
"อภิสิทธิ์"จี้เร่งแก้ตบทรัพย์-งัดกระเป๋าที่สุวรรณภูมิ
"คิงเพาเวอร์" แจงไม่เกี่ยวเรียกรับสินบน 2 นักท่องเที่ยวขโมยของในร้าน เผยนำภาพขึ้นเว็บไซต์ เพราะทั้งคู่ให้ข่าวใส่ร้ายบริษัทย์และประเทศ อภิสิทธิ์" กำชับการท่าจัดการแก๊งตบทรัพย์
ความคืบหน้ากรณี สำนักข่าวบีบีซีเผยแพร่ข่าว ตำรวจไทยเรียกรับเงิน 4 แสนบาท จากนายสตีเฟน อินแกรม และนางซี หลิน นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ หลังจากทั้งคู่เข้าไปขโมยกระเป๋าจากร้านปลอดภาษี ของบริษัท คิงเพาเวอร์ ในสนามบินสุวรรณภูมินั้น
นายจุลจิตต์ บุณยเกตุ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ กล่าวว่า กรณีการลักทรัพย์ของสามีภรรยาชาวอังกฤษที่มีการเผยแพร่โดยสำนักข่าวบีบีซีนั้น เกิดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งคิงเพาเวอร์มีภาพวงจรปิดชัดเจน และเมื่อเกิดปัญหาได้ดำเนินคดีกับทั้งสองคน จนได้ทรัพย์สินคืนเรียบร้อยแล้ว ส่วนกระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายจะเป็นของพนักงานสอบสวนและอัยการ ถือว่าหมดภาระของคิงเพาเวอร์
"กรณีที่ทั้งสองคนเสียค่าประกันตัว 2 แสนบาท และเสียค่าวิ่งเต้นอีก 2 แสนบาท กับใคร อย่างไรนั้น คิงเพาเวอร์ไม่ทราบ แต่ที่ผ่านมายอมรับว่าปัญหาการวิ่งเต้นให้พ้นคดีมีทุกที่ ซึ่งเมื่อไปติดต่อในช่องทางที่ไม่ถูกต้อง เรื่องการต้มตุ๋นก็เกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ" นายจุลจิตต์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์ของคิงเพาเวอร์และประเทศไทย เพราะบุคคลทั้งสองได้ให้ข่าวต่อสื่อต่างชาติในลักษณะอย่าเข้ามาซื้อสินค้าที่คิงเพาเวอร์ประเทศไทย เพราะมีการต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว ทำให้คิงเพาเวอร์ต้องนำภาพบุคคลทั้งสองเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ และเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ก็ได้ทำหนังสือชี้แจงถึงนายควินตัน มาร์คเวล เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย เพื่อขอให้ช่วยชี้แจงต่อสื่อมวลชนอังกฤษ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าสถานเอกอัครราชทูตมีการชี้แจงเรื่องนี้อย่างไรบ้าง จึงเตรียมทำหนังสือสอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษอีกครั้ง
นายจุลจิตต์กล่าวด้วยว่า อยากขอให้สื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดไปให้ข้อมูลเท็จ และสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของไทยและธุรกิจของไทย โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ปัญหาการลักทรัพย์ในร้านค้าปลอดภาษีมีเฉลี่ยเดือนละ 2-3 ราย
ด้าน พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า จากการสอบสวน ไม่พบว่า มีการเรียกรับเงินแต่อย่างไร และไม่พบพยานหลักฐานว่ามีตำรวจทุจริต เรื่องของการจ่ายเงินเป็นการตกลงระหว่างล่ามกับนายประกัน และผู้ต้องหาทั้งสอง และไม่ได้ทำกันต่อหน้าเจ้าพนักงานสอบสวน และการโอนเงินให้กันก็เป็นไปภายหลังที่ประกันตัวไปแล้ว เรื่องนี้ได้ให้ พ.ต.อ.ภวัต พรหมมะกฤต รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ลงไปตรวจสอบในรายละเอียดอีกครั้ง หากพบว่ามีตำรวจร่วมกระทำก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า หลังการประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยกรณีที่สำนักข่าวบีบีซีรายงาน ชาวต่างชาติถูกตบทรัพย์ พร้อมทั้งมอบหมายให้การท่าอากาศยานแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ใน 2 ประเด็นหลัก คือการตบทรัพย์ และการงัดกระเป๋าผู้โดยสาร ซึ่งการท่าอากาศยานได้ชี้แจงว่า ปัญหาการตบทรัพย์พ้นขอบเขตของการท่าอากาศยานไปแล้ว เพราะพ้นขั้นตอนการตรวจสอบของการท่าอากาศยาน จึงต้องประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในฐานะเจ้าพนักงานในการสอบสวนและติดตามเรื่องนี้
