ข่าว

เตือน13จว.รังวังฝนตกหนัก

เตือน13จว.รังวังฝนตกหนัก

16 ก.ย. 2558

“หว่ามก๋อ” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว เตือน 13 จว.อีสาน-กลาง-ตะวันออก เฝ้าระวังฝนตกหนัก คาดกรุงเทพฯมีฝนร้อยละ 80 ของพื้นที่


                 วันที่ 16 กันยายน 2558 เมื่อเวลา 07.00 น. ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานสถานการณ์วันนี้ว่า ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. พายุดีเปรสชันหว่ามก๋อได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง 

          จึงขอให้ประชาชนในบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา นครสวรรค์ ลพบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก รวมถึงฝนที่ตกสะสม สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย มีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังในการเดินเรือในช่วงวันที่ 16-18 กันยายนไว้ด้วย ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
 
          อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพื้นที่กรุงเทพมหานครมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางโดยทั่วไป ปริมาณฝนสูงสุดเขตห้วยขวาง 62.5 มม. จุดวัดอื่น 30-50 มม. โดยไม่มีรายงานน้ำท่วมในถนนสายหลัก ที่สำนักการระบายน้ำรับผิดชอบ






ลพบุรีฝนตกร้อยละ 60 ข้ามคืน เตือนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก

          รายงานข่าวจากจังหวัดลพบุรี แจ้งว่า นายเทอดพงษ์ นักระนาด ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาลพบุรี เปิดเผยว่า เนื่องจากพายุโซนร้อน “หว่ามก๋อ” บริเวณบริเวณตอนใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ได้เคลื่อนตัวไปยังเมืองสาระวัน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกของจังหวัดอุบลราชธานี อยู่ห่างประมาณ 220 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
          “ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นในช่วง วันที่ 15-18 กันยายนนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่างระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมในบริเวณดังกล่าวไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย” ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาลพบุรี กล่าวและว่า
 
          ทั้งนี้ ทำให้จังหวัดลพบุรี ตั้งแต่เมื่อวาน ช่วงเวลา 17.00 น. ของวันที่ 15 กันยายน 2558 จนถึง ขณะนี้ 8.00 น.ของวันที่ 16 กันยายน 2558 ท้องฟ้ามีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจายและตกอย่างต่อเนื่อง เป็นร้อยละ 60 ของพื้นที่ มีอุณหภูมิ 24.3องศาเซลเซียล ความชื้นสัมพัทธ์ 97 % แรงลมเป็นลมสงบ แต่มีปริมาณเมฆเต็มท้องฟ้า ทัศนวิสัยที่สามารถมองเห็นได้ คือ 6 กม. และมีปริมาณน้ำฝนสะสมคือ 16.1 มม.






ฤทธิ์หว่ามก๋อส่งผลเขื่อนลำปะทาวน้ำเพิ่มล้นสันเขื่อนเต็มความจุ

          จากอิทธิพลจากพายุหว่ามก๋อทำให้เกิดฝนตกลงมาต่อเนื่องในหลายพื้นที่ติดต่อกันตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ภัยแล้งบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย  สำหรับที่ จ.ชัยภูมิ ที่เขื่อนลำปะทาวตอนบน และตอนล่าง มีความจุกว่า 66 ล้าน ลบ.ม.  ที่ผ่านมามีปริมาณน้ำเหลือเก็บกักร้อยละ 35 ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดว่าหากไม่มีน้ำหรือฝนตกลงมาเพิ่มภายในเขื่อนจะต้องประสบภัยแล้งและไม่มีต้นทุนน้ำที่จะส่งมาช่วยผลิตประปาให้กับโซนเศรษฐกิจตัวเมืองของจังหวัดและต้องงดจ่ายน้ำประปาเปิดปิดเป็นเวลายาวนานกว่าทุกปี
 
          ล่าสุดอิทธิพลจากพายุหว่ามก๋อส่งผลให้ฝนตกลงมาเพิ่มน้ำในเขื่อนลำปะทาวต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 จนระดับน้ำในเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นเต็มความจุสูง จนมีระดับน้ำล้นสันเขื่อนสูงกว่าร้อยละ 20 คาดว่าจะช่วยให้สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้คลี่คลายลงได้อีกจำนวนมาก และปล่อยน้ำช่วยเหลือเกษตรกรได้
 
          ขณะที่นางมุจรินทร์ อรชุนย์  อายุ 51 ปี  ชาวบ้านเลขที่ 136 หมู่2  ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เกษตรกรชาวสวนไผ่หวาน ในเขต อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ หลังต้องประสบภาวะภัยแล้งขาดน้ำทำการเกษตร  หลังอิทธิพลหว่ามก๋อส่งฝนเริ่มตกลงมาต่อเนื่อง ทำให้สวนไผ่หวานที่ลงทุนปลูกไว้จำนวนมาก เริ่มแทงหน่อให้ได้เก็บส่งขายสร้างรายได้กว่า 3,000 บาท
            
