ข่าว

‘ประยุทธ์’ปูดมีคนยุให้ใช้ก.ม.พิเศษ

‘ประยุทธ์’ปูดมีคนยุให้ใช้ก.ม.พิเศษ

18 ก.ย. 2558

‘ประยุทธ์’ปูดมีคนยุให้ใช้ก.ม.พิเศษ ชวนปชช.ร่วมมือ‘รบ.-คสช.’กวาดปท. ให้ผ่านพ้นช่วงที่เลวร้าย

           18ก.ย.2558 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนการประชุม ครม. ตนได้มีโอกาสมอบรางวัลการศึกษา แก่เยาวชน ซึ่งเป็นผู้ชนะการประกวดวาดภาพ หัวข้อ “ประเทศไทยคือบ้านของเรา เราจะก้าวไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง ที่คำภาษาอังกฤษก็คือ OUR HOME OUR COUNTRY STRONGER TOGETHER” ภาพที่เด็กๆ วาดออกมา ด้วยความตั้งอกตั้งใจนั้น แสดงให้เห็นถึงไม่เฉพาะฝีมือทางศิลปะเท่านั้น สะท้อนถึงแนวคิดต่างๆ ของเขาเอง แล้วก็เห็นถึงความหวัง ความฝันของเด็กๆ ที่ต้องการให้ประเทศไทยของเราได้รับการพัฒนา แล้วก็ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง ต่างๆ ทีเคยเกิดขึ้นมา อยากให้พวกเราทุกคนรักสามัคคีกัน ร่วมมือกันนำพาประเทศชาติไปสู่ความสุขที่ยั่งยืนครับ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล และขอขอบคุณผู้ที่อยู่เบื้องหลังนะครับ ครูอาจารย์ที่สอน ที่ให้แนวคิดต่างๆ เหล่านั้นด้วยนะครับ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่จัดกิจกรรม และผู้ปกครองที่ให้การสนับสนุน เป็นที่ปรึกษาลูกหลาน ปลูกฝังความรู้สึก รู้รัก สามัคคีให้กับเยาวชนของชาติ ผ่านงานศิลปะในครั้งนี้ด้วย

           วันนี้ ตนมีคำพูดจากใจของตนเอง ซึ่งก็แล้วแต่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อ จะคิดยังไงก็แล้วแต่ แต่ตนอยากจะเรียนให้ทราบว่าให้ช่วยกันคิดช่วยกันทำ อย่างที่ตนคิดนี่ จะได้หรือไม่ โดยเป็นการทำงานร่วมกับ คสช. และรัฐบาล เพื่อประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาอันสำคัญยิ่งนี้ คสช. และรัฐบาล อยากจะขอเชิญชวนคนไทยทุกคน ช่วยกันทำความสะอาดประเทศของเรา บ้านของเราให้ผ่านพ้นความเลวร้ายนานาประการ ก็มีทั้งดีและไม่ดี อาจจะเกิดจากกลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ใช้วิธีการที่ละมุนละม่อม ปราศจากความรุนแรง กำจัดคนเหล่านี้ออกไปให้ได้ ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่และกระบวนการยุติธรรม ที่ต้องทำงาน ช่วยกันค้นหาความจริงในเรื่องต่าง ๆ ให้ได้ ที่คนเหล่านั้นทำไว้ แล้วอาจจะต้องมาเผยแพร่ ทำความเข้าใจ เพื่อจะสร้างความรู้สึกร่วมกัน ในการที่จะแก้ปัญหาต่างๆของประเทศชาติ ให้ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่ขอร้องว่า อย่าใช้ความรุนแรงต่อกันเลย

