
นายกฯวอนอย่าชักศึกเข้าบ้าน
17 ก.ย. 2558
นายกฯวอนอย่าชักศึกเข้าบ้านย้ำปัญหาภายในต้องแก้ด้วยตัวเอง ด่าคนชักจูงต่างชาติเข้ามาถือว่าไม่ใช่คนไทย ซัดพวกแมลงสาบคอยแทะปท.ให้ไม่เกิดเสถียรภาพ ลั่นสู้เพื่อชาติ
17 ก.ย.58 เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2558 (Prime Minister's Export Award 2015) และพิธีเปิดงาน Thailand Innovation and Design Expo 2015 โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ตนอยากจะพูดวันนี้ คือความขัดแย้งบนโลกใบนี้เริ่มจากความยากจน เมื่อมีความยากจนก็จะมีการหาคนโทษให้ได้ คนที่ยากจน เกษตรกร คนที่รู้สึกว่าเหลื่อมล้ำก็จะโทษรัฐบาล จากนั้นก็มีผู้นำในการต่อสู้ รัฐบาลก็ต้องใช้กำลังและพอต้อสู้กันขึ้นมาต่างชาติ ยูเอ็น ก็จะเข้ามาแล้วก็จะจบลงที่ทั้งรัฐบาลและคนต่อต้านเสียทั้งคู่ โดยมีคนกลางต้องเข้ามา
“ดังนั้นสิ่งที่ผมระวังที่สุดคือจะอย่างไรก็ตาม อย่าให้คนอื่นหรือชาวต่างชาติเข้ามายุ่งในบ้านเรา เพราะมันเป็นดินแดน ประเทศของเรา ตามคำพูดว่า our home our country อย่าลืมว่า นี่คือบ้านของเรากฎหมายของเราก็มีอยู่ ใครก็ตามที่ชอบชักชวนคนนั้น คนนี้ เข้ามา ผมว่าไม่ใช่คนไทย เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในพื้นที่ของเราเป็นอย่างไร ถ้าเราทะเลาะกันและขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้แล้วใครจะทำงาน เราก็จะเสียด้วยกันทั้งคู่ ดังนั้นสิ่งที่ผ่านมาผมพยายามทำทุกอย่างให้เกิดความปลอดภัยเรียบร้อยให้สังคมมั่นใจ ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน สร้างความมั่นใจให้กับนอกประเทศด้วย ว่าสิ่งที่เราพยายามทำในวันนี้คือการสร้างปัจจุบันและอนาคต เอาขยะใต้พรมมารื้อใหม่ มันมีเยอะ หลายชั้น ขณะเดียวก็ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่จะขับเคลื่อนให้อยู่ดีกินดี จากนั้นค่อยเริ่มสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกวันนี้มีแต่คนรู้โจทย์ แต่ไม่มีคนทำ ถ้าอ่านหนังสือพิมพ์ ตั้งแต่เช้าถึงเย็นหรือฟังจากสื่อต่างๆ ก็จะบอกว่ามันมีปัญหาอยู่ในทุกๆ ที่ ทั้งๆ ที่มันเป็นปัญหาต่อเนื่องยาวนานเป็น 10 ชาติ รัฐบาลต้องแก้ไขให้ได้ ภายในเวลาเท่านั้น เท่านี้นี้ มันจะทำได้อย่างไร ที่ผ่านมาทุกคนไม่เคยเรียนรู้การนำไปสู่การปฏิบัติอย่างไร มีแต่หลักการ วิชาการ มีแต่โจทย์ และสิ่งที่ต้องการ เรียกร้องจะเอาสิ่งนั้น สิ่งนี้ พอมันช้าก็บอกว่าเราอยากอยู่เพื่อสืบทอดอำนาจ แต่ความจริงแล้วตนพร้อมที่จะไป แล้วทุกคนก็จะอยู่แบบเดิม ส่วนตนก็ไปแล้ว ดังนั้นสิ่งต่างๆ มีความเสี่ยงว่าสิ่งที่ทำอยู่มันจะเกิดผลหรือไม่
