
ยำรวมรัฐธรรมนูญ-สู่ร่างใหม่ดีแน่หรือ
ยำรวมรัฐธรรมนูญ-สู่ร่างใหม่ดีแน่หรือ : มอร์นิเตอร์รัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
“ก็เป็นไปได้ โดยจะมีการนำเอารัฐธรรมนูญ ทั้งปี 40 และ 50 รวมถึงร่างของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ตกไป มายำรวมกัน ซึ่งเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องผ่าน ครม." เป็นคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตอบคำถามนักข่าวกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ระบุว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำเอารัฐธรรมนูญฉบับเก่าฉบับใดฉบับหนึ่ง มาเป็นตัวตั้งร่างรัฐธรรมนูญ
ปัจจุบันตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2257 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ไม่เปิดช่องให้นำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาประกาศใช้หรือนำรัฐธรรมนูญฉบับก่อนและร่างรัฐธรรมนูญมายำรวม กรณีร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แต่ต้องทำการยกร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่จนกว่าจะผ่านการทำประชามติ จึงมีแนวคิดขึ้นมาว่า เพื่อไม่ให้เกิดกรณียกร่างรัฐธรรมนูญอย่างไม่รู้จบ ต้องทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อให้สามารถนำรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ มาประกาศใช้ได้หรือนำมายำรวม และไม่ต้องทำประชามติกันอีก
คำถามคือว่า การนำรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ มาประกาศใช้ หรือนำรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ และร่างรัฐธรรมนูญมายำรวมกัน กรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติแล้วประกาศใช้เลย ดีหรือไม่
หากไม่มองในด้านเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ โดยดูเพียงแต่เรื่องทางการเมือง นักการเมือง ก็อาจจะชอบ เพราะจะได้เข้าสู่โหมดเลือกตั้งเร็วขึ้น หวังจะได้กลับคืนมามีอำนาจอีกครั้ง ดีกว่าปล่อยให้ยกร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่อยู่เรื่อยๆ กรณีทำประชามติไม่ผ่าน
แต่ถ้ามองในด้าน “เนื้อหา” ร่างรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ ก็มีจุดแข็งที่แตกต่างกันไป ในส่วนของรัฐธรรมนูญปี 2540 มีจุดแข็งคือ ทำให้ฝ่ายบริหารเข้มแข็ง ส่วนรัฐธรรมนูญปี 2550 คือ ทำให้องค์กรตรวจสอบเข้มแข็ง ส่วนร่างรัฐธรรมนูญที่เพิ่งตกไปในชั้นของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็มีข้อดี ตรงที่ทำให้พลเมืองเป็นใหญ่ มีจุดแข็งในเรื่องสิทธิเสรีภาพ และการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แล้วจะนำเอารัฐธรรมนูญ 2 ฉบับและร่างรัฐธรรมนูญอีก 1 ฉบับมายำรวมกัน แล้วประกาศใช้นั้น ก็จะมีปัญหาว่า จะเอาส่วนไหนของฉบับใด จะเกิดการเลือกตามอำเภอใจของคนเลือก ไม่ได้มีหลักเกณฑ์ยึดโยงกับประชาชน และไม่ต่างอะไรกับการบังคับให้ประชาชนลงมติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ
จึงเห็นว่า ไม่ควร “ยำรวม” แต่ควรจะยกร่างใหม่ทั้งฉบับ โดยอาจจะใช้วิธีเอาเนื้อหาจากปี 2540 หรือ 2550 มาเป็นต้นแบบก็ได้ เพราะไม่ควรจะเร่งรีบจนเกินไปในการยกร่างรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าสังคมรอได้ อีกทั้งโดยพื้นฐานไม่ควรจะเริ่มต้นด้วยการบอกว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติแล้วจะหยิบเอารัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาประกาศใช้หรือจะมีการยำรวม แต่แนวทางที่ถูกต้อง คือเขียนร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้ดีจนมั่นใจว่าจะผ่านประชามติได้
อย่างกรณีในขณะนี้ที่มีสูตร 6-4-6-4 ของ อ.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ดูแลกฎหมายออกมา คือ 6 เดือนแรกสำหรับใช้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วน 4 เดือนต่อมาสำหรับการทำประชามติ อีก 6 เดือนต่อมาใช้สำหรับร่างกฎหมายลูก หรือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ และอีก 4 เดือน ใช้สำหรับรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง รวมระยะเวลาแล้ว 20 เดือน
แต่นายกรัฐมนตรีมีความต้องการให้ร่นระยะเวลาให้เร็วขึ้นอีก ซึ่ง อ.วิษณุ ก็บอกว่า อาจร่นระยะเวลาลงเหลือ 18 เดือน โดยระยะเวลาในส่วนของการยกร่างรัฐธรรมนูญ อาจจะลดจาก 6 เดือน เหลือเพียง 5 เดือน ซึ่งเมื่อช่วงระยะเวลาในการยกร่างรัฐธรรมนูญสั้นลง อาจทำให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเร่งรีบยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่และออกมาไม่ดีพอ จนสุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติหรือไม่...ต้องรอดูกันต่อไป