ส่วนการงัดกระเป๋าก็เกินขอบเขตของการท่าอากาศยานไปแล้วเช่นกัน เนื่องจากกระเป๋าที่เข้าออกไปผ่านจุดโหลดกระเป๋า ปล่อยออกจากจุดตรวจไปตามสายพานและเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของแต่ละสายการบินที่จะไปจ้างเจ้าที่หน้าที่จากภายนอกมาทำงาน ในการนำกระเป๋าบรรทุกโดยสารเครื่องบิน ซึ่งส่วนใหญ่จะพบการงัดกระเป๋าในสองสายการบิน คือการบินไทยและบางกอกแอร์เวย์ส ทั้งนี้ นายกฯ ได้กำชับให้การท่าอากาศยานเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว โดยนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้รับลูกว่าจะรับไปดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาภาพลักษณ์ของประเทศ
แหล่งข่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระหว่างที่มีการพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง โดยมีนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ทอท. และนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ในฐานะกรรมการทอท.มาชี้แจง ช่วงหนึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เชิญนายจุลสิงห์ออกจากห้องประชุมเหลือไว้เพียงนายเสรีรัตน์ แล้วนายอภิสิทธิ์ได้ถามนายเสรีรัตน์ว่าได้ดูข่าวจากสำนักข่าวบีบีซี ว่ามีการจับผู้โดยสารต่างชาติที่ขโมยของที่ห้างคิงเพาเวอร์ในสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วไม่ยอมแจ้งตำรวจแต่กลับมีนายหน้าพาเข้าไปในห้องแล้วเรียกรับสินบนเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี
นายเสรีรัตน์ยอมรับว่ามีการขโมยของจริง เพราะกล้องวิดีโอวงจรปิดของคิงเพาเวอร์สามารถจับภาพได้ แต่ว่าอำนาจในการจับกุมอยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ราชาเทวะ ไม่ใช่อำนาจของทอท. ในที่สุดนายกฯ ก็บอกว่าเรื่องนี้จะสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย
แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังได้ถามนายเสรีรัตน์ถึงกรณีที่ระยะหลังมีนักการเมืองหลายคนมาฟ้องว่าถูกขโมยกระเป๋าเดินทางหลายครั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะนั้นนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ ได้ยกมือขึ้นแล้วบอกว่าของตนก็หายเช่นกัน นายเสรีรัตน์ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง พร้อมทั้งอธิบายว่าตามขั้นตอนแล้วการดูแลกระเป๋านั้นเป็นหน้าที่ของบริษัทเอกชน 2 แห่ง ไม่ใช่ทอท.
ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ก็ช่วยยืนยันว่าสนามบินสุวรรณภูมินั้นผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐยืนยันว่ามีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุด แต่นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยอมรับว่าปัญหากระเป๋าหายเป็นปัญหาโลกแตก ดังนั้นจึงขอให้ทางทอท.จัดคนไปดูแลกระเป๋าของผู้โดยสารตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ได้มอบหมายให้การท่าอากาศยานฯ แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ใน 2 ประเด็นหลัก คือการตบทรัพย์ และการงัดกระเป๋าผู้โดยสาร ซึ่งการท่าอากาศยานฯ ได้ชี้แจงว่า ปัญหาการตบทรัพย์พ้นขอบเขตของการท่าอากาศยานฯ ไปแล้ว เพราะพ้นขั้นตอนการตรวจสอบของการท่าอากาศยานฯ จึงต้องประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะเจ้าพนักงานสอบสวนและติดตามเรื่องนี้
ส่วนการงัดกระเป๋านั้นก็เกินขอบเขตของการท่าอากาศยานฯ ไปแล้วเช่นกัน เนื่องจากกระเป๋าที่เข้าออกไปผ่านจุดโหลดกระเป๋า ปล่อยออกจากจุดตรวจไปตามสายพานและเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของแต่ละสายการบินที่จะไปจ้างเจ้าหน้าที่จากภายนอกมาทำงาน ในการนำกระเป๋าบรรทุกโดยสารเครื่องบิน ซึ่งส่วนใหญ่จะพบการงัดกระเป๋าในสองสายการบิน คือการบินไทยและบางกอกแอร์เวย์ส อย่างไรก็ตาม นายกฯ ได้กำชับให้การท่าอากาศยานฯ เร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว โดยนายโสภณรับไปดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาภาพลักษณ์ของประเทศ