           "ผมเห็นว่าในโซเชียลมีเดียบ้าง หรือในตามสื่อตามสังคมต่างๆ ก็เริ่มมีการใช้ความรุนแรงต่อกัน ด้วยคำพูด ด้วยวาจากันแล้ว ตนก็ขอร้อง อย่าให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นอีกเลย ผมเรียนไปแล้วหลายครั้งว่า ทุกคนเห็นต่างได้ แม้กระทั่งตนเองก็ตาม ตนก็ยอมรับในความเห็นต่าง เพียงแต่ว่าบางอย่างตนจำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะให้มีข้อยุติอย่างไร เพราะตนเป็นคนต้องรักษากติกาตัวนี้ ถึงแม้ว่าจะ ขัดแย้งกัน แต่ท่านก็ต้องรู้ว่าท่านควรจะแสดงออกอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าตนจะปิดกั้นแล้วให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมคิดทุกอย่างเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะวันนี้ที่ตนทำมาทั้งหมด ตนก็ใช้สิ่งต่างๆ ที่หลายคนเสนอมาถึงแม้จะเป็นความคิดเห็นที่แตกต่าง ตนก็เอามาประยุกต์ มารวบรวม ให้ได้ข้อยุติในการทำงานในการสั่งงานของผมมาโดยตลอด ก็ขอเถิด อย่าให้ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ อีกเลย หรืออำนาจอื่นๆ ก็ตาม ไม่งั้นก็ไม่มีวันสิ้นสุดซะที หลายคนก็พยายามบังคับเหมือนกับตั้งใจ ให้เกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นให้ผมต้องใช้อำนาจพิเศษ เพื่อที่จะเอาเหตุการณ์เหล่านั้นไปอ้างกับองค์กรอื่นๆ บ้าง อะไรบ้างแล้วให้กลับมาเล่นงานประเทศไทย หรือ เล่นงานผมก็ตาม ก็คิดว่าพ่อแม่ พี่น้อง ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจอยู่แล้ว นะครับ ก็ขอร้องกันว่าให้ไปหยุดคนเหล่านี้ซะ อย่าให้ทำอีกต่อไปเลย เพราะถ้าหากว่าพี่น้องประชาชนทุกคน มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ประเทศชาติมั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน ตรงกันแล้วล่ะก็ ก็ทำสำเร็จทุกอย่างนะครับ ไม่มุ่งหวังแต่ประโยชน์ส่วนตน ประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง สะอาดเรียบร้อย ปลอดภัย แล้วก็แข็งแกร่งไปด้วยกัน " "พล.องประยุทธ์ กล่าว

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า คำว่า “ ประเทศเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว” วันนี้อาจจะไม่พอแล้ว อาจต้องใช้คำว่า “ ประเทศเป็นบ้าน ประชาชน – ข้าราชการทุกหมู่เหล่าเป็นรั้ว รั้วชั้นนอกก็ให้ทหารดูแลเป็นหลักอยู่แล้ว รั้วชั้นในนั้นข้าราชการ ประชาชนต้องช่วยกันดูแลนะครับ การเฝ้าระวังจะเป็นการเหมาะสมกับสถานการณ์วันนี้ เพื่อสุขร่วมกัน สร้างความสงบสุข ปลอดภัย สร้างสันติสุข อย่างยั่งยืนให้กับประเทศของเราให้ได้ การที่ประเทศใด ๆ เกิดความขัดแย้ง มีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันนั้น ก็อาจจะเกิดมาจากเพื่อประโยชน์ของผู้นำแต่ละฝ่าย ซึ่งมีความคิดความหวัง ความคาดการณ์แตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าหากยุติไม่ได้ เรื่องเหล่านั้นจะนำความพิบัติมาสู่ประเทศ และประชาชน ดังนั้นใครก็ตาม ผู้ที่มีอำนาจ หรือผู้ที่อยากจะมีอำนาจ ถ้าได้มาแล้วก็จำเป็นต้องใช้อำนาจในทางที่ถูก ในการที่จะสร้างสรรค์ ขจัดปัญหาที่หมักหมม มายาวนานนะครับ ไม่ใช่ใช้อำนาจเพียงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเอง พวกพ้อง หรือพยายามมุ่งมั่น หรือพยายามรักษาอำนาจที่ได้มาแล้วนั้น ในทางที่ผิด ที่ผ่านมา ผู้นำที่ไม่ดี ก็อาจจะใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง

           ทุกท่านก็ทราบดีอยู่แล้ว เราจำเป็นให้ทุกอย่างนั้นเป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตยด้วยขบวนการ ยุติธรรมด้วยนะครับ เพราะงั้นผมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ในการจะร่วมมือกันในการ ป้องกัน และป้องปราม และปราบปรามคนที่ไม่ดี ให้หมดสิ้นไปนะครับ ด้วยกระบวนการยุติธรรมนะครับ แล้วก็คงไม่ใช่ร่วมมืออย่างเดียว ต้องขอความร่วมใจกันด้วยนะครับ ถึงจะสำเร็จได้ ในไม่ช้า หลายคนแสดงความคิดเห็น แต่ก็บอกว่าไม่ทราบจะทำยังไงเหมือนกัน ก็ทำได้หมดแหละครับ ถ้าหากว่าเป็นการเฝ้าระวัง มีอะไรผิดปกติก็แจ้งมา มีหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมก็แจ้งมานะครับ ไม่ต้องเกรงใจ ตนก็พร้อมจะรับไปพิจาณาทั้งหมด แต่เรื่องเยอะจริงๆ นะ วันนี้ก็มีคนส่งมามากมาย ก็ทยอยดำเนินการมาโดยตลอด ขณะเดียวกันก็มีกระแสต่อต้านมามากขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่รู้ว่าไปเกี่ยวข้องกับคนเหล่านั้นบ้างหรือเปล่า ประเทศของเรา หรือหลายๆ ประเทศในโลกนี้จะพระกอบไปด้วยพื้นที่ ทรัพยากร และประชาชนนะครับ หากประเทศใด มีพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ มีการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม ประชาชนมีความเข้มแข็ง มีจิตใจเพื่อส่วนรวม มุ่งหวังทำประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติ ประเทศนั้นย่อมปลอดภัย ประชาชนย่อมมีความสุข


ยันไม่เคยคิดถึงประโยชน์ส่วนตัว 

           พลเอกประยุทธ์  กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่า ประเทศไทยในขณะนี้ เปรียบเสมือนเป็นช่วงเวลาสำคัญ ในการกำจัดเชื้อโรคร้าย พร้อมร่วมมือกันที่จะสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ต่อสิ่งเลวร้ายทั้งปวงที่เกิดขึ้น ในอดีตที่ผ่านมาไม่ให้เกิดขึ้นอีก ให้สมกับว่าเราอยู่ในแผ่นดินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ของเรามาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน สำหรับในระบอบประชาธิปไตยนั้น อำนาจที่ประชาชนมอบให้ผู้บริหารประเทศไปแล้วนั้น ตนคิดว่าเป็นการมอบด้วยความเชื่อมั่น ความ บริสุทธิ์ใจ ความไว้วางใจอย่างแท้จริงนะครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า อำนาจที่มอบให้ไปแล้วนั้น ผู้ที่บริหารประเทศนั้นไปใช้ทำอะไรก็ได้ จะถูก จะผิด ไม่ได้อีกแล้วต่อไป เพราะฉะนั้นหากผู้นำ หรือรัฐบาลใด ไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่ชอบธรรม ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดไปจากเจตนารมณ์ของประชาชน ในการเลือกตั้งเข้ามา ที่เขามอบให้ด้วยความศรัทธาเชื่อมั่น และหวังที่จะเห็นประเทศชาติเจริญ ประชาชนอยู่ดีกินดี ทุกๆ อย่างได้รับการเปลี่ยนแปลงพัฒนาให้ดีขึ้นนะครับ ถ้าท่านไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ย่อมถือเป็นการทรยศนะครับ ทรยศต่อคำสัญญาที่มีต่อประชาชน แล้วก็ท่านไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบไปได้เลยนะครับ ถือว่าท่านไม่มีอุดมการณ์ อันแน่วแน่ ที่จะทำให้กับประเทศชาติและประชาชน

           ตัวอย่างของประเทศที่ต้องตกอยู่ในภาวะ “ประเทศล้มเหลว (ที่เรียกว่า Failed State)” มีให้เราเห็นหลายแห่ง มีคนได้รวบรวมแล้วนำมาวิเคราะห์ว่าจริงหรือไม่ เขาเขียนไว้ว่า “ความล้มเหลวแห่งรัฐ” ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศต่างๆ ทั่วโลกล้วนเป็นผลมาจากการกระทำของผู้นำและรัฐบาลทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวกับที่ตั้ง สภาพแวดล้อม ประชากร หรือประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น 1.ผู้นำประเทศที่ไม่มีจริยธรรม มีแต่ความโลภ ทำตัวเป็นเจ้าของธุรกิจผูกขาด ใช้อำนาจออกมาตรการกีดกันคู่แข่ง และใช้สิทธิพิเศษทางการเมือง มุ่งผลประโยชน์ทางธุรกิจ 2.รัฐบาลที่อ่อนแอ บริหารประเทศไม่ได้ ไม่สามารถออกหรือใช้ หรือบังคับใช้กฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สังคมไร้กฎหมาย ไร้ระบบ ระเบียบ ไร้กฎกติกา เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 3.ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม รัฐบาลใช้ระบบสองมาตรฐาน แบ่งแยกประชาชนออกเป็นสองฝ่าย ให้เกิดความขัดแย้งซึ่งกันและกัน 4.รัฐบาลไม่ส่งเสริมการพัฒนาแบบยั่งยืน มีผู้นำขาดวิสัยทัศน์ ปฏิเสธนวัตกรรมใหม่ๆ กีดกันไม่ให้ประชาชนได้รับการศึกษาที่เหมาะสม เพื่อง่ายต่อการปกครอง อันนี้เป็นคำเขียนนะครับ เป็นหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง รู้สึกจะเป็นชาวต่างประเทศเขียน

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนขอยืนยันว่า คสช. และรัฐบาลนี้ มีอุดมการณ์และความมุ่งมั่น อย่างจริงใจที่จะทำทุกอย่างให้กับพี่น้องประชาชน และประเทศชาติ โดยไม่มีใครมุ่งหวังประโยชน์ส่วนตนอย่างแน่นอน

           ทั้งนี้ รัฐบาลและ คสช. ยังคงมีหน้าที่ นำพาประเทศ ผ่าฟันอุปสรรค ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ตาม Roadmap ของเรา ซึ่งในระยะที่ 2 นับจากกันยายน 2558 – กรกฎาคม 2560 หรือน้อยกว่านั้น ก็จะมีโครงสร้างในการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาล 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหาร ด้านการปฏิรูป ด้านการปรองดองนะครับ ในระยะแรก โดยมี คสช. ซึ่งเน้นภารกิจด้านความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก ดูแลพี่น้องยากจน รายได้น้อย มาตรการช่วยเหลอให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส ทั่วถึง แล้วก็จะเป็นเครื่องมือ เป็นกลไกพิเศษ ช่วยคลี่คลายปัญหาในการทำงานของรัฐบาล เป็นไปอย่างทันต่อเหตุการณ์และมีประสิทธิภาพ ส่วนการใช้มาตรา 44 นั้น ที่ผ่านมาใช้ไปแล้ว 27 ครั้ง และทุกเรื่อง เป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ เพราะว่าเรามีคณะกรรมการ นอกจากกรรมการของ คสช. แล้วเมื่อตัดสินใจจะใช้ ก็จะใช้อำนาจของ คสช. ในการที่จะออกคำสั่งฉบับนั้น แล้วรัฐบาล ก็สามารถที่จะแก้ปัญหาหลายๆอย่างที่มีความขัดแย้งกันในเรื่องของกฎหมาย ความไม่พร้อม ความไม่ทันสมัย เหล่านั้น มาสร้างสรรค์ผลงานให้เกิดขึ้น ในสิ่งที่เป็นปัญหามายาวนาน หลายเรื่อง

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากในเรื่องการทำงานลักษณะนี้แล้ว เราก็ยังมีคณะกรรมการขับเคลื่อนต่างๆ อีกหลายคณะนะครับ มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพิ่มขึ้นอีก ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งไว้ ช่วยงานรัฐบาลทั้ง 3 ด้าน ด้วยการผนวก 11 ประเด็นปฏิรูปของ คสช. เข้ากับ ข้อเสนอเดิมของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 36 ประเด็นปฏิรูป กับอีก 7 ประเด็นพัฒนา รวมทั้งนโยบายใหม่ๆ ของรัฐบาล เป็นแนวทาง สำหรับ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นั้น ก็มีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะกรณีที่การขับเคลื่อนบริหารราชการ จำเป็นต้องออกกฎหมายมารองรับ ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศของเราเดินหน้าต่อไปได้ อย่างต่อเนื่อง และไม่หยุดชะงักอีกนะครับ

           สำหรับสภาขับเคลื่อน ก็จะทำหน้าที่ต่อจาก สปช. นั่นแหละ ก็จะมาทบทวน มาจัดระเบียบ มาทำให้สอดคล้องเข้ากับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แล้วก็หาวิธีการว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป เพื่อจะทำให้สิ่งเหล่านั้นปฏิบัติได้โดยที่ไม่ไปทาบทับอำนาจในเชิงบริหารอย่างทีทุกคนเกรงกลัวกัน เกรงกลัวว่าคณะกรรมการ ถ้ามีขึ้นมาแล้วก็จะไปทาบทับกับอำนาจของรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ผมยืนยันเจตนารมณ์ผม ไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย มีแต่ว่าจะช่วยเขาอย่างไร ก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันนะครับ ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ตนรู้ดีว่าปัญหาประเทศอยู่ที่ไหน ท่านก็รู้ดี แต่เราจะหาหนทางอย่างไรที่ทำให้ประเทศชาติเราเดินไปข้างหน้า ถ้ายังทะเลาะขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้ ก็ไปไม่ได้อยู่เหมือนเดิม ประชาชนเป็นผู้เดือดร้อน ไม่ว่าใครจะชนะ ใครจะแพ้ก็ตาม ประชาชนเป็นผู้ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ตอนนี้ผมกังวลกับประชาชนมากที่สุด

