ข่าว

สปท.ต้องมีความหลากหลาย

สปท.ต้องมีความหลากหลาย

16 ก.ย. 2558

สปท.ต้องมีความหลากหลาย : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

              ช่วงนี้นอกจาก “คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” ที่กำลังจับตามองกันว่า จะมีใครบ้างเข้ามาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญทีี่จะใช้เป็นกติกาสูงสุดในการปกครองประเทศ

              ยังมีอีกเรื่องที่สำคัญเช่นกัน นั่นคือ การจัดตั้ง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีสมาชิกไม่เกิน 200 คน เพื่อทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศ  รับช่วงงานต่อจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่เพิ่งสิ้นสภาพไป โดยต้องตั้งภายใน 30 วันนับแต่ สปช.สิ้นสุดลง

              แล้ว... สปท.ควรเป็นอย่างไร

              สปท.ควรมีสัดส่วนของผู้แทนภาคส่วนต่างๆ จะต้องมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม มิฉะนั้นแล้ว เป้าหมายของ คสช.ที่คาดว่าในช่วง 20 เดือนก่อนเลือกตั้งการปฏิรูปจะสำเร็จ จะไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งเอาไว้ได้

              ที่ผ่านมา “ภาคราชการ” ได้รับโอกาสมามากแล้ว เพราะหากเรามองไปที่จำนวนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็จะพบว่า มีสัดส่วนที่เป็น “ข้าราชการ” มากที่สุด โดยเป็นข้าราชการพลเรือน และข้าราชการที่เกษียณอายุ, ตำรวจ, ทหาร รวมๆ กันแล้วเกินครึ่งของจำนวน  สปช.ทั้งหมด  แต่ข้อเสนอของ สปช.ที่ออกมาก็ล้มเหลว 

              ดังนั้นสัดส่วนที่ดีที่สุดของ สปท. คือ สัดส่วนภาคประชาชน  ซึ่งจะต้องมีให้มากที่สุด  ส่วนภาคข้าราชการ ไม่มีความจำเป็นใดๆ ทั้งสิ้น เพราะข้อเสนอของภาคราชการได้ส่งมอบให้นายกรัฐมนตรีในรูปข้อเสนอของ สปช.ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  แต่หากผู้มีอำนาจต้องการให้มี “ภาคข้าราชการ” ก็ไม่ต้องมีจำนวนมาก

              ที่ต้องพูดติงเรื่องประเด็น “ข้าราชการ” ไว้ก่อน  เพราะดูแล้วแนวโน้มในการปฏิรูปประเทศที่จะก้าวย่างเดินต่อไป คงเป็นการปฏิรูปอยู่ภายใต้มือของ “ข้าราชการ” เป็นหลัก โดยมีความคิดที่ว่า ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน มีความหวังดีต่อประเทศชาติ มีความรู้ความสามารถ  เพราะว่าผู้มีอำนาจในการบริหารบ้านเมืองในขณะนี้ ส่วนมากเป็นข้าราชการหรืออดีตข้าราชการ แทบทั้งสิ้น คงเลือกไว้ใจพวกเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีี ก็ได้สั่งการให้แต่ละกระทรวงส่งรายชื่อข้าราชการเพื่อให้พิจารณาแต่งตั้งเป็นสมาชิก สปท.แล้ว

              “สุภัทรา นาคะผิว” อดีตสมาชิก สปช.กล่าวถึงกระบวนการสรรหาสมาชิก สปท. ที่ล่าสุดให้หน่วยงานราชการเสนอรายชื่อข้าราชการในสังกัดเข้าให้คัดเลือก ว่า การสานต่อการปฏิรูปตามที่ สปช.ได้วางแผนไว้ มองว่าควรให้ทุกฝ่ายเข้าไปมีส่วนร่วม ไม่เฉพาะแต่ข้าราชการเท่านั้น ทั้งนี้ยอมรับว่าข้าราชการนั้นมีส่วนที่จะช่วยงานปฏิรูปได้ แต่บางครั้งความเป็นราชการ หรือรัฐที่ยังมีแนวคิดแบบเก่า ไม่สามารถจะขับเคลื่อนแผนงานปฏิรูปได้ ดังนั้นมองว่าแนวคิดที่จะสานต่อการปฏิรูปต้องประกอบด้วยประชาชนหลากหลายภาคส่วน ทั้งนี้เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมช่วยสนับสนุนงานปฏิรูปให้สำเร็จ

              สรุปว่า “ปฏิรูปประเทศ” ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของ สปท.นั้น หากอยากจะให้มีการขับเคลื่อนก็ต้องมีคนเห็นต่างอย่างหลากหลาย ทั้งภาคประชาชน  นักวิชาการ เอ็นจีโอ นักธุรกิจ  ข้าราชการ รวมทั้งนักการเมืองด้วย รัฐบาลต้องใจกว้างให้คนเห็นต่างเข้าไปอยู่ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกัน เพราะการปฏิรูปประเทศคือ การเปิดพื้นที่ต่อรอง ให้ทุกคนทุกฝ่ายได้ต่อรองกัน โดยเฉพาะคนเห็นต่างกัน เพราะนี่คือพื้นฐานสำคัญของประชาธิปไตย จะปิดกั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้  แต่ต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน

              และการปฏิรูปประเทศมีแนวทางอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องนับหนึ่งใหม่ สามารถเรียนรู้ข้อผิดพลาด จุดดี จุดแข็ง จุดอ่อน  จากคณะกรรมการปฏิรูปที่มีมาแล้วในอดีตหลายชุด รวมทั้งชุดหลังสุดที่เพิ่งพ้นสภาพไป