
'ร้านเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ร่วมพัฒนาชุมชน'
21 ก.ย. 2558
ร้านเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ร่วมพัฒนาชุมชน : ไลฟ์สไตล์
ชุมชนเข้มแข็งเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมมั่นคง ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ร่วมส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจึงร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เปิดตัว “ร้านเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)” สาขาแรกและสาขาเดียวในประเทศไทยบริเวณโซน เอ ชั้น 1 เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าจากมูลนิธิฯ ที่เดิมมีวางจำหน่ายในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ที่จัดขึ้นเป็นประจำ ณ พระตำหนักวังสวนกุหลาบ และงานการกุศลต่างๆ สุนันทา สมบุญธรรม ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์การค้าธัญญาพาร์คฯ เปิดเผยว่า ตั้งใจเป็นอีกหนึ่งสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าจากชุมชน ซึ่งตรงกับแนวคิดของร้านเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ที่ต้องการสร้างโอกาสและฝึกฝนให้ชุมชนสามารถดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างรายได้ให้กับชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยการเพิ่มมูลค่าสินค้าที่ผลิตในชุมชนให้เกิดประโยชน์และมูลค่าสูงสุด ภายใต้แนวคิด ‘From Waste to Worth’ ทำให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของทุนคนดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการพึ่งพาผู้อื่น
ด้าน ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ผู้จัดการร้านเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ของร้านเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ส่วนหนึ่งเป็นสินค้าส่วนพระองค์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า ผ้ากันเปื้อน และผ้าพันคอ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเช่น แก้ว ถ้วยชา สมุด และอื่นๆ เป็นคอลเลกชั่นประจำปี ที่มีลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกล้วยไม้หวาย พันธุ์‘โสมสวลี’ พระนามพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
"ยังมีสินค้าจากชุมชนซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของร้านส่วนใหญ่ได้มากจากโครงการอบรมชุมชนสร้างอาชีพที่มูลนิธิฯ ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรฯ เพื่อช่วยเหลือชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดการใช้สารเคมีในชีวิตประจำวัน ลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมทั้งส่งเสริมสุขภาพกายใจ ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้ดีขึ้น ซึ่งชุมชนส่วนใหญ่ที่มูลนิธิฯ ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือมีอาชีพเกษตรกรรม จึงต้องการการพัฒนาด้านเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ครัวเรือนมีอาชีพเสริมต่างๆ ตามความถนัดและตามสภาพพื้นที่ โดยมิให้เกินตัวจนเกิดความเสี่ยงอีกด้วย ดังนั้นผลิตภัณฑ์จากชุมชนส่วนใหญ่จึงเป็นสินค้าเกษตร เช่นถ่านไร้ควัน น้ำหมักชีวภาพ น้ำยาซักผ้าและล้างจาน นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์อยู่ที่ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ทั้งชา กาแฟ เส้นก๋วยเตี๋ยวและเส้นขนมจีน ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่นิยมสินค้าเพื่อสุขภาพ” ฐิติวัฒน์กล่าว