           “ในเรื่องของการจัดตั้ง ไม่ว่าจะเป็น กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น ผมกำลังพิจารณาอยู่ ก็ขอให้ไว้วางใจกันหน่อย แล้วการร่างหรือการพิจารณาอะไรก็ตาม ก็ไม่ได้ปิดลับอะไร ก็ให้รับรู้ไปตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการอยู่ทั้งหมด เพราะงั้นถ้าหากขัดแย้งกันอีก ก็เป็นไปไม่ได้อีกเหมือนเดิม เพราะงั้นผมเกริ่นกับท่านไว้ก่อน อย่ามาลงว่าผมจะต้องเป็นคนชี้ต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ ผมเพียงแต่ว่า แสดงความคิดเห็นเหมือนกัน เหมือนกับท่าน เพราะท่านก็แสดงความคิดเห็นกันทุกคน ทุกภาค ทุกการเมือง ทุกอะไรก็แสดงออกมาตลอดนะ เพราะงันผมก็ถือว่าในเมื่อบอว่าผมต้องให้ความยุติธรรม ให้ความเป็นธรรม ผมก็จะเสนอของผมบ้าง ก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมการจะพิจารณากันเอาเองก็แล้วกัน ว่าควรจะเป็นยังไง ” นายกฯ กล่าว

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ตนได้จัดให้มีการประชุม ครม. คสช. สนช.ร่วมกันก็ให้แนวทางในการคัดเลือกบุคคลว่าจะต้องเป็นคนทีมีความรู้ความสามารถจากทุกภาคส่วน เป็นคนดี มีคุณธรรมเป็นคนที่ทำเพื่อชาติ บ้านเมืองมีความรู้ความสามารถ คนนี่ยังไงก็เป็นคนนะ มนุษย์ก็ไม่มีอะไรที่ 100% เพียงแต่ว่าเขามีจิตปรารถนา แต่ข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาดทุกคน ต้องยอมรับว่าทุกคนมีความผิดพลาด ทั้งสิ้น วันนี้เราก็เอาความผิดพลาดทั้งหมดมาดูซิ แล้วเราจะแก้กันยังไง แก้ที่ตัวเอง แก้ที่สังคม แก้ที่ประชาชน แก้ที่การเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจมีต่อกันนั้นน้อย ที่ผ่านมา เขาเรียกว่า ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ต้องลดตรงนี้ให้ได้ เพราะงั้นคนเหล่นี้ก็ไม่ได้มาจากไหน มาจาก สปช.เดิมบ้าง นักกฎหมาย นักวิชาการ ฝ่ายความมั่นคง ข้าราชการทั้งเกษียณ ไม่เกษียณ ภาคประชาสังคม การค้าการลงทุน ภาคประชาชน มีหมด แล้วท่านบอกว่าเราร่างมาอีกกลายเป็นร่างโดยข้าราชการอีกจะปฏิรูปได้ยังไง ตนก็ให้มีส่วนแต่ละส่วนเข้าไปผสมด้วย แล้วการร่างครั้งที่แล้ว หรือการทำแผนปฏิรูปครั้งที่แล้ว ก็มีทุกภาคส่วน เยอะด้วยนะ ทหารก็มี ไม่มาก ก็เก็บเอาไว้แล้วยังไง ถ้ายังไม่พอ ก็ใส่เข้ามาอีก แต่ถ้าเราเอาทั้งหมดนี่ ใส่เข้าไปที่ไม่รู้เรื่อง เรื่องกฎหมาย ไม่รู้เรื่องระเบียบราชการ ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ก็จะถียงกันอยู่นั่นแหละ รู้โจทย์ รู้ปัญหารู้ว่าสุดท้ายต้องการอะไร แต่ไม่รู้วิธีการนั่นแหละคือความจะเป็นที่ต้องมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จริงๆ แล้วตนก็ไม่อยากให้เกี่ยว แต่ก็จำเป็นไม่งั้นท่านก็ปรับปฏิรูปเขาจนเละไปหมดน่ะ ท่านไม่รู้ว่าเขาทำงานยังไงที่ผ่านมา เพราะทาบทับกันไปหมดแล้วเสร็จแล้ว ท้ายสุด วันนี้ข้อบกพร่อง ความผิดพลาดเกิดขึ้น ท่านโยน กลับมาที่เขาหมด ข้าราชการหมดเลย มันไม่ได้ ฝ่ายการเมืองก็โทษกลับมาข้าราชการดีก เห็นใจเขาบ้าง ไม่มีใครอยากทำเลวอยู่แล้ว ถ้าไม่มีคนนำพาแบบนั้น