
บิ๊กป้อมยังไม่คิดเอาผิดแกนนำปชต.ใหม่
21 ก.ย. 2558
ประวิตร ยังไม่คิดเอาผิดย้อนหลัง แกนนำปชต.ใหม่ ยันยึดกฎหมาย 4 นายทหารเอี่ยวค้ามนุษย์ โยนตำรวจดูแต่งตั้ง ตั๊น ลั่นไม่มีเด็กเส้น ย้ำทุกอย่างดำเนินตามหลักการ
21 ก.ย.58 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะดำเนินการเอาผิดย้อนหลังกับแกนนำกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ที่ออกมาเคลื่อนไหวเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมาว่า ยังไม่ได้คิด ทั้งนี้เราก็ต้องดูว่ามีใครทำอะไรที่ละเมิดกฎหมายหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและรายละเอียดต่างๆไว้หมด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ใช่ว่าใครจะเคลื่อนไหวอะไรก็ได้ อะไรที่ผิดก็ต้องว่าไปตามผิดทั้งหมดตามกฎหมาย
ต่อข้อถามที่ว่า จะมีการเปิดช่องให้กลุ่มต่าง ๆ แสดงออกมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถ้าออกมาแล้วไปสร้างความขัดแย้งก็ทำไม่ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป ส่วนกลุ่มคนที่ออกมาประกาศขับไล่ คสช.นั้น ใครก็อยากไล่คสช. แต่ถือว่าเป็นส่วนน้อย ที่ผ่านมา คสช.ทำงานทุกอย่างเต็มที่ เพื่อให้นำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่มั่นคงในอนาคตให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กฎหมายที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนไหว หรือการชุมนุมต่าง ๆ ได้ใช้อำนาจมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557 จะไปซ้ำซ้อนกับ พ.ร.บ.ชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนถามว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงไหน ตอนนี้อยู่ในช่วงคสช. ก็มีมาตรา 44 เราขอร้องว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านที่จะต้องดำเนินการเพื่อนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ ดังนั้นต้องขอเวลา และสิ่งใดที่ออกมาแล้วก่อให้เกิดความขัดแย้ง อย่าไปทำ ขอร้องละครับ ขอให้พักสักเดี๋ยว เราใช้เวลาอีกไม่นาน ก็จะมีการเลือกตั้ง
‘ประวิตร’ ยันยึดก.ม. 4 นายทหารเอี่ยวค้ามนุษย์ เชื่อมีเครือข่ายอีกมาก
21 ก.ย.58 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ศาลจังหวัดนาทวีออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม 4 คน ซึ่งเป็นทหารบก 3 นาย และทหารเรือ 1 นาย โดยเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ในเครือข่ายค้ามนุษย์ของพล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว แต่ทราบเบื้องต้นมีเป็นจำนวนมาก แต่จะมีใครบ้างยังไม่รู้ ซึ่งต้องรอ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงไปดูในพื้นที่ก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่มีทหารถูกออกหมายจับเป็นจำนวนมาก แสดงว่าที่ผ่านมาทหารมีความเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนคิดว่าทุกฝ่ายมีทั้งคนดีและคนเลว แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งไปว่าใคร เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการกล่าวหา ส่วนจะมีข้อเท็จจริงอย่างไร ต้องรอให้มีการสืบสวนสอบสวนก่อน จะไปปรักปรำใครไม่ได้ แต่เมื่อศาลออกหมายจับมาแล้วก็อาจจะมีส่วนผิดอยู่บ้างก็ต้องดำเนินการต่อไปตามกฎหมาย
ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงกว่านี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่มี และยังไม่ได้รับรายงาน ส่วนการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์นั้น เราจะต้องแก้ไขตามหลักสากลให้ได้มากที่สุด เพราะเราปล่อยปละละเลยมานาน ต่อจากนี้ไปเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้ รวมถึงจะมีการโยกย้ายผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายคนในเรื่องการค้ามนุษย์ และคำสั่งจะออกเร็ว ๆ นี้ ส่วนรายละเอียดคงต้องรอในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวันนี้
‘ประวิตร’ โยนตร.ดูแต่งตั้ง ‘ตั๊น’ ลั่นไม่มีเด็กเส้น ยันทุกอย่างดำเนินการตามหลักการ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) ขึ้นไปวาระประจำปี 2558 ระดับผู้กำกับการ ถึงรองผู้บังคับการ ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)ในวันนี้ (21 กันยายน) ว่า ยืนยันว่าไม่มีเด็กใคร หลักการทุกอย่างดำเนินการตามหลักอาวุโส และความเหมาะสม ทั้งนี้ตนมอบหมายให้พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันพิจารณาและจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เพราะเราไม่มีพรรคการเมือง ขอให้สบายใจได้
ต่อข้อถามที่ว่า ในยุคของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คาดหวังจะสร้างตำรวจแบบใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนคิดว่า เดี๋ยวนี้คงจะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะตำรวจมีความเข้าใจในหน้าที่ ทุกอย่างเขาก็ดีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองเข้ามา จึงทำให้ดูว่าแบ่งพรรคแบ่งพวก และเข้าข้างฝ่ายการเมืองมากเกินไป ซึ่งตอนนี้ตำรวจก็ทำงานดีขึ้นเรื่อยๆ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นกลับมาได้ดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในที่ประชุม ก.ตร.จะมีการพูดถึงการพิจารณาแต่งตั้งนางสาวจิตภัสร์ กฤดากร หรือ ตั๊น อดีตแกนนำ กปปส. เข้าเป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่งรองสารวัตรฝ่ายอำนวยการกองบังคับการฝ่ายตรวจและปฏิบัติพิเศษ (191) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ว่า ตนไม่ทราบ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะรับหรือไม่รับ ตำแหน่ง ร.ต.ต. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่ประชุม ก.ตร. ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ส่วนที่มีการมองว่ามีความใกล้ชิดกับพล.อ.ประวิตร นั้น “ไม่เกี่ยวเลยครับ ผมไม่เกี่ยวเลย และไม่รู้ด้วยซ้ำ เป็นเรื่องของทางตำรวจว่าเขาต้องการบุคคลากรประเภทใด และก็เปิดให้คนมาสมัคร จะได้หรือไม่ ยังไม่รู้เลย เพราะเขามีคณะกรรมการคัดสรรที่ดำเนินการอย่างถูกต้อง จะรับหรือไม่รับเป็นเรื่องของตำรวจทั้งหมด ดังนั้นทุกคนมีสิทธิ์ไปสมัคร จะได้หรือไม่ได้ก็อีกเรื่องหนึ่ง”
‘บิ๊กป้อม’ แต่งตั้ง ‘พล.อ.รณชัย’ นั่งเก้าอี้ ผอ.อผศ.
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 ก.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 9/58 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2558 โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมสภากลาโหมให้ความเห็นชอบ แต่งตั้งนายทหารสัญญาบัตรประจำการดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ผอ.อผศ.) และ รอง ผอ.อผศ. ดังนี้
โดยแต่งตั้งให้ พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น ผอ.อผศ. และให้ พล.อ.ยุทธชัย พันธุ์งาม พ้นจากตำแหน่ง รอง ผอ.อผศ. และให้แต่งตั้งพล.ท.สวัสดิ์ ทัศนา ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นรอง ผอ.อผศ. ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.58 เป็นต้นไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.อ.รณชัย หรือบิ๊กมอญ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่16 ถือเป็นนายทหารคนสนิทของพล.อ.ประวิตร เนื่องจากเคยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ฝ่ายเสนาธิการของพล.อ.ประวิตร ก่อนหน้านั้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้ากรมจเรทหารบก ส่วนตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)นั้น ยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) อีกด้วย
‘บิ๊กป้อม’ ถกสภากลาโหมครั้งสุดท้ายปีงบฯ58 ขอบคุณเหล่าทัพทุ่มเททำงาน
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 ก.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 9/58 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2558 โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า พล.อ.ประวิตรได้แสดงความขอบคุณผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในฐานะสมาชิกสภากลาโหมและผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนที่ได้ทุ่มเท แรงกาย แรงใจ และกำลังสติปัญญา ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ จนทำให้ภารกิจต่างๆ ของสภากลาโหม สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ก่อให้เกิดประโยชน์แก่กิจการสภากลาโหมและกระทรวงกลาโหมในภาพรวมโดยตลอด ในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนต่อเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศ นอกจากนี้ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ สนับสนุนรัฐบาลและคระรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการดำเนินการตามกระบวนการโรดแม็พที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขโดยสมบูรณ์ และเพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีคุณธรรมเข้ามาบริหารบ้านเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงยั่งยืนต่อไปด้วย
พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2559 ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ บริหารจัดการงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ต้องตอบสนองต่อภารกิจหลักของหน่วย รวมทั้งเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ พร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนในการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกองทัพ เพื่อให้กองทัพมีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยและคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนสามารถรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สำหรับการดูแลสิทธิประโยชน์กำลังพลที่ปฏิบัติงานเสี่ยงภัยขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพให้ความสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตและสิทธิประโยชน์ รวมถึงพิจารณาจัดทำแนวทางการเชิดชูเกียรติแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในภารกิจการป้องกันประเทศตามแนวชายแดน การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนการดูแลคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญให้ประเทศชาติมีความสงบ มั่นคงและปลอดภัยตลอดมา ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารชั้นผู้น้อยที่มีความมุ่งมั่นทุ่มเทและเสียสละในการปฏิบัติงานในพื้นที่มีความเสี่ยงต่ออันตราย และเพื่อเป็นการลดความกังวลในเรื่องภาระครอบครัว ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานได้อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับกำลังพลและครอบครัวต่อไปด้วย



