ข่าว

สลด!หนุ่มสุรินทร์เมาหัวทิ่มท่อระบายน้ำดับ

สลด!หนุ่มสุรินทร์เมาหัวทิ่มท่อระบายน้ำดับ

19 ก.ย. 2558

สลด! หนุ่มสุรินทร์เมาหัวทิ่มท่อระบายน้ำดับ

 
         เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 19 กันยายน 2558 ร.ต.อ.ปัญญาวัฒน์ คำศรี ร้อยเวร สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายเสียชีวิตภายในห้องพักคนงานภายในบริษัท ลันรี่ เท็กซ์ไท จำกัด ตั้งอยู่เลนที่ 320 หมู่ 2 ซอยบางเมฆขาว ตำท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 
         ในที่เกิดเหตุเป็นห้องพักคนงานซึ่งอยู่ด้านหลังโรงงานดังกล่าว ได้พบศพนายทรงพล (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี เป็นคนจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นคนงานประจำอยู่แผนกเครื่องจักรภายในโรงงานดังกล่าว นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงไม้ชั้นล่างในสภาพสวมกางเกงยีนส์ขายาวเพียงตังเดียวในหน้าเขียวคล้ำ ตามลำตัวไม่พบร่องลอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด
 
         จากการสอบสวนนางสาวโสพิศ เข็มมา อายุ 27 ปี ภรรยาผู้ตาย ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ชักชวนตนและน้องชายออกไปดื่มเหล้าที่ร้านคาราโอเกะหน้าปากซอย จนกระทั้งดึกและมีฝนตกลงมา ผู้ตายได้ชักชวนกันมากินเหล้าต่อที่ห้องโดยได้แวะซื้อเบียร์มานั่งดื่มกันที่เตียงไม้ดังกล่าว หลังจากที่ผู้ตายดื่มเบียร์หมดไปประมาณครึ่งขวดจนอยู่ในอาการมึนเมา ก่อนที่จะเดินออกไปปัสสาวะ ที่ท่อระบายน้ำข้างกำแพงรั้วโรงงาน ในระหว่างที่ผู้ตายเดินไปเกือบถึงท่อระบายน้ำ ซึ่งที่พื้นมีตะไคร่น้ำเกาะอยู่จำนวนมาก จึงทำให้ผู้ตายลื่นจนหัวทิ่มลงไปในท่อระบายน้ำ ตนเห็นดังนั้นจึงได้รีบวิ่งไปช่วยกันดึงผู้ตายขึ้นมาผู้ตายได้อาเจียนออกมาก่อนที่จะแน่นิ่งไป ตนจึงแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่แต่ผู้ตายได้เสียชีวิตก่อนแล้ว
 
         เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าในขณะที่ผู้ตายลื่นและล้มหัวทิ่มลงไปในท่อระบายน้ำและเกิดอาเจียนออกมาและเศษอาหารหลุดเข้าไปอุดหลอดลมจึงทำให้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 
 
สมุทรปราการ - ฝนตกกระแสไฟฟ้ารั่วลงน้ำหน้าปั้มน้ำมันริมถนนสุขุมวิท
 
 
         เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 19 กันยายน 2558 เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากพนักงานปั้มน้ำมัน ปตท. สาขาบางเมฆขาว ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ขาเข้าหลักกิโลเมตรที่ 30 ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ ว่าขณะที่ฝนตกลงมาได้มีกระแสไฟฟ้าที่ทางบริษัท ช.การช่าง ซึ่งมารับเหมาก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้าสายสีเขียว แบริ่งสมุทรปราการ  ได้มาต่อเข้าไปเชื่อมกับไฟส่องสว่างป้องกันอุบัติเหตุในช่วงที่ก่อสร้างริมถนน ได้เกิดการช๊อทที่บริเวณพื้นถนนที่มีน้ำท่วมขังติดอยู่กับปั้มน้ำมันจนเกิดเปลวไปลุกไหม้ตามสาย เกรงว่าจะเกิดอันตรายและลุกลามเข้ามาที่หัวจ่ายน้ำมันซึ่งตั้งอยู่ห่างประมาณ 4-5 เมตร หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยอุปกรณ์ถังเคมีดับเพลิงเดินทางเข้าตรวจสอบ
 
         ในที่เกิดเหตุได้พบสายไปสีดำที่วางพาดอยู่กับพื้นดินที่มีการขุดเจาะเพื่อเพื่อวางเข็มก่อสร้างทางลงรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยมีน้ำท่วมขังอยู่เล็กน้อย ได้พบกลุ่มควันและเปลวไฟกำลังลุกไหม้สายไฟเส้นดังกล่าว เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงได้ใช้เคมีดับเพลิงทำการดับเปลวไป ก่อนที่จะใช้ไม้ยาวประมาณ 3 เมตร เขี่ยเอาสายเส้นดังกล่าวขึ้นจากน้ำมาวางบนพื้นดิน ได้พบว่าช่วงสายไฟดังกล่าวที่เกิดช๊อทจนเกิดไฟลุกไหม้เป็นรอยต่อและมีผ้าเทปพันสายไฟสีดำพันทับเอาไว้ ซึ่งในช่วงฝนตกทำให้มีปริมาณน้ำสูงขึ้นมาท่วมขังบริเวณดังกล่าว จึงทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วจนไฟลุกไหม้สายไฟดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิยังไม่กล้าที่จะดึงปลั๊กไฟดังกล่าวออกเนื่องจากปลั๊กดังกล่าวเปียกน้ำฝนจนชุ่ม จึงได้ประสานช่างไฟฟ้าของบริษัท ช. การช่าง เจ้าของโครงการดังกล่าวมาทำการแก้ไขเนื่องจากเกรงว่ากระแสไฟฟ้าที่รั่วอาจจะช๊อทชาวบ้านที่ผ่านไปมาและอาจเกิดไฟลุกไหม้ลามเข้าที่ปั้มน้ำมันที่อยู่ห่างจากหัวจ่ายน้ำมันเพียง 5 เมตรเท่านั้น
 
 
สมุทรปราการ - ฝนตกงูเหลือมเข้าบ้านแจ้งมูลนิธิช่วยจับ
 
 
         เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 19 กันยายน 2558 เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีงูเหลือมขนาดใหญ่เข้าไปในบ้านเลขที่ 3 ซอย 3 ตรอกมะพร้าว ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยอุปกรณ์ในการจับงูเดินทางเข้าตรวจสอบ
 
         ที่บ้านหลังดังกล่าวที่บริเวณข้างบ้านหลังดังกล่าวซึ่งอยู่ภายในรั้งบ้านได้พบงูเหลือมลำตัวเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้วยาวเกือบ 2 เมตรกำลังเลื้อยจะเข้ามาภายในตัวบ้านโดยมีสุนัขพันธ์บางแก้ว 2 ตัวส่งเสียงเห่าไล่งูเหลือมตัวดังกล่าวอยู่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงได้นำอุปกรณ์ออกมาทำการจับงูเหลือมตัวดังกล่าวโดยใช้เชือกผูกปลายไม้และคล้องที่ลำคองูเหลือมก่อนดึงเชือกเพื่อล๊อกหัวงูเอาไว้ แต่เจ้างูเหลือมตัวดังกล่าวซึ่งอยู่ในวัยหนุ่มได้พยายามต่อสู้โดยใช้ช่วงหางพันไม้ซึ่งเป็นอุปกรณ์จับงูของเจ้าหน้าที่มูลนิธิขึ้นมาพยายามจะลัดเจ้าหน้าที่มูลนิธิต้องใช้เท้ากดหางงูลงไปก่อนนำใส่กระสอบนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป