ข่าว

ร้องเพิ่มสัดส่วนรับประกันข้าวโพดชาวไร่โอดราคาต่ำจี้รัฐช่วยลดต้นทุน

ร้องเพิ่มสัดส่วนรับประกันข้าวโพดชาวไร่โอดราคาต่ำจี้รัฐช่วยลดต้นทุน

22 ก.ค. 2552

ธ.ก.ส.เดินสายแจงรับประกันราคาข้าวโพดก่อนเปิดรับขึ้นทะเบียนภายในพฤศจิกายนนี้ ด้านเกษตรกรร้องเพิ่มโควตาต่อรายจาก 12 ตันเป็น 50 ตัน พร้อมกำหนดความชื้นใหม่จี้รัฐช่วยลดต้นทุน

 นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รักษาการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวในงานเสวนา “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับการประกันราคา” ว่า รัฐบาลจะกำหนดราคาประกันข้าวโพดที่ 7.10 บาทต่อกิโลกรัม ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2552-กุมภาพันธ์ 2553 โดยในช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน 2552 จะเปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาขึ้นทะเบียนทำสัญญากับ ธ.ก.ส.

 ทั้งนี้ จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นของตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลายจังหวัดและผู้ประกอบการรวมถึงไซโล ส่วนใหญ่ไม่ขัดข้องแนวทางประกันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่มีข้อเสนอแนะและท้วงติงกรณีกำหนดสัดส่วนรับประกันข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 12 ตันต่อราย รวมถึงกำหนดอัตราความชื้นไม่เกิน 14.5% โดยเห็นว่าเป็นเงื่อนไขที่รัดกุมเกินไป เพราะมีเกษตรกรจำนวนมากเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากกว่า 12 ตัน จึงอยากให้รัฐบาลเพิ่มเพดานการรับประกันเป็นไม่เกิน 50 ตันต่อราย และความชื้นเปลี่ยนเป็นไม่เกิน 16-17% นอกจากนี้เกษตรกรยังขอให้รัฐบาลช่วยลดต้นทุนโดยการสนับสนุนเรื่องราคาปุ๋ย ยาฆ่าแมลง น้ำมัน หรืออื่นๆ เพราะหากคิดในอัตราที่รัฐบาลประกันเมื่อบวกลบคูณหารต้นทุนที่เกินกว่า 6 บาทต่อกิโลกรัม จะทำให้มีเงินเหลือน้อย

 อย่างไรก็ตาม ธ.ก.ส.จะนำปัญหาทั้งหมดไปเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห่งชาติที่มีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้และคงขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลโดยในทางปฏิบัติหากราคาตลาดมีแนวโน้มลดลง ธ.ก.ส.จะชดเชยส่วนต่างให้เกษตรกรไปก่อน จากนั้นรัฐบาลต้องตั้งงบประมาณมาจ่ายชดเชย

 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า การประกันราคาพืชผลทางการเกษตรถือเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลต้องใช้เงินกว่า 1 แสนล้านบาทในการรับจำนำ และมีปัญหาทุจริตรั่วไหล