
งานใหญ่สำหรับฮิลลารี,งานยักษ์สำหรับไทย
ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มาถึงกรุงเทพฯ วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม เป็นจังหวะที่สำคัญสำหรับทั้งฮิลลารีเอง และรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่จะพบปะกันที่ภูเก็ต จะเป็นการประชุมที่สหรัฐส่งรัฐมนตรีต่างประเทศมาร่วมเป็นครั้งแรกในหลายปีทีเดียว
สมัยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช รัฐมนตรีต่างประเทศชื่อ คอนโดลิซซา ไรซ์ แต่เธอไม่เคยมาร่วมประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในรูปแบบที่ฮิลลารีมาร่วมด้วย ก็คือเออาร์เอฟ และ พีเอ็มซี
พีเอ็มซี ก็คือการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรีคู่เจรจาอื่นๆ เป็นการสานสัมพันธ์สามารถพูดจากับรัฐมนตรีต่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจการเมือง หรือครั้งนี้เรื่องหวัด 2009 รวมไปถึงเรื่องการต่อต้านการก่อการร้าย
โดยเฉพาะเมื่อการประชุมอาเซียนกับรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้นั้น เกิดขึ้นหลังจากเกิดกรณีการก่อการร้ายโรงแรมหรู 2 แห่ง ที่กรุงจาการ์ตาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ซึ่งจะเข้าประเด็นของ เออาร์เอฟ อาเซียน รีจินัล ฟอร์รัม ถือว่าเป็นครั้งแรกที่สหรัฐตั้งแต่มีประธานาธิบดีชื่อ โอบามา ที่ให้ความสนใจกับเอเชียอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน
ฮิลลารี คลินตัน มาเอเชียคราวนี้ตอกย้ำ ว่านโยบายต่างประเทศใหม่ของสหรัฐภายใต้ผู้นำชื่อโอบามา นั้นจะพยายามที่จะคบหาเพื่อนอย่างเสมอภาค ไม่ถือตัวเองเป็นตำรวจโลกอย่างสมัยบุช นโยบายคาวบอยดุดันก้าวร้าวแบบบุชนั้นจะแปลสภาพเป็นนโยบายพยายามที่จะมีความเป็นหุ้นส่วนมากขึ้น
ฉะนั้นฮิลลารีมาคราวนี่จะสังเกต ว่าจะเน้นเรื่องสิทธิมนุษยชน จะเน้นเรื่องเยาวชน จะเน้นการค้าขายและการลงทุนที่มีความเท่าเทียมยุติธรรมระหว่างกันมากขึ้น และจะตอกย้ำเรื่องของการร่วมกันเพื่อลดระดับของโกลเบิลวอร์มมิ่ง หรือโลกร้อนร่วมกัน
จึงเป็นจังหวะที่สำคัญ สำคัญทั้งสำหรับฮิลลารี ที่จะพิสูจน์ว่าสหรัฐภายใต้ผู้นำใหม่ต้องการที่จะให้มีความรู้สึกเสมอภาคกับพันธมิตรกับหุ้นส่วน
ขณะเดียวกันที่สำคัญสำหรับอาเซียนโดยจะให้เห็นว่า จะให้สหรัฐนั้นมีบทบาทในแง่ของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการต่อต้านการก่อการร้ายที่เคารพในความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาซึ่งกันและกัน มิใช่รอฟังแต่คำสั่งหรือทิศทางเดียวจากวอชิงตัน
ไม่ใช่เป็นความสัมพันธ์ฉันลูกพี่กับลูกน้อง หรือประเทศยักษ์ใหญ่กับประเทศกำลังพัฒนา แต่ต้องการให้เห็นว่าอเมริกานั้นไม่อาจจะละทิ้งบทบาทหน้าที่อันสำคัญในเอเชียและเป็นผู้ที่สามารถจะพูดจาอย่างตรงไปตรงมาได้ การมาภูเก็ตของฮิลลารี คลินตัน ครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
และความสำคัญสำหรับประเทศไทยเราในฐานะเจ้าภาพก็คือ กู้ชื่อจากที่เสียหายอย่างใหญ่หลวง จากกรณีประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ล่มสลายไปที่พัทยา เราไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ที่จะไม่ทำให้การประชุมที่ภูเก็ตประสบความสำเร็จให้ชื่อเสียงประเทศไทยระบือกว้างไกลไปทั่วหากพลาดครั้งนี้พลาดเลย
สุทธิชัย หยุ่น



