ข่าว

ปุ่มที่ผู้ใช้สังคมออนไลน์อยาก‘กด’

ปุ่มที่ผู้ใช้สังคมออนไลน์อยาก‘กด’

19 ก.ย. 2558

เวิลด์วาไรตี้ : ปุ่มที่ผู้ใช้สังคมออนไลน์อยาก ‘กด’

 
        มีข่าวออกมาว่า มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก จะเพิ่มปุ่ม “Dislike” หรือ “ไม่ชอบ” “ไม่เห็นด้วย” เข้าไปในหน้าเพจเฟซบุ๊ก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้ได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม นอกเหนือจากปุ่ม “like” ที่ผู้ใช้มีทางแสดงออกเพียงทางเดียว ตลอดช่วงเวลาที่ใช้งานเฟซบุ๊กมาหลายปี
 
        ซักเคอร์เบิร์ค ยอมรับว่า การพิจารณาเพิ่มปุ่ม “Dislike” หรือปุ่มแสดงความเห็นอื่นๆ เข้าไปในสังคมออนไลน์ชั้นนำระดับโลกนั้นเป็นเรื่องซับซ้อน และต้องพิจารณาผลกระทบหลายต่อหลายด้าน ทำให้ทีมงานต้องใช้เวลาหลายปีในการศึกษา ทบทวน และไตร่ตรอง จนสรุปได้ว่า ผู้ใช้รู้สึกอึดอัดและต้องการแสดงความรู้สึกเพิ่มเติมนอกจากกดปุ่มยกนิ้วโป้งให้เนื้อหาที่ถูกใจ และไม่กดปุ่มยกนิ้วโป้งเพื่อแสดงความรู้สึกเฉยๆ แม้กระทั่งไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของเจ้าของโพสต์นั้นๆ
 
 
ปุ่มที่ผู้ใช้สังคมออนไลน์อยาก‘กด’
 
 
        แม้ซักเคอร์เบิร์กและทีมพัฒนาเฟซบุ๊กจะเห็นว่าการเพิ่มปุ่มเข้าไปเพื่อให้ผู้ใช้แสดงความรู้สึกเพิ่มเติมอีกสักปุ่มหนึ่งนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ก็มีเสียงสะท้อนจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่เว็บไซต์เดอะ การ์เดียน ของหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน แห่งอังกฤษ รวบรวมมาว่าผู้ใช้ต้องการเพิ่มปุ่มอะไรเข้าไปบ้างในหน้าเพจของตนเอง เพื่อเป็นทางเลือกในการแสดงออกถึงความรู้สึกที่หลากหลาย
 
        เริ่มตั้งแต่ปุ่ม “U OK hun?” (สบายดีไหมที่รัก) ที่แม้จะดูเป็นคำธรรมดาๆ เพื่อให้กำลังใจ แต่ในมุมมองของผู้ใช้เฟซบุ๊กบางคนต้องการปุ่มนี้เพื่อที่จะใช้หยุดเสียงบ่นของเพื่อนที่เขียนร่ายมาเสียยาวเหยียด
 
        ปุ่ม “I've had better in Wimpy” (ฉันน่าจะเป็นวิมปี้แทนนะ) แม้จะรักกันสักปานใด แต่เมื่อเพื่อนหมั่นขยันโพสต์ภาพแฮมเบอร์เกอร์บนเฟซบุ๊ก อยู่บ่อยครั้งจนเริ่มรู้สึกรำคาญ ก็เพียงกดปุ่มนี้ เพื่อเตือนสติิคนโพสต์รูปอาหารโปรดของตัวการ์ตูนที่ชื่อ “วิมปี้” ในเรื่อง “ป๊อปอาย” ว่าเฮ้ นี่ฉันเริ่มจะรำคาญแล้วนะ หยุดสักที
 
 
ปุ่มที่ผู้ใช้สังคมออนไลน์อยาก‘กด’
 
 
        ปุ่ม “Mum, step AWAY from the emoji keyboard“ และ ”Dad, this is obviously a hoax” เพื่อกระชากสติของบุคคลอันเป็นที่รักที่บังเอิญมาติดอยู่กับเรื่องราวบนหน้าสังคมออนไลน์ และ นิยมใช้ตัวการ์ตูน “Emoji” ที่แสดงอารมณ์แทนคำพูด ส่งเข้ามาบ่อยๆ และอีกข้อความหนึ่งนั้นก็เป็นการเตือนว่า อย่าหลงเชื่อเรื่องที่ได้ยินมาในสังคมออนไลน์เรื่องนั้นเลย มันเป็นเรื่องอำกันเล่น (อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว เพราะเผชิญกับปัญหาอย่างนี้เป็นประจำ)
 
        หรือ ปุ่ม “That’s racist” ที่บ่งบอกว่าเนื้อหาที่เจ้าของโพสต์ขึ้นมานั้นเป็นเรื่องเหยียดผิว เหยียดเชื้อชาติ ซึ่งในเมืองไทยเรื่องนี้อาจจะไม่รุนแรงและไม่ค่อยมีการให้ความสนใจนัก แต่ในหลายประเทศที่เคยมีประวัติเรื่องการล่าอาณานิคม การเป็นแหล่งอาศัยของต้นตระกูลที่เคยเป็นทาสซึ่งถูกบังคับนำตัวมาจากกาฬทวีป เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติกันเลยทีเดียว
 
 
ปุ่มที่ผู้ใช้สังคมออนไลน์อยาก‘กด’
 
 
        นอกจากนั้นยังมีปุ่ม “I don’t play candy crush any more and i have no lives to give” ที่เชื่อว่าเป็นที่ถูกใจผู้ที่ใช้ไลน์และเฟซบุ๊กกันเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ต้องทนรำคาญกับข้อความที่ได้รับมาเพื่อขอเพชร ขอชีวิต เพื่อใช้ในเกมแคนดี้ครัช เกมยอดนิยม ที่แม้เราจะเลิกเล่น หรือไม่เคยเล่นเกมนี้เลย ก็ยังได้รับข้อความเว้าวอนให้ส่งเครื่องมือสนับสนุนการเล่นเกมยอดนิยมนี้จากเพื่อนๆ อยู่เสมอๆ
 
 
 
------------------------------------------------
 
 
 
(เครดิตภาพ : www.gizmodo.com www.rt.com / www.ufoandalientruthnetwork.com)