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องของปัญหาความมั่นคง ที่ยังมีแมลงสาบคอยแทะไปเรื่อยเปื่อยเป็นตัวคอยทำลายไม่ให้ประเทศเกิดเสถียรภาพ ถ้าเป็นแบบนี้การลงทุนในประเทศก็จะไม่เกิด ประเทศเดินไม่ได้ วันนี้ถ้าประเทศไม่สงบก็ยังเดินไปไม่ได้ ต้องดูแลทุกคนที่มาในประเทศไทย ถ้ามาถามเรื่องการเลือกตั้งตนก็ยืนยันว่าเป็นไปตามโรดแม็พที่ชัดอยู่แล้ว ที่ทำทุกวันนี้ไม่มีกำไร เป็นการลงทุนด้วยชีวิต ถ้าทุกคนคิดว่าไม่เป็นประโยชน์ ก็ว่ากันต่อไป วันนี้ตนอยู่ที่สว่าง ไม่ได้อยู่ในที่มืด ถูกโจมตีทุกวัน แต่ใจยังสู้อยู่ เพื่อประเทศชาติ สถาบัน และพวกเราทุกคน ระบอบการประเทศที่ดีก็ต้องเป็นประชาธิปไตย แต่ก็ไม่ได้ดีที่สุดของที่อื่น และถ้าประชาธิปไตยมีปัญหาก็ไม่มีอะไรแก้ได้ นอกจากการเข้ามาแบบตน ที่ผ่านมาประชาธิปไตยของเรารัฐบาลขับเคลื่อนอะไรไม่ได้ ถ้าเขาดีตนไม่เข้ามาหรอก ตนได้ทรมานเขามา 6-7 เดือน คนข้างนอกก็ตายทุกวันๆ เศรษฐกิจเดินไม่ได้ เดี๋ยวต้องสอบถามคนที่มาเที่ยวก่อนหน้านี้ เขามาดูสนามรบกันหรือเปล่า มีการทำนาในทำเนียบรัฐบาลมันเกิดขึ้นได้ยังไง
“ผมไม่ได้พูดหาเสียง เพราะไม่ได้คิดอยู่ต่อ เพียงพูดให้สำนึกว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น วันนี้คนที่มามอบรางวัลคือผม แล้วก็ถ่ายรูปไว้ วันหน้าก็มารับกับคนอื่นรูปของผมก็ถูกเอาลงไป เอารูปคนใหม่ขึ้นมา ซึ่งเป็นธรรมดา มันเป็นสัจธรรม ไม่มีอะไรที่จะอยู่ยาวนาน นอกจากการทำความดีซื่อสัตย์ สุจริต” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาถ้าเราไม่ทำอะไรเลยก็มีปัญหา เพราะมีทั้งสองฝ่าย แต่ทำอย่างไรจะไม่ให้เดือดร้อน ต้องเห็นอกเห็นใจ ไม่มีอะไรที่ได้ทุกอย่างหรือเสียทุกอย่าง ไม่มีอะไรขาดทุน ทุกอย่างต้องมีได้มีเสีย มากบ้างน้อยบ้างทุกคนต้องร่วมมือกันช่วยกัน ต้องมีการเสียสละกันบ้าง อย่าให้ตนต้องลงทุนคนเดียว เสียสละคนเดียวเพื่อปฎิรูปคนเดียว ตนไม่ต้องการเป็นวีรบุรุษ แต่ต้องการให้คนไทยทั้งหมดเป็นวีรบุรุษ วีรสตรีร่วมกันทำให้ประเทศชาติเดินหน้าเพื่อลูกหลานของท่านและคนที่ยังไม่เกิดในประเทศไทยอีกหลายล้านคน ถ้าเกิดมาแล้วสับสนวุ่นวายเขาไม่อยากเกิด เดี๋ยวไปเกิดประเทศอื่น
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงครั้งที่ไปเยือนประเทศญี่ปุ่นว่า “นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเคยถามว่า ผมสนใจเล่นการเมืองหรือไม่ ผมตอบว่า ไม่เล่น ผมนั่งดูท่านเล่นดีกว่า ผมไม่ใช่นักการเมือง”
‘นายกฯ’ มอบรางวัลส่งออกดีเด่น แนะสร้างนวัตกรรมใหม่ให้สินค้า-หนุนเรียนอาชีวะ
17 ก.ย.58 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2558 (Prime Minister's Export Award 2015) และพิธีเปิดงาน Thailand Innovation and Design Expo 2015 โดยกล่าวว่า เราเปรียบเสมือนแขนขาของประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปได้ มีรายได้เข้ามาในประเทศ ทั้งคนไทยและต่างชาติ วันนี้สถานการณ์โลกเป็นอย่างไร ทุกประเทศก็ต้องช่วยกันสร้างความเข้มแข็งของประเทศเพื่อนบ้านและประเทศตัวเอง และต้องพูดกันเรื่องความเชื่อมโยงกันในเวทีโลก แต่เรื่องสำคัญที่ต้องเผชิญคือความขัดแย้งในโลก ความเสื่อมโทรม สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง โรคระบาดต่างๆ และเรื่องสำคัญคือทำอย่างไรทุกประเทศจะมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น มีโครงสร้างที่แข็งแรง อย่างประเทศเราที่เป็นประเทศรายได้ปานกลางที่มีส่วนเสียมากกว่าได้ เพราะยังมีความแตกต่างของรายได้อยู่ รัฐบาลจึงพยายามดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งต้องใช้งบประมาณสูง แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ต้องการรีดเอาจากประชาชน ในเรื่องการลงทุนรัฐบาลก็พร้อมให้การสนับสนุนโดยมีคณะกรรมการส่งเสริมการลงุทนหรือบีโอไอคอยดูแล ซึ่งตนอยากให้ลองคิดทำสินค้าประเภทใหม่ อาทิ ปลูกข้าวแล้วไม่ต้องสีเพื่อให้มีความแตกต่าง เหมือนนักบินที่ยอมเสียสละชีวิตกว่าที่จะสร้างเครื่องบินได้ ทุกวันนี้เราต้องเร่งแก้ไขปัญหาเพราะเวลามีจำกัด เราต้องวางอนาคตและอย่าขัดแย้งกันอีก เพราะขณะนี้ก็เริ่มเห็นมีการต่อต้านต่างๆ เกิดขึ้นก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับตนบ้าง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในด้านการแข่งขันกับ 4 ประเทศรอบบ้าน ต้องยกระดับ แปรรูป เพิ่มมูลค่า ใช้วัตถุดิบจากเขามา ไม่ทิ้งประเทศอื่นเขา รวมถึงกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี เราถือว่าเราเป็นประเทศเท่าเทียมกัน ทั้ง 10 ประเทศในอาเซียนเจอกันบ่อย ตกลงกันแล้วว่าจะเดินไปพร้อมกัน เราจะไม่ประกาศว่าใครเป็นผู้แข่งผู้นำเพราะมันจะเดินไปไม่ได้ วันนี้เราต้องไม่มีความขัดแย้งกับประเทศรอบบ้าน ซึ่งในงานนี้มีทูตมาด้วย
“ไม่รู้ว่าฟังผมรู้เรื่องหรือไม่ แต่เห็นว่าพูดภาษาไทยได้ มีทูตบางคนพูดไทยได้ แต่ไม่เข้าใจ ชอบรายงานกลับไปแบบผิดๆ ไม่กลัวเลยว่าจะทำธุรกิจตัวเองจะขาดทุน” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้การลงทุนต้องสร้างความเชื่อมโยงให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ รถไฟ รถราง เชื่อมโยงไปนอกประเทศ ทางบก ทางอากาศ ทางชายฝั่ง ทำทุกอย่างตั้งแต่ตอนเข้ามา เราต้องเอาเราเป็นศูนย์กลาง เราต้องทำให้เป็นอาเซียนบวกหนึ่งให้ได้ เพื่อเพิ่มรายได้ให้ประเทศ และต้องเป็นผู้นำไปร่วมกัน ไม่ใช่เสื่อตัวที่หนึ่ง ตัวที่สอง ตัวที่สาม เพราะจะทำให้เกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า “เมื่อวานมีสื่อไปเขียน อยากรู้ว่าการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งชาติ(บีโอไอ) ลดมาตรการด้านภาษีลงมาแล้วประเทศชาติได้อะไร ถ้าท่านไม่ทำ ก็ไม่มีใครมาลงทุน แล้วเราจะได้อะไร ซึ่งมาตรการภาษีเป็นมาตรการเดียวที่รัฐบาลสามารถทำได้ ซึ่งเราก็ต้องตีกรอบออกไป 5 ปี 10 ปี เราต้องการแบบนี้ ถ้าเราไม่เริ่มตรงนี้เลย วันหน้าก็ไม่มีใครเข้ามาลงทุน แล้วแบบไหนใครเสียมากกว่ากัน นี่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง หรือรู้แต่แกล้งไม่รู้ ทำให้สังคมเข้าใจผิด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวขณะนี้เกือบถึง 30 ล้านคน ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปก็ถึง 30 ล้านคน ถ้าวันนี้การท่องเที่ยวไม่ดีเศรษฐกิจก็แย่ลงทุกอย่างเพราะฉะนั้นเราต้องเร่งรัดการพัฒนาหาตลาดทั้งตลาดบนตลาดพรีเมียม สิ้นค้าก็ต้องพัฒนาไปสู่ราคาที่สูงขึ้น อย่างแข่งขันกันในตลาดระดับล่างมันสู้ไม่ได้เพราะต้นทุนเรามากกว่าเขาสำหรับเรื่องราคาสินค้า เมื่อมีโอกาสในเวทีใดก็ตามให้ลองพูดคุยกันเพื่อที่เวลาผลิตจะได้ไม่ทะเลาะกัน ส่วนมาตรการตอบโต้เรื่องทุ่มตลาดเหล็ก รัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น กำลังพิจารณายังควบคุมอยู่
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ในเรื่องการศึกษา บ้านเราถือว่ายังไม่เลวร้าย แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มุ่งเน้นสายอาชีพ เพราะเป็นประชาธิปไตย ใครอยากเรียนอะไรก็เรียน ได้ปริญญาเสร็จก็กลับบ้านไม่มีงานทำ วันนี้ต้องแยกแยะจัดระเบียบใหม่ แต่ทหารจะใช้เผด็จการเรื่องการเรียนไม่ได้ ตอนนี้แค่แนวคิดลดเวลาเรียนยังโดนเลย ตรงนี้ต้องสอนคนรุ่นใหม่ให้เข้าเป็นแบบที่เราเคยเป็น ต้องสอนเด็กให้เรียนรู้เติบโตตามวัยเจริญพันธุ์ เพื่อไม่ให้มีปัญหาในวันข้างหน้า และวันนี้ต้องสนับสนุนให้เรียนสายอาชีพกันให้มากขึ้น รองรับโรงงานที่จะเปิดอีกจำนวนมาก และเตรียมความพร้อมให้ตรงกับตลาด ขณะเดียวกันก็รู้ว่า ไม่อยากเรียนสายอาชีพกัน อันตรายต้องใส่เสื้อเกราะมาเรียน ซึ่งไม่มีประเทศไหนเป็นแบบนี้ เวลานี้ต้องให้คนมาเรียนอาชีวะให้มากขึ้น
‘นายกฯ’ สั่งระดมกำลังช่วยเหลือน้ำท่วมพัทยา
17 ก.ย.58 พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ถึงสถานการณ์สภาพอากาศ ว่า ขณะนี้มีหลายพื้นที่ได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังจากพายุดีเปรสชั่น “หว่ามก๋อ”ทำให้เกิดสภาวะฝนตกหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ที่มีฝนหนักต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนทำให้พื้นที่บริเวณพัทยามีน้ำท่วมขังสูง การจราจรติดขัดทั่วทั้งเมือง รวมถึงถนนเส้นมอเตอร์เวย์ 7 พัทยา กม. 98, 103, 116 มีระดับน้ำสูงรถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้นอกจากนั้นยังมีเรือถูกคลื่นซัดจมลงบางส่วน
พลตรีสรรเสริญกล่าวว่า “ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมทางหลวง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาสาสมัคร และหน่วยทหารจาก มทบ 14 ได้ระดมกำลังลงพื้นที่เข้าไปแก้ปัญหาโดยเร่งด่วนแล้ว ท่านนายกฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับกำชับให้ทุกภาคส่วนดำเนินการ แก้ไขปัญหาช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เร่งระบายน้ำ เคลื่อนย้ายรถยนต์ที่จอดเสีย ออกจากพื้นผิวการจราจร ขนย้ายสิ่งของที่จำเป็นให้พ้นจากระดับน้ำ ตลอดจนสนับสนุนการเดินทางให้กับประชาชนด้วยรถยนต์ทหาร พร้อมขอให้ประชาชนในทุกจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยร่วมกับส่วนราชการด้วยอีกทางหนึ่ง"