          “ลงทุนปลูกไผ่หวายมากกว่า 20 ไร่  พอฝนตกทำให้ไผ่เริ่มแทงหน่อ เก็บมาจำหน่ายได้ราคาดีในราคากิโลกรัมละ 20 บาท เก็บผลผลิตได้วันละ 300-500 กิโลกรัม ทำให้มีรายได้เสริมกว่า 3,000 บาท”






พายุ “หว่ามก๋อ” ถล่มสัตหีบ ต้นไม้หักโค่นขวางถนน ไฟดับเกือบทั้งเมือง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุต้นประดู่ขนาดใหญ่หักโค่นขวางถนนสองเลน ช่วงถนนสุขุมวิท กม.169 ขาเข้าพัทยา ก่อนถึงเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทำให้ช่องทางการจราจรใช้การไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ได้เข้าช่วยเหลืออำนวยความสะดวกด้านการจราจร ให้รถเลี่ยงไปใช้ในช่องทางขาเข้าสัตหีบชั่วคราว ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ ยังเกิดกระแสไฟฟ้าดับเกือบทั้งเมือง ทำให้เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าสัตหีบ ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน
                
          ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่การทาง หมวดทางหลวงสัตหีบ  ได้นำเลื่อยไฟฟ้า และขวาน เร่งดำเนินการตัดต้นไม้เป็นท่อน ๆ เพื่อเคลื่อนย้ายออกนอกช่องทางจราจร ซึ่งต้องใช้เวลานานเกือบ 1 ชม. จึงคลี่คลายกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
                        
          สืบเนื่องจาก ในพื้นที่สัตหีบได้รับผลกระทบจาก พายุโซนร้อน “หว่ามก๋อ” บริเวณตอนใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ได้เคลื่อนตัวไปยังเมืองสาระวัน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกของจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้ในช่วงระหว่างวันที่ 15-18 กันยายน ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และจะมีตกหนักในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง ส่งผลให้อำเภอสัตหีบ ได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าว






ตรังเตือนภัยฝนตกหนักดินโคลนถล่ม

          นายสมกียรติ  อินทรคำ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว”  ทางจังหวัดโดยนายสมศักดิ์  ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ลงนามคำประกาศเตือนประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ฝนตกหนักติดต่อกันในพื้นที่ อันเนื่องจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน โดยเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากทั้ง 10 อำเภอ จำนวน 56 จุด รวมทั้งพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ  ให้เฝ้าระวังเตรียมพร้อมตลอดเวลา 
 
          และทางจังหวัดได้อนุมัติฉุกเฉินให้ทุกอำเภอ อำเภอละ 5 แสนบาท ไว้คอยช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัย ที่ได้รับความเดือดร้อน  มีการจัดเตรียมอุปกรณ์กู้ชีพ กู้ภัย และให้มิสเตอร์เตือนภัย ชมรมวิทยุสมัครเล่น ที่มีอยู่ใน 10 อำเภอ ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่คลี่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทั้ง 4  อำเภอ ระมัดระวังคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง และเรือเล็กควรงดจากฝั่งในระยะนี้ พร้อมสั่งการให้เฝ้าติดตามรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด  
 
          โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรังได้แจ้งไปยังมิสเตอร์เตือนภัย ชมรมวิทยุสมัครเล่นซึ่งเป็นเครือข่ายป้องกันภัยทั้ง 10 อำเภอได้เตรียมพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ และสายด่วน  1784 รับแจ้งเหตุตลอด 24 ชม.
 
          สำหรับจังหวัดตรังมีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากทั้งหมด 10 อำเภอ 56 ตำบล 236 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อ.เมือง  9 ตำบล 25 หมู่บ้าน ,อ.วังวิเศษ 5 ตำบล 54 หมู่บ้าน , อ.ห้วยยอด 11 ตำบล 35 หมู่บ้าน , อ.กันตัง 4 ตำบล 17 หมุ่บ้าน , อ.สิเกา 4 ตำบล 10 หมุ่บ้าน , อ.ปะเหลียน 6 ตำบล 30 หมู่บ้าน ,อ.ย่านตาขาว 7 ตำบล 26 หมู่บ้าน , อ.นาโยง 5 ตำบล 18 หมู่บ้าน ,อ.รัษฎา 3 ตำบล 15 หมู่บ้าน  และ อ.หาดสำราญ 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน
........................................
(หมายเหตุ  ภาพประกอบข่าว)