส่งไทยในเออีซี : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



