
ปิดเมืองล่า (5) ทีมบึ้มราชประสงค์
20 ก.ย. 2558
เรื่องเล่าข่าวดัง : ปิดเมืองล่า (5) ทีมบึ้มราชประสงค์ : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม
การควบคุมตัวนายไมไรลี ยูซูฟู ซึ่งอ้างตัวเป็นชาวตุรกี แต่มีหลักฐานคือหนังสือเดินทางปรากฏเป็นชาวอุยกูร์ จากมณฑลซินเจียง ประเทศจีน และยังพบประวัติเคยศึกษาด้านเทคนิคการแพทย์ แม้ยังไม่จบการศึกษาแต่ก็มีความรู้ด้านเคมีมากพอที่จะประกอบวัตถุระเบิด
อีกทั้งลายนิ้วมือแฝงที่ปรากฏบนขวดบรรจุสารระเบิดภายในห้องเช่าอพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอก ยิ่งทำให้ตำรวจมั่นใจว่า นายไมไรลี ยูซูฟู คือหนึ่งในทีม “บึ้มแยกราชประสงค์” และ “ท่าเรือสาทร”
การสอบปากคำชายชาวต่างชาติรายนี้เป็นไปอย่างเข้มงวดระหว่างที่เขาถูกควบคุมในค่ายทหาร ซึ่งที่นั่นทำให้เขายอมเปิดปากให้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นมากพอควร
การให้ข้อมูลของนายไมไรลี ยูซูฟู แม้เขาจะอ้างว่าเป็นเพียงผู้ที่นำกระเป๋าจากอพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอกไปส่งมอบให้ชายเสื้อเหลืองที่ย่านหัวลำโพง โดยไม่ใช่ผู้นำระเบิดไปวางที่บริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ และที่ท่าเรือสาทร แต่สิ่งที่สำคัญสุดคือ เขายอมรับว่า รับคำสั่งจาก นายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน หรืออิซาน ชาวอุยกูร์ สัญชาติจีน ซึ่งสั่งการให้เขานำกระเป๋าเป้ไปวางไว้ที่ใต้ม้านั่งริมคลองผดุงกรุงเกษม ย่านหัวลำโพง
ไมไรลี ยูซูฟู อ้างด้วยว่า อิซานสั่งให้เขาเดินทางไปยังย่านราชประสงค์ด้วย และออกคำสั่งให้ถ่ายภาพเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นหลังเหตุระเบิดจากบริเวณสกายวอล์ก เพื่อให้ได้มุมที่เห็นความสูญเสียภายในศาลท้าวมหาพรหมให้ได้มากที่สุด แต่เขาอ้างว่าไม่ได้ถ่ายภาพตามคำสั่ง
ข้อมูลที่ได้จากการสอบถามนายไมไรลี ยูซูฟู นี้ สอดคล้องกับการตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์ของเขา ซึ่งพบว่าระหว่างเกิดเหตุระเบิด ชายชาวอุยกูร์แต่อ้างว่าเป็นชาวตุรกีรายนี้อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุระเบิด ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 20 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก
ตำรวจตรวจสอบประวัตินายไมไรลี ยูซูฟู พบว่า เข้ามาใช้ชีวิตในไทยนานพอสมควร เคยแม้กระทั่งจำหน่ายโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ย่านรามคำแหงนานกว่าครึ่งปี
สำหรับนายไมไรลี ยูซูฟู พบข้อมูลว่า เดินทางจากประเทศลาวเข้ามาหลังสุดราวเดือนกรกฎาคม 2557 เช่นเดียวกับนายอาเดม คาราดัก หรือบิลาเติร์ก ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงควบคุมตัวได้ภายในห้องเช่าอพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอกพร้อมกับวัสดุประกอบระเบิด โดยการตรวจสอบพบว่า นายบิลาเติร์กเข้าไทยหลังสุดจากฝั่งประเทศลาวเมื่อเดือนสิงหาคม 2558
อีกคนคือ นายซูบาร์ อับดุลลาห์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งออกตามภาพสเก็ตช์อีกคน ซึ่งพบว่าเข้าไทยทางชายแดนด้านประเทศลาวเช่นกัน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 โดยชายผู้นี้เข้าไปเกี่ยวข้องกับห้องเช่าอพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอกด้วย
ชุดคลี่คลายคดีได้ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของกลุ่มคนผู้นี้ รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย กระทั่งพบความเชื่อมโยงที่เด่นชัดขึ้น
น.ส.วรรณา สวนสัน ชาว จ.พังงา ผู้เช่าห้องพักไมมูณา การ์เด้นโฮม ย่านมีนบุรี อีกจุดที่พบสารเคมี และปุ๋ยยูเรีย ที่คาดว่าสามารถนำไปใช้ในการประกอบระเบิด และมีประวัติการติดต่อเชื่อมโยงไปยังกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้าพักในห้องเช่าอพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอก ถือเป็นกุญแจสำคัญอีกดอกที่ช่วยไขคดีนี้ได้มากพอควร
การตรวจสอบพบว่า น.ส.วรรณา ติดต่อกับอดีตผู้ต้องหาคดีลักลอบขนชาวต่างชาติออกนอกประเทศในพื้นที่ จ.นราธิวาส รายหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เชิญตัวชายชาวนราธิวาสรายนี้มาสอบถามและควบคุมตัวเขาไว้มาจนถึงเวลานี้
ขณะที่แท็กซี่ที่เคยอ้างว่ารับชายเสื้อเหลืองจากหน้าอาคารชาญอิสสระ ย่านพระราม 4 ไปยังละแวกสถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อถูกตรวจสอบเข้มขึ้นเขาจึงยอมให้ข้อมูลว่า แท้จริงแล้วเขาทำหน้าที่พามือระเบิดไปส่งที่บริษัทขนส่ง เพื่อให้คนขับรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-นราธิวาส รับช่วงต่อพาหลบหนีไปยังพื้นที่ชายแดนภาคใต้
น.ส.วรรณา เป็นภรรยาของ นายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู สัญชาติตุรกี ซึ่งการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าเป็นผู้รับโอนเงินมาจาก “Maimai Tiali” และ “Hekim” คาดว่าอยู่ในตุรกี ก่อนส่งต่อให้นายอิซาน ในฐานะผู้ควบคุมปฏิบัติ ใช้เป็นเงินทุนก่อเหตุระเบิดครั้งนี้
ข้อมูลการตรวจสอบโครงข่ายผู้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ถูกจัดวางไว้ใน 5 กลุ่ม ซึ่งค่อนข้างชัดว่า ผู้ที่รู้เห็นกับเหตุการณ์ครั้งนี้มีไม่น้อยกว่า 22 คน กลุ่มแรกคือผู้สนับสนุนด้านการเงินคือ “Mr.Maimai Tiali” และ “Mr.Hekim” และนายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู สามีของน.ส.วรรณา คาดว่าอยู่ในตุรกี
กลุ่มให้การสนับสนุนเปิดหอพักคือ น.ส.วรรณา พร้อมสามีชาวตุรกีของเธอ ทำหน้าที่เปิดห้องเช่าย่านมีนบุรี นายอาห์เม็ท โบซองแลน ทำหน้าที่เปิดห้องเช่าอพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอก ส่วนอีกสองรายคือ Mr.Munzir คาดว่าอยู่ในตุรกี Mr.Shorov Ahmed คาดว่าอยู่ในมาเลเซีย ทำหน้าที่จัดทำวีซ่าและหนังสือเดินทางให้ทีมก่อเหตุ
กลุ่มก่อเหตุมี นายไมไรลี ยูซูฟู ซึ่งทีมคลี่คลายคดีเชื่อว่าเขาทำหน้าที่ประกอบระเบิดและนำระเบิดไปส่งให้ชายเสื้อเหลืองก่อนระเบิดจะถูกนำไปวางที่บริเวณศาลท้าวมหาพรหม
แนวทางการสืบสวนเชื่อว่า นายบิลาเติร์ก เป็นผู้ประกอบระเบิดอีกลูกส่งให้ชายไม่ทราบชื่อ ซึ่งพบปรากฏตัวที่ย่านบางกะปิก่อนที่ระเบิดจะถูกนำไปส่งให้ชายเสื้อฟ้า ซึ่งคาดว่าชื่อ นายซูบาร์ อับดุลลาร์ นำไปทิ้งลงน้ำที่ท่าเรือสาทร
มีผู้ควบคุมการปฏิบัติคือนายอิซาน ซึ่งพบประวัติว่าเข้ามาทำธุรกิจเกี่ยวกับวีซ่าและหนังสือเดินทาง อยู่ในย่านบางรักมาระยะหนึ่ง โดยรับคำสั่งมาจากผู้บงการใหญ่อีกราย
กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและพาหลบหนี มีนายอับดุล ตาวาบ ชาวปากีสถาน และนายอาเร๊ะ ทำหน้าที่จัดหาว่าจ้างทีมพาหนี ซึ่งประกอบด้วยอดีตผู้ต้องหาคดีขนชาวต่างชาติในพื้นที่ จ.นราธิวาส คนขับแท็กซี่เขียวเหลือง คนขับรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-นราธิวาส รายหนึ่ง และผู้ที่ช่วยเหลือนำมือระเบิดหนีจากชายแดนภาคใต้ไปยังกัวลาลัมเปอร์อีก 2 คน คือ นายเปาะเดะ และนายตวน
ตำรวจและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกำลังติดตามไล่ทีมระเบิดครั้งนี้ให้ได้ยกชุด เพื่อคลี่คลายปมสงสัยให้ได้ชัดว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเกิดจากปมใดแน่
-------------------
-------------------
(เรื่องเล่าข่าวดัง : ปิดเมืองล่า (5) ทีมบึ้มราชประสงค์ : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)



